Wednesday, November 18, 2009

สูตรเสน่หา - เรื่องย่อละครรายตอนตามบทโทรทัศน์ - สูตรเสน่หา ตอนที่ 10(ต่อ)-12

สูตรเสน่หา ตอนที่ 10 (ต่อจากตอนก่อน)

เมื่อพสุมาถึงหน้าร้านเป้หวาน เห็นป้าย "ปิดปรับปรุงชั่วคราว" ชักว้าวุ่นร้อนรุ่มใจ พอเข้าไปในร้านเห็นสภาพร่องรอยการถูกถล่มให้เห็น ยังเก็บไม่หมด จึงถามโสภิตาว่าเกิดอะไรขึ้น เรื่องนี้มันเป็นฝีมือใคร?
"คุณหญิงอมรา" โสภิตาจำต้องตอบข้อซักถามต่อ "เรื่องเก่า...เขาคิดว่าตายังยุ่งเกี่ยวกับคุณเล็กอยู่ เขามาขู่ให้ เลิกยุ่งกับลูกชายเขา ตอนนี้เธอกำลังรวบรวมหลักฐาน" โสภิตายังบอกให้รู้ว่า ตั้งแต่มีคนมาแอบถ่ายรูปปูเป้ คิดว่าต้องมีเรื่อง จึงตั้งกล้องวงจรปิดไว้ทางมุมโน้น
"รอบคอบดีมาก ถ้ายายคุณหญิงมหาภัยรู้ว่าภาพอุบาทว์ ของตัวเองหราในกล้อง คงอกแตกตาย...แล้วตาจะทำยังไงกับภาพพวกนี้"
"ทำยังไงก็ได้ ที่ทำให้คนพวกนั้นเลิกมายุ่งกับตาไปตลอดชีวิต"
"คนพวกนั้น...รวมถึงนายอนุชาด้วยหรือเปล่า"
"ใช่" โสภิตากระแทกเสียงอย่างเจ็บแสบหัวใจ...นึกถึงภาพที่คุณหญิงแสยะยิ้มที่ทำกับเธอได้แล้ว...คราวนี้โสภิตาจะสะใจบ้างแล้ว...
ooooooo
ส่วนอลินนั้นแววตาเอาเรื่องกราดตอบตัวเองมาที่กระจก...เรื่องอนุชาผ่านไปด้วยดี คราวนี้ อลินจะตามจัดการหนอนบ่อนไส้ให้มันราบคาบ...เธอกดดูภาพข้อความในไดอารี่ที่หมิงส่งมาหยันแววอาฆาต มาดร้ายฉายแสงวาบวับเชือดเฉือนเต็มที่...
จากนั้น ในบริษัทอวตานของอนุชา...เพรียวกำลังสาวไส้อลินอย่างมันปากให้เพื่อนและลูกน้องดูไดอารี่ที่อลินมาหลอกถามเอาประวัติของอนุชาไปเก็บเป็นข้อมูล คิดจะจับบอสของบริษัทเราอย่างจริงจัง
"กะจะเอาบอสของเราไปทำสามีแบบจริงจังเลยนะเนี่ย"
การเล่นงานอลินไม้นี้มีลูกเป็ดคนเดียวที่ออกมาต้าน หาว่าปากโป้ง ไร้วิจารณญาณ จึงถูกเพรียวด่าให้หุบปาก แล้วก่นด่าอลินต่ออย่างเมามันน้ำลาย
"ฉันพูดไปตามซื่อ ไม่ทันเล่ห์นางเอกหรอก เป็นนางเอกไม่น่าจนตรอกลงทุนทำอะไรแบบนี้...วิธีนี้เหมือนเด็กมัธยมใจแตก อยากมีแฟนคนแรกจนตัวสั่น หาวิธีล้วงตับเอาข้อมูลไปมัดผู้ชาย"
อลินเดินเข้ามาด้านหลังเพรียว จึงไม่เห็น คนอื่นต่างทยอยกันเลี่ยงไปทำงาน เพรียวยังพ่นก่นด่าอลินหูดับตับไหม้
"ครายจะคิดว่า...คนระดับอลิน สวย เริ่ด เชิดฉิ่ง หยิ่งปานนางฟ้าหยาดมาจากสวรรค์จะมาใช้วิธีบ้าๆ ไร้น้ำยาซักแห้งแบบนี้...นี่ถ้าฉันเจอหน้า จะถามสักหน่อยว่า...ใช้อะไรคิด"
ทุกคนหันหน้าหนี ไม่ยอมฟังร่วมรายการฆ่าตัวตาย นี้ต่อไปได้ เพรียวเอะใจหันมา...
"อยากรู้จริงๆเหรอคะว่าใช้อะไรคิด" อลินถามเสียงปกติ แต่มันเหมือนฟ้าผ่ากลางกบาลเพรียว...
"คุณ...อลินนนน....สะสะ...สวัสดีค่ะ คือ...เพรียว...ขอโทษเพรียวไม่เห็นคุณลินค่ะ" เพรียวปากสั่นงักๆ มองหาใครไม่มีสักคน ครางอ๋อย ยิ้มด้วยอาการแห้งผาก...
"ขอเชิญคุณเพรียวไปคุยกับอลินเป็นการส่วนตัวสักครู่ได้ไหมคะ"
ถ้าเพรียวบอกไม่ได้ ก็อาจถูกลากเข้าตะแลงแกงรอประหาร เพรียวจึงตามอลินไปหาที่สอบสวน เพรียวสะอื้นอยู่ ฮักๆ สารภาพปนน้ำตาว่าเธอไม่รู้ว่าสมุดบันทึกนี้เป็นของคุณอลิน จึงขอโทษเธอไม่ขาดปาก อลินจึงบอกรำคาญ อย่าใช้ บทโศกที่เธอเล่นมานักต่อนักแล้วเลย
"ที่จะคุย เพื่อเคลียร์ให้มันจบๆ เรื่องแรกเธอควรรู้ไว้ อีกไม่กี่วันฉันจะมาเป็นหุ้นส่วนในบริษัทอวตาน ฉันมีสิทธิ์ที่จะขึ้นเงินเดือนหรือไล่ใครออกก็ได้...ถ้าเธออยากอยู่ ต้องทำตัวให้ดีๆ แล้วฉันจะยกโทษความผิดให้ ถ้ายังคิดไม่ได้ เชิญเก็บของได้ ฉันไม่เอาไว้แน่" อลินเข้ามาจ้องหน้า "เรื่อง สุดท้ายที่เธอควรจำให้ขึ้นใจ ฉันจะเข้ามาเป็นบอสที่นี่อีกคนหนึ่ง ฉันไม่ต้องบอกเธอก็รู้ว่าใครคือคนที่เธอควรจะสอพลอ"
เพรียวเงยหน้ามองอลินที่ยืนค้ำหัวอยู่จังก้า ยิ้มเชือดเฉือนเยี่ยงจอมโหดจังโก้...
จากนาทีนั้นไม่นานเกินรอ เพรียวผู้รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี...เพรียวประกาศต่อหน้าพนักงานทั้งปวงที่มาสุมหัวฟังข่าวคืบหน้า เพรียวจึงทำหน้าที่โฆษกพรรคอวตานว่า เธอขอแก้ข่าวด่วนจี๋...เรื่องมีคนโทร.มาล้วงตับเรื่องบอสนั้น ที่จริงคุณลินไม่รู้เรื่องเลย และเขาก็ไม่ได้เป็นคนทำ ที่เคยบอกว่าคุณอลินทำ เพราะเพรียวเข้าใจผิดเอง ที่จริงพวกแฟนคลับโทร.มาถาม ด้วยอยากจับคู่ให้ดารา ให้คุณลินกับบอส จดใส่ไดอารี่แล้วส่งให้คุณลิน คุณลินไม่รู้เลยพกไว้ บังเอิญเพรียวไปพบเข้า จึงเข้าใจผิด
"อันที่จริงแล้ว...คุณลินไม่รู้ไม่เห็น ไม่ได้ทำอะไรเลย...เจงๆ"
พนักงานฟังแล้ว ต่างก็ตกอยู่ในสภาพ "ดวงตาเห็นแสงสว่าง" พึมพำว่านึกแล้ว คุณอลินสวยออกยังงี้ จะมาทำอะไรบ๊องๆได้ไง...เพรียวเองปาดเหงื่อ รอดตายเพราะปากได้อีกตาหนึ่ง...
อลินแอบยืนฟังการสารภาพบาปของเพรียวแล้วยิ้มอย่างพอใจ...หยิบมือถือมากดหาทนายเปี๊ยก แล้วสั่ง "นายตัวเปี๊ยก... ฉันจัดการธุระของฉันเรียบร้อยแล้วนะ นายจัดการในส่วนของนายได้แล้ว..."
ทนายเปี๊ยกจึงไปจัดการซื้อภาพที่นักข่าวถ่ายรูปหมิง ง้างมือจะตบอลินในราคาแสนบาทจากช่างภาพคนหนึ่ง จากนั้นช่างภาพที่มีรูปถ่ายหมิงจะเล่นงานอลิน ทยอยมาขายภาพให้ นายเปี๊ยกไปเรียบร้อย...
เมื่อได้มาหมดแล้ว รูปถ่ายตัวอย่างก็ถูกส่งถึงมือหมิง ที่กองถ่ายเรื่องผี...หมิงเห็นรูปตัวเองกำลังทำเรื่องไม่งามแล้วแทบคลั่ง เห็นกระดาษแผ่นเล็กเขียนถึงหมิงด้วย
"...ฉันซื้อรูปพวกนี้ไว้หมดแล้ว ถ้าไม่อยากให้รูป นางร้ายหลุดออกไป อย่ามายุ่งเรื่องของฉัน ถ้ายังไม่หยุด คนทั้งประเทศจะได้เห็นภาพนี้ทันที...อลิน"
"นังลิน" หมิงกรี๊ด ปารูปในมือลงพื้นกระจาย "นังลิน นังจิ้งจอกพันหน้า ดาราทารก ฉันเกลียดแกไปตลอดชีวิต" เสียงกรีดร้องของหมิงโหยหวนเหมือนเสียงเปรตขอส่วนบุญ คน ในกองถ่ายหันมามองหวาดๆ
เรื่องของอลิน ดาราที่ตกกระป๋องแล้วกลับมาเป็นความสนใจของคนในครอบครัวบริบรรณเมื่อรู้ว่าอลินลูกศิษย์ นายดินเป็นดารา เป็นคู่กัดของน้องหมิง...เมื่อมาพบกับหมิง แฟนน้องลมในบ้านนี้ มีหวังตบกันเบ้าตาหลุด ที่นายดินรู้จักกับอลิน เพราะว่านายดินเป็นเพื่อนของปฏิคม ทนายของอลิน... เมื่อรู้ว่าอลินมีทนายส่วนตัว ทุกคนก็ได้รู้จากปากอี่ว่าอลินมีฐานะระดับมหาเศรษฐีบ้านนอก แต่มีทรัพย์สินราวพันล้านบาท ทุกคนตาโต รวยเป็นพันบ้านเชียวเหรอ? ความคิดเจ้าเล่ห์ของนายลมแล่นปรู๊ดขึ้นสมองทันที
ooooooo
อลินส่งเช็คเงินสด 10 ล้านให้ทนายเปี๊ยกส่งไปให้คุณเล็กเป็นการด่วน เปี๊ยกค้านว่าเขายังไม่เอาสัญญามาให้เซ็นจะรีบส่งให้เขาทำไม พอถามว่าพ่ออนันต์ของเธอรู้เรื่องไหม อลินกลับให้เปี๊ยกไปบอกท่านแทน เปี๊ยกไม่กล้า ให้อลินบอกเองดีที่สุด
อลินเกิดความคิดเด็ดขึ้นมาทันที...วันต่อมา อลินก็พาทนายเปี๊ยกไปพบพ่อที่บ้านสวน...อลินบอกพ่อว่า เธอจะให้ หุ้นส่วนกับแม่ของเขามาจัดงานเซ็นสัญญากันที่บ้านสวนนี้ ให้พ่อรู้จักหุ้นส่วนและจะให้ทั้งสองมาเที่ยวไร่เราด้วย
พ่ออนันต์ซักถึงว่าที่แฟนและแม่ของเขาว่าเป็นยังไง อลินบรรยายความอย่างชื่นชมสมอุรา แล้วสรุปว่าคุณหญิงเป็นคนน่ารัก ไม่ถือตัว และไม่เรื่องมาก ลินคิดว่าถ้าท่านมาเห็นไร่ของเราต้องชอบแน่ๆ
วันต่อมา...คุณหญิงอมรากับอนุชาก็ปรากฏตัวขึ้นที่บ้านสวนของคุณอนันต์ คุณหญิงลงรถก็เจอแดดเข้าเต็มเปรี้ยง ถึงกับหน้าบูดบึ้ง ส่งเสียงจิ๊กจั๊ก แล้วร้องโอดโอย
"มันขุมนรกชั้นไหนเนี่ย ถึงร้อนตับแตก...แดดแบบนี้ ผิวฉันบรรลัยหมด" หันไปว้ากลูกชาย "อลินเกิดเฮี้ยนอะไรขึ้นมา ถึงจัดเซ็นสัญญากลางไร่กลางนา โรงแรมหรูๆเย็นๆไม่มีแล้วเหรอ หือ...นี่ถ้าไม่เห็นแก่เงิน 10 ล้าน อย่าหวังเลยว่าคุณหญิง อย่างฉันจะมา"
"คุณหญิงแม่...คุณเล็ก" เสียงอลินทักทายเหมือนเสียงนั้นหยดหยาดจากสวรรค์...คุณหญิงรีบเปลี่ยนสีหน้า เรียกชื่อหนูอลินยืดยาวหวานเจี๊ยบ ทักทายเจื้อยแจ้ว อลินขอโทษคุณหญิง กับคุณเล็กที่รบกวนให้เดินทางมาถึงที่นี่ บอกว่าคุณพ่อหัวโบราณ เมื่อจะลงทุนธุรกิจกับใคร ท่านต้องได้รู้จักสักครั้ง...คุณหญิงยิ้มร่า บอกว่าไม่เป็นไร ไม่ลำบากเลย
"คุณลินครับ ไม่ทราบว่าเราจะเซ็นสัญญาที่ไหนครับ ถ้าพร้อม เรารีบเซ็นกันเลยดีกว่าครับ"

อลินจึงรีบพาแม่ลูกไปยังซุ้มที่จัดไว้อย่างงาม มีเอกสาร สัญญาไว้พร้อม ดูเผินๆเหมือนจะเซ็นจดทะเบียนสมรส มีเด็กรับใช้จัดดอกไม้และปรับที่นั่งให้เรียบร้อยด้วย ทั้งเปี๊ยกและอนันต์ยืนด้วยกัน ต่างลงความเห็นว่าเหมือนการจัดเซ็นชื่อ ลงทะเบียนสมรสมากทีเดียว
อลินเดินมาออกคำสั่ง ทนายเปี๊ยกให้ถ่ายภาพการเซ็น สัญญาไว้ทุกขั้นตอน...อลินจัดตัวเองและคู่สัญญาทั้งคุณหญิงและพ่อนั่งตรงไหน แล้วถ่ายรูปร่วมกันทั้งสี่คน อนันต์เดินมากับนายเปี๊ยก ขณะนั่งลงอนันต์บอกกับนายเปี๊ยกอีก "ดูท่ามัน ทะแม่งๆจริงๆด้วยเปี๊ยก" แต่จำต้องมาเข้าที่ตามที่ลูกสาวสั่ง
ทุกอิริยาบถในการเซ็นสมุดกำมะหยี่ เปี๊ยกถ่ายไว้ทุกแง่มุม...

ooooooo

พสุได้ดูรูปการเซ็นสัญญาร่วมหุ้นในบริษัทของ อลินที่คอนโดฯของเธอแล้ว บอกอลินตามความรู้สึกว่า เห็นรูปแล้วเหมือนจดทะเบียนสมรส อลินตีมือพสุหนึ่ง เพียะที่พูดไม่ดี พสุบอกล้อเล่นแต่ถามย้ำว่า เธอจงใจใช่ไหม อลินปฏิเสธ พสุจึงบอกว่า อลินจงใจจะไปปล่อย ทางอินเตอร์เน็ต อลินย้อนถามว่า รู้ได้ไง?

"ฉันแค่คิดเล่นๆ ไม่ได้ทำจริงสักหน่อย เห็นสมัยนี้เขานิยมทำกัน ก็เลยคิดว่าช่วงที่รายการออกอากาศก็อาจจะลอง เอามาสร้างกระแส...นักข่าวจะได้มีข่าวเอามาเขียนข่าวไง"

"นี่..." พสุจิ้มหัวอลินจนร้องโอ๊ย "เลิกคิดนะ เลิกทำ ถ้าภาพพวกนี้ออกไป คนที่จะเสียคือคุณ ดูซิ ยิ้มหน้าระรื่นอยู่คนเดียว คนอื่นเขารื่นรมย์ไปกับคุณซะที่ไหน ดีไม่ดีจะยิ่งทำให้ คนอื่นรู้ว่าคุณอยากได้งานพิธีกร เพราะต้องการจะจับเจ้าของบริษัท"

"เออ...จริง" หันมามองหน้าพสุ "ครูกุ๊กนี่ฉลาดเหมือนกัน นะเนี่ย" ดึงรูปมา "ขอบใจมากที่เตือน ไม่ได้แล้ว ต้องเก็บรูป พวกนี้ไว้ให้ดี ให้คนอื่นเห็นไม่ได้ โดยเฉพาะยายหมิง"

"รู้ตัวก็ดีแล้ว คดีเก่าเพิ่งเคลียร์จบ ยังจะมาสร้างหลักฐาน ใหม่ขึ้นอีก แล้วคุณแน่ใจนะว่าคำขู่ของคุณ จะทำให้หมิงอึ๋ม เลิกขุดคุ้ยเรื่องคุณกับผม"

"แน่ยิ่งกว่าแน่...รับรองยายหมิงไม่กล้าตอแยฉันอีกแน่"

แต่อลินหารู้ไม่ว่า หมิงรู้เรื่องการที่ทนายซื้อรูปหมิงมา ไว้จากนักข่าวหมดแล้ว หมิงมีเรื่องจะเล่นงานอลินได้ แต่จำต้องเก็บไว้ นักข่าวจึงเปิดเผยว่า เขาได้รูปมาใหม่ หมิงขอดู จึงได้เห็นรูปพสุเช็ดเนื้อตัวให้อลิน ที่มีคนถ่ายไว้...และนักข่าวจึงได้รู้จากหมิงว่า คนที่เช็ดเนื้อตัวให้อลินคือพสุ

"นังลิน...เตรียมตัวตายได้เลย" หมิงคำรามอย่างดีใจจนเนื้อเต้นยุบยับ...

ooooooo

โสภิตาพาปูเป้ไปตลาด พอผ่านหน้าร้านขายหนังสือ ปูเป้มองเห็นภาพอนุชาขึ้นหน้าปกหนังสือ "เจนเตอลแมน" ร้องดีใจ ขอให้แม่ซื้อให้สักสิบเล่มเพราะพ่อหล่อมาก จนแม่ตาต้องซื้อให้หนึ่งเล่ม

ขณะเดียวกันที่ตลาดนี้...พสุเดินมา แปลกใจที่ผู้คนต่าง มองเขาอย่างสนใจ พอเห็นโสภิตาจึงถามว่า เขาหน้าตาผิดปกติหรือเปล่า คนจึงจ้องมอง โสภิตาเอาหนังสือให้เขาดูหน้าปกหนังสือนั้นพสุกำลังล้วงเช็ดในเสื้อของอลิน...หน้าชัดทั้งสองคน มีบรรยาย "ฮ็อตตตต...อดีตนางเอกคัน...โชว์ล้วงกลางร้าน"

"เฮ้ยยยย...นี่มันอะไรกัน" พสุร้องลั่นแทบคอหอยแตก...

จากนั้นก็เป็นเรื่อง เมื่อคุณหญิงอมรา โยนหนังสือไปหาลูกชาย ตะคอกถามลูกว่า มันเป็นใคร อนุชาบอกว่า มันเป็นคนขับรถให้อลิน คุณหญิงจึงให้ลูกชายเคลียร์ด่วน อลินให้คนรถมาทำอนาจารมาล้วงแบบนี้ได้ไง ทั้งเล็กทั้งบริษัท และรายการออกอากาศพังพินาศ...รูปก็ว่าเหลือทนแล้ว เนื้อข่าวยิ่งอุบาทว์สุดๆ อ่านไม่กี่คำแทบอาเจียน...

ที่คอนโดฯอลิน เธอกำลังอ่านข่าวหลังดูรูปแล้วเหมือนคนกำลังจะดิ้นตาย...ล้วนคำหยาบคายที่หาว่าเธอหื่นกระหายมาก จนทนไม่ไหว ให้คนขับรถที่คั่วกันมาหลายปีมาทำอนาจารใน ที่สาธารณะ เคยหนีบขึ้นคอนโดฯ หนีบไปกองถ่าย พอเธอคันที ก็เรียกมา...เฮ้ย ไม่ไหวแล้ว

อลินทนไม่ไหว ปาหนังสือเฉียดหัวเปี๊ยกไป สั่งให้เปี๊ยกไปสืบมา คนเขียนข่าวนี้เป็นใคร

"ฟ้อง...ต้องฟ้องมันให้หมด มันเขียนมั่วซั่วสกปรก"

"เรื่องฟ้องต้องฟ้องอยู่แล้ว แต่อันนั้นมันต้องใช้เวลา กว่าศาลจะรับฟ้อง คนก็ลืมไปหมดแล้ว แต่เรื่องคนเข้าใจผิด จะทำยังไง"

ประตูห้องเปิดผลัวะออก พสุมายืนหน้าเครียด

"คุณลิน...เคลียร์เรื่องนี้ให้ผมด่วน...ก่อนที่แม่ผมจะหัวใจวายตาย"

เปี๊ยกกุมขมับนิ่งเป็นเบื้อ อลินหน้าเหวอ ซีดเป็นไก่ต้มข่า จะทำยังไงดีหวา...

ooooooo

แล้วสิ่งที่พสุหวาดกลัวก็เกิดขึ้นจริงๆ เมื่อหนังสือ ที่ลงรูปลงข่าวพสุล้วงเช็ดให้อลินมาถึงบ้านบริบรรณ... คุณฟ้าทนพวกน้องๆรบเร้าไม่ไหว ให้ไปเรียกแม่นงพะงามาบ้านใหญ่ พอนงพะงาเห็นรูปลูกชายเท่านั้น ถึงเข่าอ่อนทรุดลงทันที วารี เมฆา และอี่ ต่างก็โจมตีพสุหรือนายดินอย่างอร่อยปากว่า ทั้งไปมั่วดารา ทั้งไป
เป็นคนขับรถให้เสียชื่อวงศ์ตระกูล

เมฆากลับมองว่ารูปนั้นไม่เห็นน่าเกลียดตรงไหน อย่าอิจฉานายดินเลย พอจะมีการประคารม พี่ฟ้าเห็นว่านงพะงา ไม่รู้เรื่องจึงฝากถามให้ดินอธิบายให้สังคมเข้าใจด้วย แล้วติง นงพะงาว่า ครอบครัวเราอยู่อย่างสงบเงียบพอมีข่าวต่างไม่ สบายใจ แม่นงพะงาต้องขอโทษทุกคนแทนดินด้วย...ฟ้าหันไปทางวารี

"น้ำได้คุยกับน้องลมบ้างหรือยังเรื่องรูปเนี่ย จะเกี่ยวกับแฟนเขารึเปล่า" พี่ฟ้าถาม วารีเพิ่งนึกถึงหมิง

ขณะเดียวกัน นายวายุหรือลมจอมเจ้าเล่ห์ ก็มาซักหมิง อย่างหนัก แล้วหมิงก็ตอบคำถามเรื่องรูปพสุกับอลินว่า หมิง เอารูปนี้ให้เขาไปลงเอง ลงเพื่อความสะใจ นังอลินนั่งไม่ติด คงแจ้นไปแก้ข่าวแน่

"แล้วฝากบอกลูกคนใช้พี่ชายลมไม่ได้เป็นคนขับรถ แต่เป็นครูสอนทำอาหาร และมันก็ต้องยอมรับว่า มันเป็นนางเอกลวงโลก...อโห...เป็นไงคะ แผนการหมิง ฉลาดไหมคะ"

"ก็น่าคิด...แต่แน่ใจเหรอว่าสุดท้ายแล้วคุณจะไม่ซวย เห็นวางแผนแกล้งยายนี่ทีไร คุณซวยทุกที"

"หมิงกำชับที่หนังสือไว้แล้ว ให้เก็บเรื่องนี้เป็นความลับ ต่อให้นังลินมันสืบจนตายก็ไม่มีทางรู้ว่าใครเป็นคนส่งให้" หมิงลอยหน้าลอยตาเฉิบๆ ฮัมเพลงในลำคอขลุกๆ

ooooooo

ส่วนอลินเองก็มั่นใจว่าคนที่เอารูปเอาข่าวไปลง นั้นยายหมิงแน่ๆที่มันรู้เรื่องครูกุ๊ก จะโทร.ไปด่า เปี๊ยก ห้ามไว้ เดี๋ยวมันก็อัดเสียงไปประจานอีก อลินถูกพสุให้ไปแก้ข่าว เดี๋ยวใครจะหาว่าเขาเป็นคนขับรถหื่นกาม ไหนคนที่ร้านที่เขาเป็นเชฟจะมองเขายังไง

"คุณต้องหาทางแก้ข่าวโดยด่วน ถ้าคุณไม่ทำอะไร ผมจะแฉเรื่องทั้งหมดเอง คุณต้องบอกเรื่องทั้งหมดให้สังคมรู้ว่าคุณกับผมไม่ได้เป็นอะไรกัน ผมไม่ใช่ยาแก้คันของคุณ ที่สำคัญ ผมไม่ใช่คนขับรถ"

"ถ้าคุณลินไม่ทำอะไร นอกจากไอ้ดินจะเสียแล้ว คุณลินเองก็เสื่อมด้วย" นายเปี๊ยกขยายความ "คนอ่านต้องนึกว่าคุณมีอะไรกับคนขับรถ แม้แต่คุณอนุชากับคุณหญิงอมรา ถ้าเขาเชื่อ คุณลินจะทำยังไง"

อลินอ้าปากหวอ...เออ...แล้วจะทำยังไง?

คนที่พอจะช่วยเยียวยาได้ก็เห็นจะเป็นอนุชา เพราะเขายืนยันกันต่อหน้าอลิน พสุและปฏิคมที่ไปสุมกันที่บริษัทอวตาน...

"ผมไม่เชื่อข่าวหรอกครับ...ผมเชื่อคุณลิน คุณลินบอก ว่าไม่มีอะไร ก็คือไม่มีอะไร"

"ลินก็คิดแล้วว่าคนมีวิจารณญาณอย่างคุณเล็กไม่เชื่ออะไรง่ายๆ งั้นเรื่องที่ลินจะบอกมีแค่นี้ละค่ะ...ลินขอตัวก่อน

นะคะ" อลินขยับจะกลับ พสุรีบกระตุกไว้ อลินบุ้ยใบ้ว่าอย่าเพิ่งจุ้นน่า...พสุไม่ยอม

"เดี๋ยว...เรื่องมันไม่แค่นั้น...มีอีกเรื่องที่คุณต้องทำให้ มหาชนรับรู้" อลินรีบขวาง บอกว่าพสุเครียด คุณเล็กอย่าสนใจ กลับได้แล้ว ที่เหลือลินจัดการเอง พสุยังยืนกราน "ไม่...ผมจะ ต้องเคลียร์ทุกอย่างให้จบวันนี้...ผมไม่ใช่คนขับรถ" พสุโพล่งออกมา...อลินและอนุชาถูกกระตุกชึก อนุชาถามย้ำ พสุยืนยันอีกครั้ง อลินทำปากยักคิ้วหลิ่วตาห้าม แต่พสุกลับย้ำหนัก

"ผมไม่ใช่คนขับรถ ผมเป็นเชฟ และเป็นครูสอนทำอาหาร" อลินรู้สึกเหมือนโลกจะแตก

"เป็นเชฟ...เป็นครูสอนทำอาหาร...แล้วทำไมคุณลิน..." ยังไม่ทันถามต่อ อลินเล่นเพลงยาว

"คุณเล็กคะ...อย่าเพิ่งตัดสินอะไรทั้งนั้น คุณเล็กต้องฟังอลินอธิบายก่อนนะคะ" อลินเล่นบทนางเอกกำลังตกระกำช้ำดวงแด น้ำตาหยาดย้อย "ลินไม่ตั้งใจโกหกหรือหลอกลวงคุณเล็กนะคะ แต่ลินอยากได้งานพิธีกรจริงๆ จึงขอร้องครูกุ๊ก เอ่อ นายพสุมาเป็นครูสอนทำอาหาร มาช่วยดูแลตอนทำรายการ โดยปลอมเป็นคนขับรถ ถึงมันจะดูไม่ดี ลินก็ทุ่มเททำทุกอย่าง เพื่อ..." อยากจะบอกว่า
เพื่อคุณอนุชา กลับบอกว่าเพื่อ "งาน...ลินขอโทษจริงๆที่ปิดบังคุณเล็กมาตลอด"

อลินก้มหน้าแบบแม่เสือสำนึกบาป พสุกับเปี๊ยกลุ้นว่า อนุชาจะทำฟ้าลั่นถล่มโลกหรือไม่

"คุณลินไม่ต้องขอโทษผมหรอกครับ" อนุชายิ้มนุ่มๆ "ผมไม่โกรธ" อลินเงยหน้าขึ้น ยิ้มคลายกำลังภายในโล่งหลุดโลก "นอกจากไม่โกรธแล้ว ผมยังดีใจด้วยซ้ำที่รู้ว่าคุณลินทุ่มเทเพื่องานขนาดนี้"

ใช่...ใช่แล้วค่ะ" หยุดระบายหายใจ "ลินตั้งใจมาก อยากให้งานออกมาดี ทุ่มเททุนทุกอย่างเพื่อให้งานออกมาดี คุณเล็กเข้าใจ ลินโล่งลิ่วปลิวไสวหัวใจแท้...นึกหวั่นคุณเล็กจะไล่ลินออกซะอีก"
"ผมจะไล่ได้ไงครับ เมื่อคุณลินเป็นหุ้นส่วนของผม ไม่ว่าความจริงจะเป็นยังไง ผมพร้อมจะเข้าใจ และอภัยเสมอ"
อลินยิ้มหวานจนเยิ้ม บอกขอบคุณแผ่วเบาที่สุด แต่ทั้งเปี๊ยกกับพสุกลับเปิดศึกอีกด้าน พสุเน้นเรื่องคนที่บ้าน นักเรียน เจ้านายที่ร้านอาหาร ทุกคนยังไม่รู้ความจริง อลินฟังแล้วตัดสินใจ
"วันนี้รายการของเราจะออกอากาศวันแรก" อลินยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ "ฉันจะเปิดแถลงข่าว"
ทุกคนฟังแล้วสงสัยและแปลกใจ ไม่รู้อลินจะมา
ไม้ไหนอีก


ooooooo


บอกไม่ถูกว่ากี่อึดใจต่อมา...กองทัพนักข่าวช่างภาพสารพัดสื่อก็ทยอยกันมาบริษัทอวตาน เพรียวกับเป็ดเชิญทุกคนไปในห้องประชุม ขณะที่อลินบอกพสุว่า เธอจะแก้ข่าวให้เขา แต่พสุไม่เล่นด้วย บอกเธอว่า อลินจะแถลงอะไรก็แถลงไป เขาไม่เกี่ยว และคิดว่าอลินจะฉวยโอกาสที่มีเขาเป็นข่าว และจะเรียกเรตติ้งรายการของเธอต่างหาก
อลินไม่มีเวลาอธิบาย รีบไปพบสื่อก่อน...เมื่อได้เวลา อนุชาเปิดแถลงต่อนักข่าวว่า ขณะนี้มีประเด็นข่าวที่น่าสนใจ และคนเป็นข่าวกำลังมีผลงานกับรายการใหม่ที่จะออกอากาศวันนี้ จากนั้นอนุชาเชิญอลิน ทิพยดา ออกมาร่วมแถลงข่าวด้วย... อลินเดินออกมาหน้ามืดตามัวไปชั่วครู่ด้วยแสงแฟลชไลต์ อลินจึงเริ่มการแถลงข่าวด้วยการประกาศให้รู้ว่า วันนี้เธอมี ข่าวใหญ่ให้ถึงสองข่าวและสำคัญยิ่ง
ที่ห้องพักข้างๆเวทีแถลงข่าว พสุนั่งไม่ติด ครู่เดียวลุกขึ้นจะออกไป เปี๊ยกดึงไว้ทันที พสุต้องอยู่เคลียร์ตัวเองก่อน พสุสารภาพว่าไม่ชอบแถลงข่าว มันสั่นๆไปทั้งตัว แต่เปี๊ยกไม่ยอม...


ทางด้านนอก อลินเปิดเผยข่าวสำคัญต่อหน้าทัพนักข่าวช่างภาพ
ข่าวแรก...นอกจากอลินในตำแหน่งพิธีกรรายการ "อลิน อร่อย อราวด์" แล้ว อลินเพิ่งตัดสินใจเป็นหุ้นส่วนของบริษัทอวตานเมื่อไม่นานมานี้ ส่วนเงินลงทุนเท่าไหร่ขอปิดเป็นความลับ ถ้าอยากรู้ต้องแอบถามคุณเล็กหลังไมค์...อีกข่าวหนึ่งคือ อลินต้องการชี้แจงให้พี่ๆน้องๆทราบ มันสืบเนื่องจากภาพข่าวที่หนังสือฉบับหนึ่งนำมาลงปกเป็นภาพอลินกับคนที่ในข่าวบอกว่าเป็นคนขับรถ แล้วว่ามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับอลิน อลินขอชี้แจงไว้ ณ ที่ตรงนี้เลยนะคะ ว่าผู้ชายในรูปไม่ได้มีความสัมพันธ์กับอลินตามที่เป็นข่าว ภาพที่ออกมามันเป็นอุบัติเหตุ ไม่เป็นอย่างที่ลงข่าวแม้แต่น้อย และที่สำคัญผู้ชายในรูปไม่ได้เป็นคนขับรถ แต่เขาเป็นครูสอนทำอาหารประจำตัวอลิน


พสุที่ด้านหลังฟังไปขาสั่นพั่บๆ พวกนักข่าวเพิ่งรู้ว่าเขาเป็นครูสอนทำอาหาร
"นอกจากเป็นครูแล้ว ยังช่วยลินคิดเมนูอาหารที่ใช้ทำรายการ แล้วยังเป็นเชฟอยู่ที่ร้านอาหารอิตาเลียนชั้นนำแห่งหนึ่งของเมืองไทย เพื่อไขข้อข้องใจให้เคลียร์ไปกว่านี้ ขอเชิญคุณพสุ บริบรรณ หรือครูกุ๊กของลินเองค่ะ"
กว่าพสุจะออกมาได้ เปี๊ยกต้องลุ้นต้องผลักเป็นนาน พอออกมา อลินรีบเชิญมานั่ง ความตื่นเต้นของพสุทำเอาคว้าเก้าอี้ผิดจนล้มเค้เก้ นักข่าวหัวเราะชอบใจในความเปิ่นของเขา ยิ่งเจอคำถามที่ระดมใส่สี่ห้าคำถาม พสุเป็นโรคเอ๋อไปนาน กว่าจะตอบตามประสาซื่อ
โสภิตากำลังแต่งหน้าเค้กอยู่ในร้านเป้หวาน พอเสียงในทีวีสะกิดความสนใจ มองไปแล้วตกใจ เพราะพสุกำลังออกแถลงข่าว รีบมาเร่งเสียงให้ดังขึ้น พสุในจอกำลังตอบคำถามนักข่าว
"ภาพที่ออกมาผมไม่รู้เรื่องครับ ไม่ได้ตั้งใจจะสร้างกระแส และผมขอยืนยันว่าผมไม่เคยคิดจะเกาะใครดัง"
โสภิตารีบเก็บของ จ้องทีวีแทน...เสียงนักข่าวรายงานต่อ
"งานแถลงข่าวของนางเอกสาวอลิน ทิพยดา โต้เรื่องภาพหลุดที่ออกมา ยืนยันไม่มีอะไรกับหนุ่มนิรนามในภาพจริงจริ๊งเจ้าค่ะ ข่าวที่ออกมาเป็นคนขับรถก็ไม่จริง แต่เป็นครูกุ๊กสอนทำอาหารสุดเท่ ที่ใช้ความใสชนะใจนักข่าวหลายสำนัก" ในจอทีวีมีภาพตอนพสุมานั่งแถลงข่าวแต่ตกเก้าอี้ จนโสภิตาอดขำไม่ได้...
ข่าวทีวีช่วงสุดท้าย รายการแถลงปิดลงด้วยการโปรโมตรายการอาหารที่จะออกอากาศวันนี้ด้วย...ตอนนี้อลินพ่วงตำแหน่งหุ้นส่วนในอวตานร่วมกับบอสหนุ่มอนุชา โสพัฒน์ เจ้าของบริษัทหนุ่มไฟแรงที่กำลังฮอตขณะนี้...
แต่เมื่อมีภาพอลินยืนคู่กับอนุชา โสภิตาอุทานอย่างตกใจ "คุณเล็ก คุณลิน" ผู้รายงานข่าวหยอดท้ายว่า เรื่องการลงหุ้นครั้งนี้จะมีเรื่องส่วนตัวพัวพันหรือไม่ ต้องติดตามกันต่อไป...
ภาพของอลินกับอนุชาคู่กัน มีรูปพสุติดตามมาด้วย ทำ ให้โสภิตานึกถึงคำพูดของพสุที่เคยบอกว่า ข่าวอนุชากับผู้หญิงอื่นเป็นดาราระดับนางเอก รวยระดับเป็นพันล้านนั้น...โสภิตาครุ่นคิด
"หรือว่าดาราคนนั้น...คือคุณอลิน" โสภิตาแม้ว่าทำใจไปแล้ว แต่รู้สึกเหมือนกำลังจะสิ้นแรง หรือว่าสายใยของเธอกับคุณเล็กยังไม่ขาดลอยไปไหน?


ooooooo

สูตรเสน่หา ตอนที่ 11


หลังจากประสบความสำเร็จในการแถลงข่าว อลินเข้าร่วมหุ้นส่วนบริษัทอวตานของอนุชาและแถลงแก้ ข้อข้องใจภาพอลินกับครูกุ๊กของเธอเรียบร้อยแล้ว อนุชาพาอลินและทนายเปี๊ยกไปพบทีมงานในบริษัท ดื่มฉลองและย้ำให้ลืมเรื่องข่าวอื้อฉาว และดื่มให้แก่อลินหุ้นส่วนผู้มีอำนาจเต็มเท่ากับอนุชา
อลินมองหาพสุ ไม่รู้หายแวบไปไหน เธอจึงออกตามหา พอเห็นพสุกำลังจะขึ้นรถกลับจึงวิ่งไปฉุดให้อยู่ก่อน พสุถามว่า จะหาเหาอะไรมาใส่หัวเขาให้ขายขี้หน้าอีก อลินเล่นบทอ้อน บอกแค่อยากขอบคุณที่เขามาช่วยแถลงข่าวให้ไปได้ราบรื่น พสุตาขวางใส่ หาว่าช่วยตกเก้าอี้ขายขี้หน้านี่หรือ อลินยิ้ม ชมว่านักข่าวชอบครูกุ๊กมาก
"พวกเขาชมว่าน่ารัก หน้าใส พูดจาดีมีหลัก และขี้อายอีกต่างหาก...ฮ่ะๆๆ จะดังใหญ่แล้วนะเนี่ยดูซิ...ดูซิ เขินใหญ่แล้วนะตัวน่ะ"
"ชะชะ...มาตบหัวแล้วลูบหลังเรอะ...ใครเขิน อย่ามามั่วซั่ว"
อลินบอกว่าไม่เขินทำไมหูแดง...เสียงมือถือพสุดัง เขารีบรับ สีหน้าพสุชื่นมื่นทันใด
"ตา...ว่าไง....โอเค...เดี๋ยวผมรีบไปหา...แล้วค่อยเจอกัน"
อลินลำเลิกทันที ถามว่าไม่กลับบ้านแล้วละสิ พสุอ้างว่า พอดีเพื่อนมีเรื่องจะคุย เลยจะแวะไปหาเขาก่อน
"เพื่อน..." อลินชักเสียงขุ่น หวาดระแวง...พสุย้ำทันที ก็เพื่อนน่ะซิ แล้วบอกลา รีบขึ้นรถขับออกไป อลินโบกมือยิ้มให้ตามมารยาท พอลับตาไป แววตาของอลินเกิดขวางขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว...เพื่อนคนนี้เป็นใครกัน อยากจะรู้นัก...ฮึ่ม
ปฏิคมกลับไปส่งอลินที่คอนโดฯของเธอ อลินดึงทนายเปี๊ยกมาซักถามเรื่องเพื่อนของพสุหรือนายดินกุ๊ก ว่าหญิงหรือชาย ร้ายหรือดี เป็นเพื่อนหรือแฟน เปี๊ยกเหล่อลินแล้วย้อนทันทีว่า ไอ้ดินมันจะไปหาเพื่อน ไปหาแฟน มันเกี่ยวอะไรกับอลินด้วย อลินบอกเกี่ยวไม่เกี่ยว มันไม่เกี่ยว แต่พอรับโทรศัพท์รีบแจ้นไปหาเขา มันต้องแฟนแหงๆ แล้วทั้งอลินและเปี๊ยกก็ประคารมกันจนมั่ว อลินขู่จะเอาระเบิดไปปาสำนักทนายของเขา แล้วสั่งเฉียบอีกครั้ง
"นายไปสืบมาให้ได้ว่าวันนี้ครูกุ๊กไปหาใคร...ถ้าหาข่าวมาไม่ได้...นายซวย"
ทนายเปี๊ยกถึงคราวซวย ถามว่ามันอะไรกันจ๊ะ เรื่องไอ้ดิน ทำไมมาลงที่เขา? อลินไม่สน สะบัดบั้นท้ายหนีดื้อๆ


ooooooo


พสุมาถึงร้านเป้หวาน โสภิตาชงกาแฟ วางจานขนมและน้ำผลไม้ให้พร้อม...ถามก่อนที่พสุจะอ้าปาก
"ดิน...คุณลินเป็นผู้หญิงคนใหม่ของคุณเล็กใช่ไหม"
พสุหลบตาดื่มกาแฟแก้ขวย ก่อนจะรับว่าใช่
"งั้นก็เข้าใจแล้ว...ทำไมดินถึงอยากให้ตาตัดใจ คุณลินน่ารัก เคยมาซื้อขนมที่นี่ตั้งสองครั้ง"
พสุยิ้ม บอกว่าบาน่าน่าฟรุตตี้ใช่ไหม โสภิตารับ พสุจึงบอกว่า มิน่ารสชาติจึงคุ้นๆ
"เพื่อนที่คุณลินบอกว่าจะไปง้อคือดินเหรอ แหม... บังเอิญจัง คุณลินสดใสน่ารัก ร่าเริง มีอารมณ์ขัน แล้วก็จริงใจ ถ้าคุณเล็กคบกับคุณลินจริงๆก็เป็นคู่ที่เหมาะสมกันมาก" โสภิตาชื่นชมอลินอย่างจริงใจ
"มันก็ไม่แน่..." เสียงพสุแปร่ง โสภิตามองอย่างกังขานิดๆ "ถ้าคุณเล็กรู้ว่าตัวตนจริงๆของคุณลินเป็นยังไง อาจจะไม่คิดอย่างนั้น"
"ฮะ...พูดยังกะว่าตัวเองรู้ตัวจริงคุณลินยังงั้นแหละ"
"รู้มากกว่านายอนุชาก็แล้วกัน บางทีอาจมากกว่าตัวคุณลินเองด้วยซ้ำ"
"ถ้าคุณลินไม่เหมาะกับคุณเล็ก แล้วจะเหมาะกับใคร"
"ใครก็ได้...ที่เข้าใจเขาจริงๆ"
"อย่างที่ดินเข้าใจเนี่ยเหรอ"
"เฮ้ย...บ้า ผมหมายถึงใครก็ได้ ที่แบบว่าเพอร์เฟกต์... มากๆ ชนิดขีดเส้นใต้จนกระดาษขาดก็แล้วกัน เพอร์เฟกต์จนล้น แล้วต้องเข้าใจเขาด้วย"
"ก็ไม่แน่นะ เพราะคุณเล็กเป็นคนที่เพียบพร้อม ถ้าเขาสองคนจะคบกันจริงๆคงไม่มีปัญหา ถ้าทั้งสองลงเอยกันเมื่อไหร่ เรื่องของตากับคุณเล็ก จะได้จบกันจริงๆเสียที"
โสภิตาพูดไป แต่หัวใจยังวั้งเวิ้ดว้าวุ่น...พสุเข้าใจ กุมมือโสภิตาปลอบขวัญให้กำลังใจ
ทั้งสองหารู้ไม่ว่า...ภาพที่พสุจับมือปลอบขวัญโสภิตานั้น หาได้รอดพ้นสายตาของอนุชาที่มายืนมองจากหน้าร้าน เหมือนเห็นภาพโรแมนติกของคนสองคน...อนุชาถือหนังสือที่เขาลงหน้าปก ตั้งใจไว้ว่าจะเอามาให้เธอ เมื่อพบภาพบาดตาเช่นนี้ เขาหันหลังกลับ โยนหนังสือลงเบาะอย่างสุดแสนจะโกรธเซ็ง และมหาหึง แต่พอขึ้นรถต้องกลับลงมา ใช้มือถือถ่ายภาพคนทั้งสองไว้หลายรูป ก่อนจะถอยกลับไป

อ้อนเอาภาพข่าวหนังสือพิมพ์ที่ลงรูปอลิน อนุชา และมีดินมาร่วมแถลงข่าวมาให้แม่นงพะงาดู ทั้งสองคนต่างยิ้มย่องผ่องใส โดยเฉพาะนงพะงาเห็นอลินดาราดัง แย่งกันชอบใจกับนังอ้อน ถึงขนาดวันหลังจะให้ดินขอลายเซ็นมาให้ทีเดียว...
ส่วนบนบ้านบริบรรณ พี่ฟ้าของทุกคนในบ้านนี้เห็นข่าวที่พวกน้องๆเอามาให้ดู บอกว่านายดินเคลียร์ข่าวได้ชัดเจนรวดเร็วดี บางคนว่าอลินสร้างข่าวให้ดัง แต่นายลมนิ่งฟังยิ้มเยาะในใจว่า คนที่เอามาลงก็หมิงแฟนเขาเอง คนบ้านนี้ไม่รู้...
คนบ้านนี้จึงมีทั้งชมดินว่าเท่ดังดีมาก แต่นายลมบอกไม่เห็นเท่ มีข่าวกับดารารุ่นตกกระป๋องเท่านั้นเอง อยากกลับมาดังเลยสร้างข่าวให้ตัวเอง แล้วไอ้ดินมันจะดังขนาดไหน ก็แค่ไอ้ลูกคนใช้อยู่ดี ลมปัดหนังสือพิมพ์ที่ลงข่าวทิ้งอย่างไม่พอใจ...แล้วพากันเดินหนี เมฆากับอี่ผู้ภรรยามองตาม ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเคืองนายดินขนาดนั้น...
คุณนภา...พี่ฟ้าของบ้านนี้ มองตามพวกไม่ชอบนายดินอย่างครุ่นคิดอย่างหนัก...
ส่วนหมิงโกรธแค้นแน่นอุรา ทั้งขยี้ทั้งเตะหนังสือพิมพ์ กระจาย ที่ลงข่าวให้อลินได้กลับฟื้นชื่อเสียงคืน ทั้งยังดังเป็นดาวรุ่งพุ่งเสียบฟ้าขึ้นไปอีก...วายุเพิ่งมาพบหมิง บอกว่าเขาซวยกว่าหมิง ที่บ้านชื่นชมไอ้ดินเป็นผีบ้าไปแล้ว ไม่รู้จะประเคนอะไรให้มันอีก หมิงได้แต่ปลอบใจว่า มันจะดังไปได้ สักกี่น้ำกัน...

ooooooo

ส่วนคุณหญิงอมรา หลังจากประมวลข่าวและภาพการแถลงข่าวของอลินแล้ว จึงได้วางแผนเดินแต้ม ต่อไป โทร.ไปเชิญอลินมาทานข้าวที่บ้าน อลินตกลง คุณหญิงรีบกัดฟันให้เบาขึ้น กลัวเสียงเข้าไปในมือถือ ให้เชิญแขกพิเศษ ครูสอนทำกับข้าวที่ชื่อพสุมาด้วย... คุณหญิงยิ้มอย่างพอใจ ปิดมือถือแล้วมองภาพอนุชากับอลินที่ยืนด้วยกัน แต่มีพสุมายืนเด่นกว่าลูกชายของคุณหญิง...มันจะมากไปแล้วไอ้ตัวนี้
ในขณะเดียวกัน พสุชักจะเหนียมๆ เมื่อผู้จัดการเอาช่างภาพมาถ่ายรูปพสุในชุดเชฟ เพื่อเอารูปใหญ่โชว์ที่หน้าร้านอิตาเลียน เพราะเจ้าของบอกว่าตอนนี้เชฟพสุดังลั่นโลก คนอยากรู้ว่าร้านของครูกุ๊ก เชฟคนดังอยู่ที่ไหน...แล้วยังจะเอาไปลงโฆษณา ทั้งในและนอกประเทศไปโน่น
เวลาผ่านไม่กี่วัน....ขณะที่พสุกำลังทำอาหารในครัว อลินยื่นสมุดและปากกาอย่างดีมาให้ พร้อมขอลายเซ็นจากเชฟคนดัง พสุหันมาเห็นอลินหน้าทะเล้น จึงเอาปากกาเคาะหัวให้ แล้วเตือนอย่ามาแซว มาดึกขนาดนี้ จะหาเหาอะไรมาให้อีก
"เปล่านา...ฉันมาเอง..." ร้องเป็นเพลงซะอีก "มาเพราะคิดถึงต่างหาก" พสุบอกเขากำลังคิดเมนูใหม่ ไม่มีเวลามาก มีอะไรว่ามาเลย อลินจึงบอกพรุ่งนี้ว่างไหม จะมาชวนไปกินข้าว พสุย้อนถามว่า เขาต้องทำให้กินรึเปล่า?
"ฉันชวนไปกินข้าวเที่ยงจริงๆ ครูกุ๊กเป็นแขก กิน อย่างเดียว ไม่ต้องทำอะไรเลยนะ นะ ไปด้วยกันนะ" อลินอ้อนวอน เธอมาดี ไม่มีอะไรเคลือบแฝง
"เออ...ไปก็ได้...แค่กินอย่างเดียว แล้วห้ามมีปาปาราซซี่มาแอบถ่ายสร้างสถานการณ์ สร้างกระแส ลมบนลมล่างอะไรทั้งสิ้น ผมไม่อยากเป็นข่าวอีกแล้ว โอเค้"
"โอเค้...ทุกอย่าง ทั้งสิ้นดินถึงฟ้าจะขาวสะอาด ไม่ปิดบัง ลับลวงพรางเด็ดขาด...พรุ่งนี้เจอกันตอนเที่ยงนะคะ คุณเชฟสุดฮอตตตต" อลินผลุบออกไปแล้ว...พสุนึกตงิดๆในใจว่า มาธุระแน่นะเนี่ย ทำไมไม่โทร.มา...แต่ก็ดีที่เธอมา ทำให้หัวใจเหงาๆของเขามีเสียงกระซิบกระซาบขึ้นมาบ้าง...

ooooooo

เช้าวันนี้โสภิตาเจอปัญหาใหญ่เข้าอย่างจัง เมื่ออนุชาไปหาที่ร้านพร้อมกับรูปที่โสภิตาถูกพสุจับมือปลอบใจ และอนุชาแอบถ่ายไว้แล้วอัดมาให้ดู โสภิตาคิดว่าเขาให้คนมาแอบถ่าย จึงต่อว่าอย่างไม่พอใจ อนุชารับว่าเขามาหาลูกสาว พอเห็นจึงถ่ายไว้ เขาไม่รู้ว่าชายคนนั้นเป็นใคร แต่ไม่ไว้ใจเพราะโสภิตาไม่ใช่คนตัวเปล่า...
โสภิตารีบตอกกลับทันทีว่า เธอกับเขาไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว อนุชาไม่พอใจ จึงส่งไม้ตายให้รับอย่างเหนือกว่าทุกประตู...
"ที่มาวันนี้ มายืนยันว่ายังไงต้องเอาปูเป้ไปเลี้ยง ถ้าตาไม่ยอม ก็ขึ้นศาลกัน ทนายผมบอกว่า แม่มีอำนาจเลี้ยงดูก็จริง แต่ถ้ามีปัญหาการเงิน ความมั่นคง และมีสามีใหม่ อาจลดอำนาจการเลี้ยงดูลงได้"
"ถึงตาไม่มีเงิน และไม่มีชาติตระกูล อาจเสียลูกไป... แต่ถ้าคุณมีแม่ใจร้าย ไร้คุณธรรม ชอบความรุนแรง ก็ทำให้คุณไม่มีสิทธิ์ได้ลูกไปเหมือนกัน" ว่าแล้วโสภิตาหยิบรูปที่ปริ๊นต์ มาจากกล้องวงจรปิดที่ถ่ายตอนคุณหญิงอมราพาสมุนมาบุกพังร้านวางทับรูปที่อนุชาถ่าย อนุชาเห็นรูปแล้วอุทาน "คุณแม่..."
"นี่แค่ภาพนิ่ง ถ้าคุณอยากเห็นภาพเคลื่อนไหว...เชิญเอาไปเปิดดูเอง" หยิบแผ่นซีดีวางให้ทันที อนุชาถึงกับชา
ไปทั้งตัวสมชื่อดีแท้...

ooooooo

พสุนั่งรถอลินเพื่อจะไปกินข้าวกลางวันตามคำเชิญ แต่พอรถมาถึงหน้าประตูบ้านนายอนุชา พสุถึงกับโวยขึ้นมาทันที จะพาเขามากินข้าวที่บ้านนายคนนี้จะบ้าเรอะ อลินบอกไม่บ้า แต่คุณหญิงแม่อยากเจอพสุ เพื่อรู้จักมักคุ้นเป็นส่วนตัว...พสุหาว่าเธอหลอก เขาลงรถทันที
อลินตกใจรีบวิ่งตาม ถ้าเขาไม่ไปจะเสียคำพูด เพราะนัดคุณหญิงไว้แล้ว...พสุเดินหนี อลินตามแจ เถียงกันไปมา จนพสุระอาหันมาประจันหน้า
"คุณอยากให้ผมเข้าไปหาคุณหญิงแม่จริงๆใช่ไหม...ถ้าผมยอมเข้าไป...มันอาจเกิดเหตุการณ์เลวร้ายขึ้นอย่างที่ทำให้ผมรู้สึกไม่ดี คุณจะรับผิดชอบรึเปล่า"
"ฉันเป็นคนพาครูกุ๊กมา ฉันก็ต้องรับผิดชอบในทุกสิ่งทุกอย่างที่จะเกิดกับครูกุ๊ก...ฉันสัญญา" พสุย้ำ สัญญาแล้วต้องทำให้ได้ อลินยืนหยัด "อย่าห่วง ตราบใดที่ฉันอยู่ด้วย ไม่มีใครทำร้ายครูกุ๊กอย่างเด็ดขาด"
คุณหญิงมองอลินกับพสุที่เดินมาพบในบ้านแล้วยิ้มรับการไหว้ ทักทายหนูอลินเสียงหวานจ๋อยเย็นเจี๊ยบ อลินสะกิดพสุ เขาจึงไหว้สวัสดีครับ คุณหญิงชมว่าตัวจริงพสุดูดีกว่าในข่าว...พสุขอบคุณอีกตามคำเตือนของอลิน...คุณหญิงได้จังหวะ ให้หนูลินช่วยไปดูเด็กจัดอาหารในครัวให้ด้วย
ลับหลังอลิน คุณหญิงก็ตั้งท่าเหมือนพรานใหญ่ไล่ล่าเนื้อสมันน้อยทันที เริ่มด้วยคำถามว่า รู้จักอลินมานานแค่ไหน พสุเล่นสำนวนว่า หลังจากคุณลินเจอคุณอนุชาไม่กี่วัน อยากรู้จริงไปถามอนุชา แล้วเอาสองสามวันลบออก...คุณหญิงชักขุ่นถูกเล่นลิ้น จึงตอกกลับอย่างขัดใจ
"เธอนี่ปากร้ายไม่ใช่เล่น ยโสสมเป็นลูกเจ้าสัวพจน์...ฉันให้คนไปสืบหมดแล้ว เจ้าสัวเป็นคนดีแต่อายุสั้น จึงไม่ได้เห็นความสำเร็จที่ลูกชายตะกายตัวเองมาจากในครัว จนได้ลงข่าวหน้าหนึ่ง..."
"คุณหญิงบอกมาตรงๆเลยดีกว่า อยากเจอผมเพราะอะไร ไม่ต้องอ้อมไปถึงพ่อผม"

"ดี...ตรงๆก็ดี...จากภาพข่าว...ฉันไม่รู้ว่าเธอสนิทกับหนูอลินมากแค่ไหน แต่อยากให้รู้ไว้ เธอกับอลินแตกต่างกันมาก...ถ้าวันหนึ่ง อลินรู้ว่าแม่เธอเป็นแค่คนรับใช้ ฉันก็ไม่แน่ใจว่าเขาจะรับได้รึเปล่า"
"รับได้ค่ะ" เสียงอลินดังขึ้น คุณหญิงกับพสุหันไป คุณหญิงถามว่า ไม่ได้ไปดูอาหารหรือ อลินบอกว่าให้เด็ก
ไปดูแทนแล้ว บังเอิญมาได้ยิน จึงเสียมารยาทตอบแทน คุณหญิงคงไม่ว่าอะไร คุณหญิงยิ้มบอกว่า หนูลินคิดอย่างนั้น แม่ก็สบายใจเฉิบ...แต่หางตาคุณหญิงไม่ยอมเฉิบด้วย
ส่วนพสุนั้นเล่า แอบเห็นอลินเป็นคนใหม่ ชักจะเริ่มรู้สึกว่าน่ารักไม่หยอกใครนะเนี่ย?
แล้วก็ยิ่งรู้สึกดีใจเนื้อเต้นตุบๆขึ้นมาอีก เมื่อกลับไปส่งเธอถึงคอนโดฯ เขาติงว่าไปพูดกับว่าที่แม่สามียังงั้น
ไม่กลัวเขาโกรธเอารึ อลินรับว่ากลัว แต่ต้องทำตามสัญญากับครูกุ๊ก
"อะเหรอ...เพิ่งรู้นะเนี่ย ว่าเป็นคนรักษาสัญญากับ
เขาด้วย"

"บ๊ะ...ปกติก็ไม่หรอก แต่กับครูกุ๊ก...เห็นเป็นคนพิเศษ" พสุชะงักดังกึ๊ก "ตั้งแต่รู้จักฉันมา ครูกุ๊กเคยเห็นฉันมีเพื่อน รึเปล่า" พสุสั่นหัว "ถูกต้อง...ฉะนั้นฉันมีครูกุ๊กเป็นเพื่อน ต้องทะนุถนอมมากๆหน่อย อีกอย่าง...ถึงยังไงคุณหญิงไม่กล้าโกรธฉันหรอก ถึงกับออกโรงเคลียร์ครูกุ๊กแทนลูกชาย หรืออย่างที่ว่า หึงแทนลูกชาย แสดงว่าเขาอยากได้ฉันเป็นสะใภ้มากๆ แต่ก็อย่างว่า คนมันน่ารัก เสน่ห์เพียบเต็มลำเรือขนาดนี้... ใครไม่อยากได้ก็บ้าแล้ว"
"อะเหรอ...โฮ้ย กลับบ้านดีกว่า" พสุทำท่าจะทนฟังไม่ไหว
"อ้าว...อะไรกันเนี่ย นึกจะไปเหมือนไก่จะบิน...ฉันอุตส่าห์ ออกรับหน้าแทนขนาดนี้จะขอบคุณสักนิดก็ไม่มี" พสุชะงัก นึกขึ้นมาได้ หยุดหันมา ล้วงกระเป๋าเอากระดาษแผ่นหนึ่งส่งให้ อลินคลี่ดู เห็นรูปเธอที่ลงในนิตยสาร มองพสุเหวอๆ
"แม่ผมฝากมาขอลายเซ็น...บอกว่าแม่เป็นแฟนคลับคุณตั้งแต่คุณยังเด็กๆ" อลินโต้ทันทีว่า ตอนนี้ก็ไม่แก่ พสุจึงเร่งให้เซ็น เพราะดึกและง่วงแล้ว...
"แหม...จะอภิสิทธิ์มาจากพรรคไหน เกิดมายังไม่เคยมีใครเร่งฉันตอนแจกลายเซ็นนะ แล้วรูปนี้ไม่เซ็น มันยับยู่ยี่ จะหารูปให้ใหม่สมศักดิ์ศรีแฟนคลับระดับแม่ครูกุ๊ก"
อลินไปหารูปของเธอมาใหม่แผ่นใหญ่กว่ามาก จนพสุติงประชดว่า เล็กไปไหม อลินทำท่าจะลุกไปหยิบที่ใหญ่กว่า พสุร้องห้าม อลินยิ้มถามว่า อิจฉาแม่ใช่ไหม อยากได้บ้างก็จะเซ็นงามๆให้ อลินแทบปากกาหลุดจากมือ เมื่อพสุบอกเซ็นมาเลย...อลินถามชื่อแม่พสุ เธอจึงเขียน "ให้แม่นงนะคะ ขอให้ สุขภาพแข็งแรง มีความสุขมากๆนะคะ" ก่อนเซ็นชื่ออย่างงาม...

พสุได้รูปบอกลาทันที แต่อลินกัดไม่ปล่อย บอกว่าเธอหิว ช่วยทำอะไรให้กินหน่อยได้ไหม พสุปฏิเสธเสียงแข็ง ไม่อยากฟังคำร้องขออุทธรณ์ว่าหิวจนท้องร้องจ๊อกๆแล้ว... ในที่สุดพสุยอมทำเป็นการตอบแทนที่เซ็นรูปให้แม่เขา...

อลินจึงสั่งเอารสชาติไม่เปรี้ยวหวานมันเค็ม แต่ขออร่อยให้มากๆไว้ จะไปมาสก์หน้านอนรอ เสร็จแล้วให้รีบบอกแล้วยกมาให้...พสุได้แต่ร้องโฮ้ยแล้วเดินเข้าครัวไป

ooooooo

พสุเข้าครัวทำหน้าที่กุ๊กจากของเท่าที่มีที่พอทำได้คือสลัดน้ำใสแบบที่ง่ายที่สุด...ขณะที่อลินออกจากห้องน้ำมานอนมาสก์หน้าที่โซฟา รอทานอาหารที่ว่าหิว...กระทั่งพสุทำอาหารเสร็จ ร้องเรียกอลินว่าอาหารเสร็จแล้ว กลับไม่มีเสียงตอบ จึงเดินมามอง อลินนอนหลับอย่างหมดสภาพ มีมาสก์โปะหน้า ขาห้อยต่องแต่ง แขนก่ายเหนือหัว เป็นท่าที่ไม่น่าจะเป็นนางเอกได้

พสุปลุกก็ได้แต่ส่งเสียงอื้อๆอ้าๆแล้วหลับต่อ เขาจึงบอกส่งเดชว่า ตื่นมาค่อยกินแล้วกัน...ก่อนเดินไป จึงจับขาที่ห้อยลงให้เข้าที่และจัดท่านอนให้ดี ก่อนเอาผ้ามาห่มให้ เขาเห็นซองมาสก์หน้าบอกว่าทิ้งไว้ 10 นาที...นี่เลยมานานแล้ว พสุตัดสินใจดึงมาสก์ออกจากหน้าอย่างเบามือ จนเห็นหน้าไร้ เครื่องสำอาง มองแล้วถึงกับต้องจ้องนิ่งนาน นิ่งจนเคลิ้ม เผลอยิ้มให้นิดๆ พอรู้สึกตัว พสุจึงละสายตาจากใบหน้าสดใสนั้น

พสุเดินมาที่ห้องครัว เก็บอาหารใส่ตู้เย็น เขียนข้อความติดไว้หน้าตู้เย็น แล้วมองรูปที่เธอเซ็นให้แม่ แต่อดขำไม่ได้... กระทั่งลงไปขับรถกลับบ้าน พสุอดนึกถึงตอนไปบ้านคุณหญิงถูกต้อน แต่อลินออกมารับหน้าแทนอย่างไม่กลัวคุณหญิงโกรธ แล้วยังบอกว่า ครูกุ๊กเป็นคนพิเศษ เป็นเพื่อนที่ต้องทะนุถนอม... พสุรู้สึกหัวใจพองโตขึ้นจนผิดปกติ เขามองรูปที่วางข้างๆ ขับรถไปด้วยอารมณ์บ่มความสุขแต่พอเคลิ้มๆ ขับไปยิ้มไปคนเดียว ใครว่าบ้าช่างหัวชาวบ้าน...

ooooooo

อนุชาเอาภาพและซีดีคุณหญิงถล่มร้านโสภิตา มาให้แม่ดู แล้วถามว่าแม่ทำแบบนั้นได้ยังไง คุณหญิงบอกว่าไม่อยากให้มันมายุ่งกับเล็ก ลูกชายจึงตำหนิว่า ไม่ควรทำรุนแรงอย่างนั้น ถ้าเขาเอาให้นักข่าวหรือฟ้อง ร้องจะทำยังไง?

คุณหญิงที่กำลังอยากจะเล่นการเมืองเพราะเห็นเขาร่ำรวยกันโครมๆ จึงบอกลูกชายว่าอย่าห่วง ยัดเงินตำรวจ ไม่ให้รับแจ้งความ ยัดเงินคนที่เกี่ยวกับคดี เพื่อนคุณพ่อมีเยอะแยะให้เขาช่วยได้ ลูกชายเตือนว่า สมัยนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อน ตอนนี้มันยุคกัมพูชาร่าเริง ไม่มีนักการเมืองคนไหนเอาชื่อเสียงตัวเองมาแลกเรื่องไร้สาระแบบนี้

"เล็กจะให้แม่ทำยังไง แม่ไม่ยอมให้มันมาทำลายอนาคตลูก ถ้าเล็กยังไม่เลิกยุ่งนังโสภิตา ชีวิตเล็กจะไม่เหลือใคร ไม่ว่ามัน แม่ หรือแม้แต่อลิน...แล้วตอนนี้ แม้อลินอยากจับลูกจนตัวสั่นงักๆ แต่แม่ขอเตือนให้ระวังไอ้ครูกุ๊กที่ชื่อพสุให้ดี ความสัมพันธ์สองคนนี้ไม่แค่สอนทำอาหาร" ลูกชายยืนยันว่า อลิน บอกเขาว่าไม่เป็นอะไรกัน คุณหญิงสำทับทันที "อลินอาจไม่เป็นอะไร แต่ไอ้ครูกุ๊กไม่แน่ ถึงลินไม่ดังเหมือนก่อน แต่ใครอยู่ใกล้อาจหลงเสน่ห์ได้ ถ้าเล็กไม่รีบรวบหัวรวบหางตอนยังมีโอกาส เล็กอาจเสียอลินให้พ่อครัวที่มีแม่แค่คนรับใช้ได้"

อนุชาฟังแล้วชักจะเกิดอารมณ์แบบหมาหวงก้างมาเกาะบ่าตงิดๆ คุณหญิงส่งแฟ้มกำพืดพสุที่ให้คนไปสืบมาให้ ลูกชายรู้จักศัตรูของเขาเอง อนุชาจำต้องรับเรื่องราวพสุมา เพื่อจะร่วมทำสงครามที่คุณแม่ได้ประกาศให้แล้ว...

ooooooo

การไปเข้าฉากละครเรื่องฟ้าทอรุ้งของอลินเช้านี้ เจอฮยองกึนดาราเด็กเกาหลีผวาวิ่งมาเรียกอลินคุณแม่ขา...เหมือนอลินถูกฟ้าผ่าอีกแล้ว เด็กคนนี้ชอบเรียกเธอว่าแม่ทุกที เพราะในละครเธอเป็นแม่ฮยองกึนเสียด้วย

อลินจึงตั้งแท่นสั่งสอนว่า เธอยังไม่แก่อายุไล่เลี่ยกับแม่ของฮยองกึนเลย ในความเป็นจริงพี่อลินยังเป็นพี่ของน้องฮยองกึนอยู่ดี อายุเราห่างกันไม่เท่าไหร่

"ฉะนั้นอย่าเรียกแม่อีก ไม่งั้นพี่อาจจะอิน จนนึกว่า คุณพ่อน้องเป็นสามีพี่จริงๆ"

แม่ฮยองกึนยืนฟังอยู่ถึงสะดุ้งสามเฮือก เคืองหนักที่อลินจะมายุ่งสามีเธอ อลินสะบัดหน้า เดินหนีเข้ากองถ่าย ฮยองกึนนึกขึ้นได้รีบร้องเรียกเพื่อถามเรื่องสำคัญ บอกว่าอยากได้ เบอร์ครูกุ๊ก เห็นรูปเขาตอนแถลงข่าวกับพี่ลิน พี่น่ารักมากๆ อลินหยุดจึ๊กกึ๊ก เด็กอยากให้ครูกุ๊กมาสอนทำอาหารเป็นการส่วนตัว...อลินเริ่มหน้าไม่ดี ถามอายุ รู้ว่าเธอน้อยกว่าครูกุ๊ก 12 ปี แต่เด็กกลับชอบผู้ใหญ่ อลินจึงรีบจัดการ

"รู้แล้วเหยียบ...ครูกุ๊กเขาไม่ค่อยชอบเด็กผู้หญิง" เด็กยังงง จึงสับต่อ "ครูกุ๊กชอบเด็กผู้ชาย"

ฮยองกึนหน้าซีดเป็นไก่ต้มข่า อลินถามว่า มีผู้ชายที่ไหนชอบทำกับข้าวเป็นชีวิตจิตใจ มีรอยยิ้มอบอุ่น แววตาแสนดี เป็นเกย์ชัดๆ

ฮยองกึนถึงสยอง พยักหน้างึกงักๆ อลินทำหน้าเศร้าเหมือนจะเสียใจด้วย แต่แอบใส่เจ้าเล่ห์ไว้ที่มุมปาก กระหยิ่มยิ้มย่องในอารมณ์...

ooooooo

สำหรับนายลมวายุถูกทวงหนี้ ไม่จ่ายค่าเช่าร้านสองแสนกว่า นายลมไม่มีจ่าย กลับวางท่าใหญ่ด่าย้อน เงินแค่นี้ทำมาทวง แล้วจะเอาไปจ่ายให้ นายลมวิ่งไปหาหมิง ขอยืมเงินสองแสนจ่ายค่าเช่าที่ หมิงไม่มี ซ้ำลำเลิกว่าลมเอาไปหลายล้านแล้ว ลมไม่พอใจ ประกาศว่าเขาจะไปหาคนที่มีเงินก็แล้วกัน หมิงเรียกไว้ แต่ลมไม่หันมา หมิงเองก็ไม่มีทางเลือก...

เมื่อลมพาพี่สาวไปขอเงินจากพี่ฟ้า จึงเจอเงื่อนไขสำคัญว่า เขาจะต้องเลิกว่านายดินเป็นลูกคนใช้ นายลมกับพี่น้ำวารีของเขาไม่ยอม เพราะดินเป็นลูกคนใช้จริงๆ พี่ฟ้าจึงย้อนว่า พวกเธอก็เป็นลูกเมียน้อย เพราะแม่เธอเป็นน้องสาวแม่พี่ แต่ก็มาทีหลัง เป็นเมียน้อย จะว่ายังไง นายลมจำยอม แต่ยังมีท่า ถ้าเขาหาเงินมาคืน จะเรียกไอ้ลูกคนใช้อย่างเก่า พี่ฟ้าได้แต่ส่ายหน้ากับพวกน้องวายร้ายพวกนี้

ooooooo

เมื่ออลินเข้าประชุมในบริษัท ที่ประชุมบอกว่า สปอนเซอร์ต้องการให้รายการอาหารเด็กเพราะคนชอบใจมาก แล้วให้ใช้เด็กสองพี่น้องอย่างเก่า อลินจะทำพิซซ่า แม้เด็กคนน้องขอกินพิซซ่า แต่เธอยากเปลี่ยนเด็กใหม่ ที่ประชุมไม่ยอม อลินจำต้องตกลง

ออกจากที่ประชุมบอกอนุชาว่า เธอจะรีบไปปรึกษาเรื่องรายการอาหารกับครูกุ๊ก ทำให้อนุชารู้สึกลมหึงเริ่มตีสว้านในเข้าให้แล้ว...เขาเริ่มเอาเรื่องอลินกับครูกุ๊กมาคิดอย่างที่คุณหญิงแม่ตั้งให้เป็นศัตรูไปแล้ว

เมื่ออลินกับพสุพบกันที่คอนโดฯของเธอ เล่าเรื่องรายการอาหารเด็กให้ฟัง พสุบอกอย่าห่วงเรื่องเด็ก ห่วงเรื่องทำพิซซ่า ดีกว่า อย่าให้พลาดเพราะเขาจะไม่ไปกองถ่ายกับเธออีก เบื่อข่าวพวกบันเทิง

"คอยดูนะ...ถ้าฉันกับคุณเล็กลงเอยกันเมื่อไหร่ จะไม่ง้อสักนิดเลย" พสุฟังเริ่มตึงที่คอไม่ขำเหมือนก่อน จึงบอกอลินว่า เทปหน้าทำพิซซ่าก็ดีแล้ว เขาจะพาเธอไปเรียนที่ร้านเบเกอรี่เพื่อนของเขา...คำว่าเพื่อนทำให้อลินขมวดคิ้ว พสุจึงย้ำ ใช่แล้วเพื่อน ที่อลินเคยให้ไอ้เปี๊ยกไปสืบว่าเป็นใครคนนั้นละ ถ้าอยากรู้จักจะได้พาไปเจอกัน...

ตกกลางคืน พสุไปที่ร้านเป้หวาน โสภิตาฟังเรื่องราวแล้ว ไม่แน่ใจว่าอลินควรจะมาเรียนพิซซ่าที่เธอหรือไม่ พสุเห็นว่า วันหนึ่งคุณลินอาจแต่งงานกับอนุชา เขาควรรู้ข้อมูลจริงๆของโสภิตา ก่อนที่คุณหญิงจะใส่ข้อมูลผิดๆให้ ถ้าคุณลินรู้ว่าเธอกับอนุชาเป็นอะไรกันจะไม่เสียใจหรือ พสุบอกไม่รู้ แต่ให้อลินรู้จักตาในฐานะเพื่อนของพสุ ดีกว่ารู้จักตาในฐานะภรรยาเก่าของนายอนุชา...โสภิตาได้แต่พยักหน้า

เห็นภาพอลินที่น่ารัก โสภิตายอมรับว่า คุณเล็กได้พบคุณอลินคนที่คู่ควรกับเขาแล้ว...

ooooooo

ในที่สุดเมื่อพสุพาอลินไปพบโสภิตาที่ร้านเป้หวาน อลินเห็นร้านยิ่งแปลกใจว่าคุณโสภิตาเป็นเพื่อนกับครูกุ๊ก จริงๆหรือ หลังจากพสุแนะนำกันแล้ว อลินจึงได้รู้จากปากโสภิตาว่า เธอเป็นเพื่อนกับครูกุ๊กมาสิบกว่าปีแล้ว ตั้งแต่อยู่มหาวิทยาลัย จากนั้นมีการสัพยอกหยอกล้อกัน โดยเฉพาะพสุถูกแซวหนัก จึงเร่งให้อลินรีบมาฝึกทำพิซซ่ากันทันที...

พสุเริ่มสอนอลินทำตั้งแต่ให้หาขวดยีสต์ อลินหาจนตาลายก็ไม่รู้ โสภิตาแอบส่งสัญญาณบอก อลินหยิบมาได้ จากนั้นเดินตามกรรมวิธีการทำ โดยมีครูกุ๊กสั่งให้ลงมือด้วยตัวเอง แต่มีโสภิตาคอยแอบช่วย...

การปฏิบัติการสอนให้ทำ กระทั่งมาถึงแป้งฟุ้งกระจายเข้าตาอลิน ต้องช่วยกันเช็ดล้างจนหายแสบ การแกล้งดุ แต่เอาใจ ใส่อลิน ทำให้โสภิตาคิดว่า...หรือว่าทั้งสองคนมีอะไรกันยิ่งกว่าเพื่อน?

ขณะที่ผู้ชายอีกสองคนเริ่มจะหันมาสนใจอลินอย่างจริงจัง ด้วยจุดประสงค์ที่ต่างกัน

นายลมนึกถึงพี่สะใภ้พูดถึงอลิน ที่ไปลงทุนบริษัทอวตานถึงสิบล้าน อลินรวยมากและเป็นนางเอก ทิ้งห่างหมิง ตัวอิจฉา บ่มิไก๊ ถ้าลมได้ควงอลินเข้าบ้าน พี่ฟ้าคงปลื้มมากกว่านี้แน่นอน
"อลิน ทิพยดา...แล้วเราจะได้เจอกัน" วายุหรือนายลม ลูกเจ้าสัวกำลังคิดการร้ายกับอลิน
ขณะเดียวกัน...อนุชาเห็นท่าทางอลินกระดี๊กระด๊าจะไปหาครูกุ๊กอย่างร้อนรน เกิดอาการหวงก้างขึ้นมาอย่างเต็มที่ ด้วยข้อมูลคุณหญิงแม่ ถึงนั่งโต๊ะทำงานไม่ไหว ลุกขึ้นโทร.หาคนสนิท
"เพรียว...ผมต้องการเบอร์โทรศัพท์ที่จะติดต่อกับนายพสุ ถ้าได้แล้ว รีบโทร.บอกผมด่วน"
อนุชามองดูแฟ้มประวัติพสุที่แม่ให้มา เขาต้องจัดการเรื่องนี้ให้เนียนที่สุด...

สูตรเสน่หา ตอนที่ 12


หลังจากอลินลงมือทำพิซซ่ามากมายกว่า 50 ชิ้น เธอนำมาวางเรียงต่อหน้าโสภิตาและครูกุ๊ก โสภิตาชมว่าน่าทาน ครูกุ๊กกลับชมอีกแบบว่า อลินทำแล้วดูดี แต่รสชาติเป็นอีกเรื่อง...โสภิตาเห็นอลินหน้าง้ำ จึงต่อว่าพสุชอบว่าชอบแกล้งอลิน อลินได้ทียุโสภิตาให้ช่วยออกเสียงให้เธอด้วย
ครูกุ๊กจึงวางหมากต่อไปให้อลินพิสูจน์ว่าฝีมือเธอทำได้อร่อยแค่ไหน ด้วยการเอาพิซซ่าของอลินพากันหอบหิ้วไปวางขายในตลาดนัดหน้าซอยจอแจ โดยอ้างว่าขายที่ร้านเป้หวานทั้งวันก็ไม่หมด มาวางตลาดนัดคนเยอะดีกว่า หลังจากวางของเสร็จ ต่างก็ช่วยกันร้องเรียกลูกค้า ขายชิ้นละ 12 บาท คนผ่านไปมาบ้างก็บอกว่าแพง แต่อลินกลับบอกว่าเธอทำแทบตาย ขายถูกได้ไง แต่ครูกุ๊กยืนยันว่า ถ้าขายไม่ได้ แสดงว่าอลินทำไม่อร่อยไร้ฝีมือ


อลินสุดจะเจ็บปวด เดินไปมาแล้ว ก็ได้ยินเสียงจากโทรโข่ง พ่อค้าร้องขายของสารพัดชนิด บอกขายถูก ย้ำราคาถูกเหมือนให้ฟรี...
"ฉันขอเช่าที่พี่พูดนี่หนึ่งชั่วโมง...ฉันให้ 3 พัน...เอาไหม"
พ่อค้าเต้นเหยง ร้องเจี๊ยกเหมือนลิง ก่อนจะรับเงินแล้วยื่นโทรโข่งให้อลินอย่างไม่มีเสียงลอดจากปากอีกเลย...จากนั้นเดินมาหาพวกครูกุ๊ก อลินสั่งให้หลีกไป แล้วลากกล่องมาวางให้เข้าที่ จากนั้น ถอดหมวกถอดเสื้อคลุม สะบัดปลายผมสยายลงมา ดึงแว่นตาดำออก เหลือเสื้อกล้ามทั้งเท่ทั้งเซ็กซี่ยืนบนกล่อง พูดโทรโข่งโดยมีผ้าสีชมพูผูกตรงไมค์ไว้ดับกลิ่นปากเจ้าของเดิม แล้วเสียงเธอก็ดังลั่นขึ้น
"พ่อแม่พี่น้อง คอละคร แฟนหนังฟังทางนี้ อลิน ทิพยดา ตัวจริงเสียงจริง มายืนตรงนี้แล้วค่า ลินมีโอกาสทองมามอบให้ ทุกท่าน ถ้าไม่อยากพลาดโอกาสสำคัญ สองมือล้วงกระเป๋า สองเท้าก้าวเข้ามา อย่ารอช้า รีบมาทางนี้ด่วนเลยค่ะ" ทั้งครูกุ๊กทั้งโสภิตาใบ้รับประทานไปครู่ใหญ่ พสุจึงอุทานอะไรออกมาเสียงขลุกขลัก...


"ฉันขายหมดภายในหนึ่งชั่วโมง ครูกุ๊กจะได้รู้ว่าฝีมือฉันเจ๋งแค่ไหน" อลินหันมาบอกพสุ แล้วยักคิ้วสองแผล็บให้อีก ครูกุ๊กเอานิ้วปาดเหงื่อ แล้วอดขำอย่างสนุกไปด้วยไม่ได้ เมื่ออลินร้องเรียกผู้คนที่ทยอยกันมา ให้มารีบซื้อหาเอาไปฝากทางบ้านด้วย
"พิซซ่าหน้าดารา ฝีมืออลินทำเองทุกชิ้น กินได้ทั้งครอบครัว สามีกิน อร่อยถึงภรรยา พ่อกิน ลูกอร่อย...เอ๊ย อร่อยทั้งพ่อลูก ลูกคนโตกิน อร่อยถึงคนสุดท้อง ของเขาดีจริงๆไม่อิงละคร...อยากรู้พิซซ่าดาราอร่อยด้วยรสชาติมหาวินาศแค่ไหน ต้องซื้อไปลอง...ชิ้นละ 15 บาทเท่านั้นค่ะ"
พสุร้องจ๊ากเมื่ออลินขึ้นราคาเป็น 15 บาท แต่อลินไม่สน แจกแจงของที่นำมาทำ ชีส ไส้กรอก แฮม เบค่อน ล้วนสั่งตรงส่งทางเครื่องบินด้วยมือแอร์โฮสเตสสาวสวย...
"เร่เข้ามาเลือกซื้อได้เลย มีไม่มากนะคะ มาขายวันนี้วันเดียว ราคาเดียว...ชิ้นละ 18 บาท"
"ไหนบอกว่าชิ้นละ 15 บาท" ลูกค้าผงะแล้วถาม
"ขึ้นราคาแล้วค่ะ ของดีมีน้อย จะให้อร่อยต้องแพงเป็นของแกล้ม...เอ้า ถ้าช้ากว่านี้ราคาขึ้นอีกนะคะ...เข้ามาเลยค่ะ พ่อแม่พี่น้อง ของดี ของถูก หมดแล้วหมดกัน วันหน้าไม่มีให้กินแล้วนะคะ"
อลินตอนนี้ดิ้นขายของจนตัวโยน ปากเปียกปากแฉะ ไม่ยอมเหน็ดเหนื่อย พสุมองจนหายขำ แต่เกิดความรู้สึกใหม่ ขึ้นมาตงิดๆตรงประตูหัวใจ ทำไมถึงอุตริอยากจะแง้มรับลูกศิษย์คนนี้ขึ้นมาหมาดๆแล้ว จากนั้นจะรีบปิดประตูขังไว้ ให้แน่นหนาที่สุดด้วย...


ooooooo


เย็นมากแล้ว...ถาดพิซซ่าว่างเปล่า ผู้คนในตลาดนัดเริ่มบางตา โสภิตานับเงินต่อหน้าพสุ ขายได้ หนึ่งพันเจ็ดร้อยเก้าสิบบาท ขายได้มากกว่าที่คิด เพราะฝีมืออลินจริงๆ แล้วทั้งสองเอะใจว่าอลินหายไปไหน...
อลินไปอยู่ทางด้านหน้า กำลังถูกรุมล้อมจากแฟนคลับ มารุมขอลายเซ็น แม่อุ้มลูกจูงหลานตัวน้อยๆก็เบียดเข้ามาด้วย อลินยิ้มแย้มแก้มใส เซ็นให้อย่างเต็มใจจนมือเป็นระวิง...พสุเดินมาเห็น ต้องชะงัก อลินมองมา ยิ้มให้เขาอย่างมีความสุข พสุโบกมือตอบอย่างเคอะเขิน อลินหันไปเปลี่ยนคู่สลับไป เมื่อแฟนๆขอถ่ายรูปกันตรึม...
จากนั้นทั้งสามคนก็ขับรถกลับ...ไปส่งโสภิตาที่ร้านของเธอ โสภิตากลับเข้าร้าน พสุกับอลินยืนกันอยู่ที่รถหน้าร้าน อลินส่งเช็คเงินสดให้พสุ บอกเป็นค่าสอนวันนี้ เธอเพิ่มให้อีก 20% ตอบแทนที่พามาขายขนมที่ตลาดนัด เธอมีความสุขมากที่ไม่ได้อยู่กับแฟนๆที่มาขอลายเซ็นนานแล้ว พสุบอกว่าวันนี้ เขาสอนให้ฟรี ไม่คิดเงิน อลินจึงต่อว่า เกิดเฮี้ยนอะไรขึ้นมา ทุกทีเห็นเขี้ยวลากดินแทบทะลุโลก เขาตอกกลับห้ามประชด อลินจึงรีบชมครูกุ๊กใจดีที่สุดในโลกเลย ทั้งโอ๋ยั่วให้ยิ้ม แล้วขอเปลี่ยนเป็นเลี้ยงข้าว พสุกลับผงะด้วยตกใจ
"เลี้ยงข้าวอีกแล้วเรอะ จะมาหลอกไปให้ใครด่าเล่นอีกล่ะ"
"แหม...ไม่หรอกน่า คราวนี้เลี้ยงจริงๆ ตอบแทนสำหรับ ทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งเรื่องสอนพิซซ่า พาไปตลาดนัด อ้อ แล้วพามารู้จักกับเพื่อนน่ารักอย่างคุณตา"
"คุณไม่ต้องเลี้ยงข้าวผมหรอก แต่คุณจำความรู้สึกดีๆที่เกิดขึ้นในวันนี้ก็พอ"
"ไม่ต้องห่วง...วันนี้ฉันทั้งสนุก มีความสุขมาก ฉันสัญญาจะไม่ลืม...โอเค้" อลินทำหน้าทะเล้นให้
ในรอยยิ้มทะเล้นนั้นมันตราตรึงน่าทะนุถนอมอย่างไม่เคยรู้สึกมาก่อน พสุพยักหน้ายิ้มขวยเขิน แต่ต้องเตือนตัวเองว่า หัวใจเจ้าเอ๋ย เจ้าไม่ใช่ไอติมนะ จะเกิดละลายไปง่ายๆได้ไง...เฮ้อ
กว่าจะทำใจได้ อลินก็กลับไปแล้ว พสุกำลังจะเดินเข้าไปในร้าน หารู้ไม่ว่าโสภิตาไปแอบมองมาจากในร้านนานแล้ว เห็นสีหน้าของพสุอิ่มเอิบอาบความหวานซ่านไปทั้งตัวแบบนี้ สงสัยว่าจะมีใครมาจุดไฟใส่ความหวังให้เสียแล้ว
โสภิตาจึงเปรยขึ้นเมื่อพสุมานั่งลง ว่าคุณลินน่ารักดีนะ สนุกสดใส ร่าเริงดีแท้ พสุบอกว่าบ๊องมากกว่า โสภิตายืนยันว่า แต่เธอก็ทำให้ดินยิ้มได้ ทั้งๆที่นอกจากเวลาคุยกับปูเป้แล้ว ดินไม่เคยยิ้มหัวเราะกับใครมาก่อนเลย พสุยืนยันว่ามีก็แล้วกัน อย่าซักมาก แล้วพสุก็เสไปว่า เย็นมากแล้ว เขาอาสาไปรับปูเป้
จากโรงเรียนดีกว่า...ว่าแล้วรีบเผ่นหนีออกจากร้านไป...พสุกลับเดินคิดหนักถึงคำพูดของโสภิตา คิดแล้วอดยิ้มไม่ได้ แต่ หลอกตัวเองว่าไม่จริง ขืนเป็นแบบนั้น ก็บ้าแล้ว...


ooooooo


นายวายุหรือลม น้องต่างมารดาของนายดินพสุ ยังดิ้นรนที่จะหาเงินด้วยการติดปีกสีทองต่อไป เขาวางเส้นทางเดินว่าจะต้องไปใกล้ชิดกับดาราที่อุดมด้วยทรัพย์สมบัติ เพื่อจะหาทางตกถังข้าวสารให้ได้
พอเอาความคิดที่จะเปิดตัวเขาและร้านให้มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการที่พวกดาราจะมาเป็นลูกค้าที่ร้าน จะได้ฟื้นจากการขาดทุนเสียที หมิงฟังแล้วบอกเขาไม่ต้องไป หมิงจะพาเพื่อนๆมาอุดหนุนที่ร้านเอง ลมรีบห้าม พวกนี้ไม่ขอส่วนลดก็ขอของฟรีมากกว่า ขอที่ไม่สนิทกับหมิงจะดีกว่า ถ้าหมิงไม่พาเขาไปกองถ่าย เขาจะหาคนอื่นพาไปก็ได้ หมิงยิ่งระแวง ถ้านายลมมีอะไรแอบแฝง หมิงหรือจะยอมได้ ไม่เชื่อคอยดู...


ส่วนเพรียว เมื่อเจ้านายอนุชาขอให้หาเบอร์โทร.กุ๊กพสุให้ เธอพยายามหลายวัน เพิ่งนึกออกว่าคนที่จะช่วยได้คือทนายปฏิคม เพรียวรีบโทร.ไปหาเขาทันที ซึ่งก็ได้มาโดยไม่ยากนัก...
เช้าวันนี้...อลินโทร.มาหาพสุแต่เช้า ขณะที่ยังเพิ่งรู้สึกตัวบนที่นอน อลินร้องเสียงแหบแห้งมา ให้เขารีบช่วยเธอด้วย...พสุจึงจำต้องรีบแหกขี้ตาไปหาเธอที่คอนโดฯแต่เช้า แต่เมื่อไปถึง อลินก็แต่งตัว จะไปทำงานแล้ว เธอบอกว่าตื่นขึ้นมาก็เสียงแหบแห้ง แต่ต้องไปถ่ายละครตอนเช้านี้ด้วย พสุบอกเจ็บคอเพราะไปตะโกนขายของ อลินไม่ให้พูดมาก ให้ครูกุ๊กไปหายามาให้ แล้วรีบตามเอาไปให้ที่กองถ่าย เธอจะไม่ยอมพูดกับใครจนกว่าจะมีเสียงปกติ...ว่าแล้วอลินก็รีบออกจากห้องไป ไม่ฟังเสียงใครด้วย
พสุยืนงง ถามตัวเองว่า แล้วมันเรื่องอะไร ที่ต้องตามดูแลรับใช้แม่ดาราคนนี้ด้วย?


ooooooo


อนุชาไปหาโสภิตาที่ร้านเป้หวาน วางเช็คให้เธอ พร้อมบอกว่าเป็นค่าซ่อมแซมร้าน ให้ถือว่าเขารับผิดชอบแทนคุณแม่ของเขาก็แล้วกัน โสภิตาขอบคุณเขา แต่เธอรับเช็คไม่ได้ เพราะมันไม่ได้ทำอะไรให้ดีขึ้น
"เราเดินวนกับเส้นทางเดิมๆมานานแล้ว เริ่มต้นกับสิ่งใหม่ๆดีกว่าค่ะ"
"ตาหมายถึงผู้ชายคนนั้นใช่ไหม" อนุชารุก
"ตาหมายถึง...คุณอลิน" สิ้นเสียงโสภิตา อนุชาชะงักแล้วอึ้งไป "อลินเป็นคนน่ารัก เพียบพร้อมเหมาะกับคุณทุกอย่าง เป็นผู้หญิงที่แม่คุณยอมรับ คุณควรอยู่กับปัจจุบันที่มีความเป็นไปได้มากกว่าอดีตที่ไม่มีวันจะหวนกลับมาอีก" อนุชาถาม ถึงเรื่องอลิน โสภิตารู้เรื่องได้อย่างไร "ความลับไม่มีในโลก มันต้องเปิดออกมาไม่ช้าก็เร็ว แต่คุณไม่ต้องห่วง ตาจะพยายามเก็บเรื่องของเราไว้เป็นความลับให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้"
"ขอบคุณ...ขอบคุณมาก...และขอโทษสำหรับเรื่องร้ายๆ ที่ผ่านมา" อนุชามองโสภิตาด้วยความเสียดายจนหน้าหมอง
"ถ้าสิ่งที่ตาทำยังพอมีคุณค่าสำหรับคุณเล็ก ตาขออย่างเดียว อย่ามายุ่งกับปูเป้ ตาไม่มีวันยอมให้ปูเป้ไปอยู่ใกล้ คุณแม่คุณอย่างเด็ดขาด ถ้าคุณเล็กยังไม่หยุดที่จะพรากลูกตาไป เรื่องระหว่างเรามันจะไม่เป็นความลับอีกต่อไป" โสภิตา ขู่สำทับ จนอนุชาเงียบกริบไปทันที...
อนุชาขับรถกลับ...ยังเก็บคำพูดของโสภิตามาคิดอย่างชอกช้ำระกำใจ แต่แล้วก็ฮึดขึ้นมาอีกครั้ง อนุชาตั้งใจใหม่ เขาจะต้องทำอะไรสักอย่าง แล้วก็ได้รับโทรศัพท์จากเพรียว บอกเบอร์โทรศัพท์ของพสุให้...อนุชาจึงวางแผนขอพบกับพสุทันที


ooooooo


อลินที่อยู่ในห้องแต่งตัว พวกที่มาบอกให้ไปเข้าฉากกลับได้รับการพูดตอบด้วยการเขียนบอกให้ไปเลื่อนคิวไปถ่ายตอนบ่าย พร้อมบอกว่าที่ไม่ยอมพูด เพราะถือศีลอด ของดพูดไปครึ่งวัน...อลินจึงรอดตัวไป แต่หารู้ไม่ว่า พสุเดินมาได้ยินพอดี เขาจึงถามว่า อลินไปโกหกพวกนั้นทำไม
อลินรีบสารภาพว่า ขืนบอกเสียงแหบจะถูกพวกเขาล้อเลียนตายเลย พสุจึงเอายามาให้หลายขนาน บอกกินแต่ละมื้อ กี่เม็ด กี่อย่าง แล้วยังมีน้ำผึ้งผสมน้ำมะนาว น้ำบ๊วย ใส่กระเป๋าเก็บความร้อนไว้ให้ดื่มตลอดเวลา อลินรีบกินรีบดื่มตามสั่ง แล้ว ขอบคุณครูกุ๊กอย่างที่สุด...พสุเบือนหน้าหนี เตือนตัวเองอย่างเคยว่า...หัวใจเอ๋ย เจ้าไม่ใช่ไอติมนะ จะมาละลายเอาง่ายๆได้ไง?
ออกจากกองถ่าย พสุได้รับโทรศัพท์ขอพบจากอนุชาในตอนเย็นนี้...พสุสงสัยจึงนัดพบกับทนายเปี๊ยกที่ร้านกาแฟก่อน พอเปี๊ยกรู้ว่าอนุชาโทร.มานัดพสุ เขาจึงนึกออกว่า วันก่อนผู้ช่วยนายอนุชาโทร.มาถามเบอร์โทร.พสุกับเขา บอกว่าเกี่ยวกับ เรื่องอาหารที่จะถ่ายเทปรายการ ที่แท้จะเอาไปให้นายอนุชานี่เอง... พสุจึงตกลงว่า ไหนๆเขาก็โทร.มาแล้ว ก็อยากรู้ว่าเขาจะคุยเรื่อง โสภิตาหรือว่าอลิน ให้มันรู้ไปเลย
ดื่มน้ำไปได้จ๊วบเดียว พสุก็รับมือถือ ยิ้มหวานจนเปี๊ยกบอกทันทีว่า สาวไหนโทร.มา จึงยิ้มเป็นจิ๋วหวานเจี๊ยบอย่างนี้
พสุรีบแก้ว่า สาวที่ไหน คุณลินโทร.บอกเขาตอนตีห้าว่าเธอเสียงแหบ ทนายเปี๊ยกเอะอะขึ้นทันทีว่า เมื่อก่อนมีอะไรดึกตีสี่ตีห้าก็โทร.หาเปี๊ยก ตอนนี้เธอกลับโทร.หานายดิน เป็นเรื่องแปลกมาก แล้วแค่เรื่องโทร.ให้ช่วยไปซื้อยามาให้เท่านั้น พสุยังขยันทำน้ำมะนาวน้ำบ๊วยไปให้ แล้วตอนนี้ยังอยากได้ ไปดื่มอีก มันยังไงเสียแล้วคนคู่นี้
"เดี๋ยวฉันก็ต้องทำให้ แล้วเอาไปให้เขาที่กองถ่าย" พสุบอกแบบสบายๆ หัวใจยังพอเต้นได้ดี...แต่ทนายเปี๊ยกยังแปลกใจในการเปลี่ยนแปลงของอลินและนายดินไม่หาย


ooooooo


เมื่อพสุทำน้ำอะไรต่ออะไรไปให้อลินที่กองถ่าย เมื่ออลินคอหายดีแล้ว จึงเริ่มถ่ายจากตอนเย็นไป...พสุเห็นอลินเข้าฉากละครแต่งเป็นนักเรียนวิ่งไล่จับเด็กๆ พสุอดขำไม่ได้ ทำให้อลินเคืองแทบตาย กำลังจะเอาเรื่อง ดาราเด็กยุคเกาหลีฟีเว่อร์ ฮยองกึนก็ทำเอาทุกคนตกใจ เธอวิ่งตึงๆมา ปากร้องครูกุ๊กตัวจริงมาแล้ว...ร้องเรียกคุณแม่ของเธอให้มาช่วยถ่ายรูปกับครูกุ๊กให้ด้วย แล้วขอครูกุ๊กถ่ายรูปกับเธอไปอวดเพื่อนๆ


พสุไม่คิดอะไร ช่วยยืนให้ถ่ายคู่กันตามสบายได้ทุกท่า ฮยองกึนถ่ายไป แอบแนบชิดพสุ ทั้งชมว่าครูกุ๊กน่ารัก แล้วหันไป ขอโทษพี่ลินอีกด้วย...หารู้ไม่ว่าพี่อลินของเธอกำลังนึกถึงอีโต้ ในครัว หมั่นไส้อยากชำแหละติ่งหูนังเด็กจอมกึ๋นคนนี้ให้ดิ้นคามือ ยิ่งแม่ฮยองกึนบอกให้ลูกตัวเองกับครูกุ๊กยิ้มให้ถ่ายอีก เรียกพสุว่า "ลูกครูกุ๊ก" เข้าให้
หลังถ่ายกันจนเหนื่อยแล้ว ฮยองกึนพูดจ้อยๆกับครูกุ๊ก ว่า เธออยากเจอครูกุ๊กมานานแล้ว แต่พี่ลินบอกว่าครูกุ๊กงานยุ่ง อยากเรียนทำกับข้าวกับครูกุ๊ก พี่ลินก็บอกว่าครูกุ๊กไม่ยอมสอน ตัวต่อตัว ยิ่งเห็นตัวจริง ฮยองกึนเสียด๊ายเสียดาย...พสุจึงแนะว่าให้ไปสมัครเรียนที่โรงเรียนที่เขาสอนอยู่ได้เลย
"ที่ฮยองกึนบอกว่าเสียดาย...ไม่ได้เสียดายเรื่องนั้น แต่เสียดายพี่ครูกุ๊กน่ะค่ะ ทั้งหน้าใส ทั้งน่ารักแบบนี้ ไม่น่าเป็นเกย์เลย เสียดายของน่ะฮ่ะ" ฮยองกึนมองอลิน เธอถึงกับเป็นโรคเอ๋อ แอบกัดฟันด่า นังเด็ก "ผยองกึ๋น" พสุเองควันออกหูฟู่ๆ อุทานเสียงสูงลิ่ว
"เป็นเกย์" พสุหันไปมองอลิน...อ้าวหายไปไหน...พิษเกย์ปลอมเป็นเหตุแบบนี้จะอยู่ให้โลกหยันทำไม...อลินหายไปไร้ร่องรอยเสียแล้ว
พสุไม่ปล่อยให้เรื่องนี้หายไปง่ายๆ เขาตามจนไปเห็น อลินหนีไปซุกตัวอยู่ในซอกห้องแต่งตัว พสุจึงเอาเรื่องชนิดคอขาดบาดตาย หน็อย...ไปบอกน้องฮยองกึนว่าเขาเป็นเกย์ ใช้ได้ที่ไหน
"ใช่...ที่ฉันทำนี่เพราะหวังดีกับครูกุ๊กนะ คิดดูนะ เด็กคนนี้ติงต๊องจะตาย ไม่น่าไว้ใจ จะทนอยู่ถ่ายรูปกับเด็กแอ๊บแบ๊วยังเงี้ยได้เหรอ"
"ยังไงมันก็ไม่เกี่ยวกับที่คุณโกหกว่าผมเป็นเกย์"
"ทำไมจะไม่เกี่ยว ต้องบอกว่าเป็นเกย์ เพราะเด็กมันมาพัวพันโดยตรง ยายเด็กเนี่ยตั้งใจจะจีบครูกุ๊ก แล้วยังเฉไฉมาเอาเรื่องเรียนทำอาหารบังหน้า"
"ก็เหมือนที่คุณจะจับนายอนุชาแล้วเอางานพิธีกรมาบังหน้า" พสุย้อนศร อลินจี๊ดเข้าแกนสมอง
"ใช่สิ...ทำไม...แต่ฉันเหนือกว่า สวยรวยเพราะเก่งจริง ตัวกลั่น มีกึ๋น ฉะนั้น ถ้าดาราเพอร์เฟกต์ อย่างฉันจะจับผู้ชายสักคน โปรดทราบ ชายผู้นั้นโชคดีมากๆ อย่าเอาฉันไปเทียบกับ เด็กยองยองกึ๋น"
"เขาชื่อฮยองกึน...เอาเป็นว่าคุณโกหกว่าผมเป็นเกย์ เพราะเป็นห่วงไม่อยากให้เด็กคนนี้มาจีบผม"
"ถูกต้อง" อลินตอบชัดแจ๋ว


"อ้าว...แล้วทำไมคุณถึงไม่คิดว่าผมอยากจะจีบเขาบ้าง" อลินฟังแล้วยิ้มจืดสนิท "ถึงเด็กนั่นจะไม่สวยรวยเหมือนคุณ แต่เขาก็เด็กกว่าคุณนะ" ไม้นี้อลินไม่เต้น ได้แต่ยืนนิ่งเป็นหุ่นไล่กาที่กำลังถูกเด็กหน้ากวนๆเผากลางท้องนา พอตั้งหลักได้ตีหน้าเฉย ยิ้มกวนกว่า
"เด็กกว่าแล้วไง ผู้ชายที่ชอบเด็กเป็นพวกไม่มั่นใจในตัวเอง ทนถูกควบคุมจากผู้หญิงที่เหนือกว่าไม่ได้ ฉันอุตส่าห์ ช่วยครูกุ๊กให้ดูดีในสายตาคนอื่น แต่ถ้าครูกุ๊กอยากเป็นผู้ชายใบ้บ้ายวนย่าเหลก็ตามใจ"
"คุณรีบไปแก้ข่าวให้ผมด่วนดีกว่า" อลินยั่วว่า มันเรื่องอะไรกันจ๊ะ "ถ้าไม่เคลียร์ผมจะไปเคลียร์กับน้องเขาเอง" พสุทำท่าจะก้าวไป
"เดี๋ยว...ช้าก่อน ที่ครูกุ๊กว่าจะไปจีบเด็กนั่น พูดประชดฉัน...ใช่ม้า?"
"ไม่บอก..." พสุกวน...อลินฟังถึงกับอึ้ง...พสุยิ้มหัวใจ ระทึก "แล้วน้ำพวกนี้ กินให้ประหยัดๆหน่อย ผมไม่มีเวลามาส่ง ส่วยให้คุณแล้วนะ ผมมีนัดสำคัญ" พสุพูดทิ้งท้ายชัดๆแล้ว เดินหนีไป อลินมองตาม...หน็อย มาทิ้งทุ่นระเบิดไว้ให้อยากรู้ ไปนัดบ้าบอกับบ๊องที่ไหนกันแน่...ฮึ่ม
พสุเดินออกมา นึกสนุกจนยิ้มกรุ้มกริ่ม จะมีอะไร น่าลำพองสยองขนแค่ไหน เมื่อรู้สึกว่ามีคนมาหวงเราเข้าแล้วเหรอเนี่ย?
แล้วก็แน่นอน...อลินนั่งคิดไปมาจนซื่อบื้ออยู่ในห้องแต่งตัวคนเดียว กระทั่งร้องขึ้น
"ครูกุ๊กมีนัดสำคัญ นัดกับใคร? โฮ้ยยยยย...ทำไมมันอยากรู้จริงๆ"


ooooooo


ปฏิคมหรือทนายเปี๊ยกเกิดอาการมึน คิดไม่ออก แต่ก็อยากคิด...ว่าทำไมนายดินจึงจะทำของไปให้อลินกินที่กองถ่าย...ทั้งๆที่ไม่น่าจะไปยุ่ง...เปี๊ยกคิดอยู่อึดใจ อลินก็โทร.มาหา ถามห้วนๆว่าเย็นนี้ครูกุ๊กนัดใคร? เปี๊ยกบอกทันทีว่าไม่รู้ แล้วถามอลินว่า เธอรู้ได้ไง อลินว้ากใส่ทันที
"ฉันโทร.มาเอาคำตอบ ไม่ให้มาย้อน...ไม่รู้ใช่ไหม จะได้ถามเพื่อนคนอื่น...เท่านี้แหละ"
เปี๊ยกสะอึก...แล้วคิดหนัก เธอจะถามเพื่อนคนอื่น มีใครรู้จักนายดินสักกี่คน แล้วเปี๊ยกก็วกมาปัญหาเดิม "สรุป...สองคนนี่ เขาคิดอะไรของเขาอยู่วะเนี่ย...มันชอบกล หรือคนมันชอบกัน?"
ขณะที่เปี๊ยกมึน ทั้งๆไม่ได้กินเหล้าสักจอก อลินก็โทร.ไปหาโสภิตา ที่คิดว่าเป็นเพื่อนนายดิน โสภิตาตกใจ ไม่รู้ว่า พสุนัดกับใคร?
"ลินนึกว่าครูกุ๊กนัดกับคุณตาไว้ซะอีก เห็นบอกว่า มีนัดสำคัญ" เมื่อไม่ได้เรื่อง อลินรีบขอบคุณโสภิตา แล้วตัดสายทันที...อลินคิดเดาไปต่างๆนานา...โสภิตาเองก็รู้สึกว่า ครูกุ๊กกับลูกศิษย์คนนี้ชักจะมีอะไรแปลกๆ แพลมออกมา
บ้างแล้ว...


ที่แท้ พสุก็มานั่งกับอนุชาอยู่ที่ร้านอาหารอิตาเลียน ทั้งสองยิ้มทักทายตามมารยาท อนุชาจึงเริ่มเข้าประเด็นว่า พสุสนิทกับคุณอลิน น่าจะรู้จักเธอดี จึงขอให้เขาช่วย
"ผมอยากจัดดินเนอร์เป็นการส่วนตัวเพื่อขอบคุณเธอ และอยากเซอร์ไพรส์เธอ ด้วยการทำอาหารให้คุณลินทานด้วยตัวเอง...คุณน่าจะรู้ว่าคุณลินชอบอะไร คุณมีความรู้เรื่องอาหาร ผมขอรบกวนให้คุณช่วยสอนผมทำอาหารมื้อพิเศษ หวังว่าคุณคงไม่รังเกียจ"


โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ และก็ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาอ่านค่ะ

เครดิต : ไทยรัฐ

Readlakorn เว็บเรื่องย่อละครรายตอนตามบทโทรทัศน์ ละครเกาหลี ละครช่อง3

Related Posts



1 comments:

yong_yim on 11/27/2009 said...

พี่เคน กับพี่แอน น่ารัก มากเลยอ่ะ ชอบจังเลย อยากดูทุกวันเลย

 

Recommended Product

  • ads
  • ads
  • ads
  • ads
  • ads
  • ads
  • ads
  • ads

My Blog List

Read Lakorn Copyright © 2009 Shopping Bag is Designed by Ipietoon Sponsored by Online Business Journal