Thursday, August 27, 2009

มูยุล- เรื่องย่อละครตามบทโทรทัศน์ - มูยุล มหาบุรุษพิชิตแผ่นดิน (25)-(28)

มูยุล มหาบุรุษพิชิตแผ่นดิน 25


แชบูเข้าเฝ้าพระราชายูริ "ทรงสำราญดีมั้ยพะยะค่ะ"
"เดินทางมาไกลคงเหนื่อยสินะ"
" เนื่องในพิธีอันสำคัญ ฝ่าบาทของเราจึงให้องค์หญิงยอนเป็นผู้แทนพระองค์ เพราะเหตุการณ์บางอย่างทำให้นางต้องออกจากแคว้นพูยอมา แต่นางเป็นธิดาใต้เท้าทังโน หรือก็คือมีศักดิ์เป็นพระนัดดา ฝ่าบาทของเรามีดำริให้องค์หญิงมาเป็นผู้แทน เพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสองแคว้นพะยะค่ะ"
"ข้ารู้แล้ว เชิญคณะทูตไปพักผ่อน ดูแลให้ดีด้วย"
"พะยะค่ะฝ่าบาท"
เมื่อแชบูออกไปแล้ว พระราชายุริทรงตรัสกับเฮยาว่า
"หึ เรื่องเป็นมายังไง เจ้าเคยบอกว่า พ่อของนางเป็นหมอที่เมืองโชบุนไม่ใช่หรือ"
"ทรงอภัยด้วยเพคะ"
" เรื่องใหญ่ขนาดนี้ อย่าบอกนะว่าหัวหน้าหน่วยข่าวกรองจะไม่รู้อะไรเลย เห็นชัดว่า อ๋องเทโซให้นางมาเพราะมีจุดประสงค์อื่นมากกว่า ยังไงก็ตาม เพื่อความไม่ประมาท ให้จับตาดูคนของแคว้นพูยอทุกฝีก้าว"
"ทราบแล้วเพคะ"
เฮยากลับมาเตือนองค์ชายมูยุลว่า
"อย่าทรงหวั่นไหวนะเพคะ ตอนนี้องค์ชาย ให้ทำเป็นไม่รู้จักนางดีกว่า"
"จะเป็นไปได้ยังไง ข้ารอตั้งนานกว่าจะได้พบคุณหนู หัวใจแทบจะหยุดเต้นอยู่แล้ว จะให้ทำเป็นไม่รู้จักได้ยังไง"
"ถ้าทรงเป็นห่วงคุณหนูจริง ก็อย่าให้นาง รู้ว่าองค์ชายทรงคิดยังไงต่อนางอีก"
"ท่านหัวหน้า"
" เพราะเหตุอะไร อ๋องเทโซถึงให้นางมาที่นี่ เพื่อจะหลอกใช้นาง ทำให้องค์ชายทรงเสียสมาธิ นี่เป็นบททดสอบ ที่องค์ชายต้องผ่านให้ได้ ถ้าทรงห่วงคุณหนูจริง ก็ให้ทุกคนรู้ว่า นางไม่มีความหมายสำหรับองค์ชาย จะอยู่หรือไปก็ไม่สำคัญ เพื่อที่ว่า นางจะได้รอดพ้นจากการถูกเพ่งเล็งของผู้ไม่หวังดีนะเพคะ"
เฮยาออกมาสั่งมาโนให้เฝ้าดูองค์ชายมูยุลให้ดี
มาโนแปลกใจ "ให้เฝ้าดูองค์ชายหรือครับ"
"จนกว่าจะเข้าพิธีอภิเษก นอกจากคนที่เกี่ยวข้อง คนอื่นอย่าให้พบเด็ดขาด ส่วนพวกเจ้า ก็อยู่กับองค์ชายทุกฝีก้าว"
"ทำไมเราต้องทำแบบนี้ด้วยครับ" พักโซถาม
"ท่านต้องบอกเราก่อน เกิดอะไรขึ้นกับองค์ชายกันแน่"
"คุณหนูยอนมาที่นี่ ในฐานะทูตแห่งพูยอ" เฮยาบอก มาโนตกใจมาก
เค ยูบอกต่อว่า "พวกเจ้าคงรู้ว่า นี่เป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับองค์ชาย ใครต่อใครกำลังเฝ้ามองอยู่ เราจะให้เกิดความผิดพลาดไม่ได้ ฉะนั้น อย่าให้องค์ชายได้พบนางตามลำพัง"
พักโซปรึกษากับมาโนว่า "เอาไงดี เราจะตามติดองค์ชายจริงหรือ"
"อย่างน้อยก็เป็นความหวังดีล่ะ"
"เอ่อ มาโน หมอนั่นใช่ไหม เคยอยู่ค่ายนักรบทมิฬเหมือนเจ้าน่ะ"
"อึม มันชื่อ เม็งกวาง"
"เอ่อ ในเมื่อฝ่ายเขาก็มีคนเฝ้า เราคงไม่ต้องเข้มงวดกับองค์ชาย นี่ ไปหาอะไร ดื่มดีกว่า หือ"
ทางด้านแชบูก็บอกองค์หญิงยอนว่า
"มีทหารเฝ้าอยู่ข้างนอก ขาดเหลืออะไรก็บอกได้น่ะครับ"
"ถ้าหาก ทำเพื่อจะเฝ้าข้าละก้อ ขอบอกว่าไม่จำเป็น"
"เฝ้าอะไรกัน เราเป็นห่วงคุณหนู จะดูแลความปลอดภัยต่างหาก"
" ถ้าคิดว่าข้ามาโกคูรยอเพราะบัญชาของฝ่าบาทละก้อ ขอบอกว่าคิดผิด สาเหตุที่ข้ายอมมาที่นี่ ก็เพื่อสร้างผลงาน จะได้ล้างมลทินให้ท่านพ่อที่ตายอย่างอนาถ"
"งั้นก็ได้ ข้าจะรอดูว่าเมื่อไหร่ท่านอำมาตย์ จะได้ล้างมลทินซะที ถ้าไง ข้าน้อยขอตัวก่อน"
เวลานั้นอันซึงมาทูลพระมเหสีมียูเรื่องที่ยอนได้เป็นองค์หญิงแห่งพูยอ
"ผู้หญิงคนนั้น เป็นองค์หญิงแห่งพูยอจริงหรือ"
"ใช่ครับ คราวก่อนที่เกิดสงคราม นางถูกจับกลับไป จากนั้นก็ได้คืนฐานะเดิม และตอนนี้ก็มาในฐานะทูตแห่งพูยอ"
"ผู้หญิงที่มูยุลรักนักรักหนา เป็นองค์หญิงแห่งพูยอหรือ"
"นั่นสิครับ"
"หึ งั้นก็ดีแล้ว"
"ดียังไงไม่ทราบ"
"ถ้าใช้หญิงคนนี้เป็นข้ออ้าง ไม่แน่เราอาจทำลายพิธีสถาปนาก็เป็นได้"
แชบูกับแพกึยนัดพบกัน แชบูมอบหนังสือที่มาจากพระราชาเทโซ
"เห็นทีงานของเจ้าจะยิ่งยากขึ้น เพราะอ๋องเทโซ จะส่งนักรบทมิฬมาช่วยด้วย" แพกึยว่า
"ทางเราจะสนับสนุนทุกทาง ถ้าจำเป็นจริงๆ ทหารที่อยู่ชายแดนก็มาเสริมได้"
ซังกากล่าวกับลีจีอาก่อนที่จะไปเป็นพระชายาขององค์ชายมูยุลว่า
" อึม รู้มั้ยว่าการเป็นพระราชา บางคนจะมีชะตาในบั้นปลายยังไงบ้าง ชายาขององค์ชายโตชิ ได้ปลิดชีพตามสวามีไปด้วย ชายาขององค์ชายแฮเมียง ก็ตายในระหว่างสงคราม หึ พอถึงพรุ่งนี้ เมื่อเจ้าแต่งงานกับองค์ชายแล้ว จะได้เป็นพระชายา แต่ก็ไม่รับรองว่าอนาคตจะได้เป็นพระมเหสีแน่นอน ข้าอาจช่วยให้เจ้าเป็นมเหสีหรือไม่ก็ตายพร้อมองค์ชายก็ได้ ขึ้นอยู่กับความประพฤติของเจ้าเอง เข้าใจความหมายที่พูดหรือเปล่า"
"ข้าน้อย แม้จะเป็นพระชายา แต่มีสายเลือดของพีรูเต็มเปี่ยม ขอท่านวางใจได้"
"หึ อึม พาไปได้แล้ว"
โทจินพาลีจีอามาหาองค์ชายมูยุล เขากล่าวว่า
"จนกว่าจะถึงวันงาน เราจะดูแลความปลอดภัยของพระชายาให้เอง"
องค์ชายมูยุลบอกกับลีจีอาว่า "ถ้าขาดเหลือหรือต้องการอะไรเพิ่ม ก็เชิญบอกมาได้"
"เพคะ"
"พานางไปที่พัก"
ลีจีอาบอกกับอันซึงว่าจะขอเข้าเฝ้าพระมเหสีมียู ตอนแรกพระมเหสีมียูจะไม่ให้เข้าเฝ้า แต่อันซึงเตือนว่า
"เฮ่ย อย่าทำแบบนี้ได้ไหม ข้าเข้าใจความรู้สึกของท่านดี แต่ทำแบบนี้คนอื่นจะครหาได้นะ ให้นางพบหน่อยเถอะ"
"หึ ให้นางเข้ามา"
"เชิญเข้ามา"
และพอลีจีอาเข้ามา พระมเหสีมียูทรงตรัสว่า
" ยินดีต้อนรับ เชิญนั่งสิ เห็นหน้าเจ้าชัดๆ ทำให้ข้านึกถึงสมัยก่อนที่เพิ่งเข้าวังมาใหม่ๆ อาจรู้สึกปรับตัวไม่ได้ แต่นานวันก็จะคุ้นเคยเอง ไม่เข้าใจตรงไหนก็มาถามข้าได้ล่ะ"
"ขอบพระทัยพระมเหสีเพคะ" ลีจีอาออกไป
พระมเหสีมียูทรงมองตามแล้วถอนใจ "หึ เฮ่ย เสียดายหน้าตาดีขนาดนี้ กลับทำให้องค์ชายสนใจไม่ได้"
"พี่ใหญ่ อย่าพูดเลยน่า"
" ช้าเร็วก็ต้องรู้อยู่แล้ว จะเป็นไรไป เพราะเป็นผู้หญิงเหมือนกัน ข้าเลยรู้สึกเห็นใจนางบ้าง หึ ถึงองค์ชายจะไม่ได้รักเจ้า ก็ให้อดทนไว้ อย่าเพิ่งท้อซะก่อน ผู้ชายก็เหมือนกันทั้งโลก บางครั้งอาจเผลอไผลไปบ้าง แต่ถึงเวลาก็จะกลับมาเอง อีกอย่าง ผู้หญิงคนนั้นเป็นองค์หญิงแห่งพูยอ องค์ชายมูยุลคงไม่ไปหลงเจ้าหญิงของฝ่ายศัตรูได้นานนักหรอก หึ"
เวลาต่อมาอันซึงมาทูลพระมเหสีมียูเรื่องที่เห็นองค์หญิงยอนออกไปนอกวัง
"เจ้าว่าไงนะ ผู้หญิงคนนั้นออกจากวังไปหรือ"
"ไปจริงๆ ครับ ข้าเห็นกับตาเลย"
"หึ หึ ส่งคนไปฆ่านางซะ"
"ท่านบอกว่า จะฆ่าคุณหนูยอนจริงหรือ"
"ถ้าทูตพูยอมาตายในโกคูรยอ ฝ่ายพูยอต้องไม่อยู่เฉยแน่ ถ้ารู้เรื่องเข้าเมื่อไหร่ พิธีสถาปนารัชทายาทก็จะล้มเลิก"
"แต่หากทำงานพลาด เราก็จะตายซะเอง เพราะตอนนี้ นางไม่ใช่สาวใช้ธรรมดา แต่เป็นถึงองค์หญิงเชียวนะ"
"เราไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว ถ้าไม่ทำลายงานนี้ซะ อีกหน่อยเราก็ต้องตาย เลือกเอาละกัน"
พักโซวิ่งหอบมาบอกมาโนว่าตอนนี้องค์หญิงยอนไปพบมาวัง มาโนถามถึงองค์ชายมูยุล เล่นเอาพักโซงง
"เกี่ยวอะไรกับองค์ชาย นี่คงไม่ใช่"
"หึ นี่เป็นโอกาสสุดท้ายที่จะได้พบกัน"
"จะบ้าหรือ มีทหารเฝ้าตั้งเยอะ ให้ไปเจอได้ไง ถ้าให้หัวหน้ารู้เข้า เรามิแย่หรอกหรือ"
"ก็อย่าให้ใครรู้ซี่"
"ถือว่าไม่รู้ไม่เห็นเถอะ ถ้าเราไม่พูดคงไม่มีใครรู้"
"ทำไม่ได้หรอก พรุ่งนี้ก็จะอภิเษกแล้ว และคุณหนูก็ต้องกลับไปพูยอ ข้าเห็นใจพวกเขา นี่อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้พบกัน" พักโซถอนใจ
โทจินจะมาหาองค์หญิงยอน จึงถูกแชบูดุ
"จะมาพบคุณหนูยอนใช่ไหม ในวังมีคนรู้เห็นเยอะ จะทำอะไรน่าจะคิดหน้าคิดหลังก่อนนะ"
"ข้าขอ พบนางซักครั้งได้ไหม"
"ตอนนี้นางไม่ได้อยู่ในวัง"
"แล้วไปไหน"
"เห็นว่าจะไปพบพ่อค้าชื่อมาวัง ไม่ต้องห่วงคุณหนูนักหรอก เรามีทหารที่อยู่กับนางทุกฝีก้าว รับรองไม่มีปัญหา"
องค์ชายยอจินมาพบกับยุนวา องค์ชายกล่าวกับหญิงสาวว่า
"จำได้ไหม ข้าเคยบอกว่าจะทำให้เจ้าด้วยตัวเอง"
"หึ สวยขนาดนี้ องค์ชายทรงทำเองจริงหรือเพคะ"
"หึ จริงซี่ กว่าจะสำเร็จได้ ข้าไม่ได้นอนตั้งสองวัน ดูสิ นิ้วก็บวมด้วย"
"หึ หึ แต่ถ้าวันหลัง ให้พระมเหสีทรงทราบเข้า มิแย่หรือเพคะ"
"ถ้าอย่างงั้น ข้าจะพาเจ้าหนีไปให้ไกลหมดเรื่อง เฮ่อๆๆ หึๆ"
มาวังเข้ามา "อ้าว นี่ แย่จริง ทำไมเสด็จมาอีกแล้ว รีบกลับไปเร็วเข้า ยุนวา เจ้าก็ไปด้วย"
"ทำไมไล่ข้าด้วยล่ะคะท่าน"
"นางไม่มีที่ไปแล้วจริงๆ"
"เพราะงั้นถึงให้รักษาสัญญาไงล่ะ องค์ชายมาบ่อยๆ เกิดให้พระมเหสีรู้เข้า อย่าว่าแต่นางเลย แม้แต่หม่อมฉันก็อาจตายด้วยรู้มั้ย"
"น่า ท่านเห็นใจหน่อยเถอะ"
"ไม่ ไม่ก็อย่ามา ไม่ก็ไปทั้งคู่ เลือกเอาละกัน"
"เฮ่ย งั้นก็ได้ ข้าจะไม่มาอีก ฝากดูแลยุนวาด้วยนะ"
"หึ ไม่ต้องห่วงหม่อมฉันหรอกเพคะ"
" นี่ๆๆ พอแล้วๆ ไม่ต้องมอง ไปซะ รีบๆ ไปเลย เจ้าก็เหมือนกัน เลิกทำตาละห้อยซะที ไปๆๆ เร็วเข้า ไป เฮ่ย ยุ่งชะมัด วันๆ มีแต่เรื่องปวดหัวสิน่า กงชอนๆ"
กงชอนร้องเรียก "นายท่านๆ"
"เอะอะอะไรอีก" องค์หญิงยอนเข้ามา "ว้าย ยอนจ๋า"
"ท่านมาวัง"
"ว้าว อะไรกันนี่ เจ้าปลอดภัยดีหรือ แล้ว ธนูอยู่ไหน เอาออกแล้วเรอะ สบายดีใช่ไหม หา อะไรเล่า"
"ต่อไปห้ามเรียกนางว่ายอนอีก ต้องเรียกว่าองค์หญิง มาในฐานะทูตแห่งพูยอ" กงชอนว่า
"อ้อ แหะ หวัดดีครับ"
"ข้าตั้งใจเอาของฝากมาให้ท่านน่ะค่ะ เพราะที่แล้วมา ได้รับการดูแลอย่างดี โปรดรับไว้ด้วยนะคะ"
"แหม ล้อเล่น ไม่ต้องก็ได้ ข้าไม่ได้ทำเพื่อหวังผลประโยชน์ซักหน่อย แหะๆ ขอบพระทัยองค์หญิงมาก ฮ่าๆๆ"
00000000000000000
ด้านองค์ชายมูยุลหาจังหวะมาคุยกับมาโน
"มีอะไรจะพูดกับข้าใช่ไหม ว่ามาเร็ว พักโซหายไปไหน"
"เอ่อ ป่านนี้พักโซ น่าจะถึงบ้านท่านมาวังแล้ว"
"ไปหาเขาทำไม"
" เรากับท่านมาวัง กำลังหาทางให้องค์ชายได้พบคุณหนูยอนซักครั้ง แต่มีเงื่อนไข ต้องทรงรับปากก่อน ถ้าได้พบคุณหนูจริงๆ ให้ถือว่าเป็นครั้งสุดท้าย ทรงรับปากได้ไหม ถึงเวลาจะต้องกลับมา และพรุ่งนี้ก็เข้าพิธีตามเดิม ได้ไหมพะยะค่ะ"
องค์ชายมูยุลไปที่บ้านของมาวังทันที องค์หญิงยอนและองค์ชายมูยุลพบกันที่โรงเก็บสมุนไพรของร้านหมอมาวัง
"หาของสิ่งนี้ใช่ไหม"
" ก็เหมือนกับองค์ชาย ที่ฟันฝ่าอุปสรรคร้อยแปดกว่าจะได้คืนตำแหน่งเดิม ข้าเอง ก็ได้กลับไปพูยอเหมือนกัน ตอนนี้ ข้าเป็นองค์หญิงแห่งพูยอ ส่วนองค์ชาย ก็เป็นรัชทายาทแห่งโกคูรยอ ต่อไปเราสองคน ไม่เหมาะจะพบกันตามลำพังอีก และไม่สมควรจะพบหน้าด้วย"
"นึกว่าพูดแบบนี้แล้ว จะทำให้ข้าสบายใจขึ้นใช่ไหม สู้ให้เจ้า ด่าข้าตรงๆ ดีกว่า"
" หึ ที่เรื่องของเรากลายเป็นแบบนี้ ไม่ใช่ความผิดขององค์ชาย เมื่อก่อนข้าอาจจะเลือกองค์ชาย แต่ตอนนี้ ข้าขอเลือกที่จะ ลืมองค์ชายซะ และทุกอย่างของเราด้วย องค์ชายเอง ก็ให้ลืมข้าเถอะ"
"คุณหนู"
"หึ ที่แล้วมา องค์ชายเคยดีต่อข้าไม่น้อย ข้าจะไม่มีวันลืม ตราบจนวันตาย ขอให้องค์ชาย จงมีความสุข"
เวลานั้นลีจีอาก็ทราบจากสาวใช้ว่า
"หึ องค์ชายไม่อยู่ในวังค่ะ ทำไงดีคะ เราต้องไปเข้าเฝ้าฝ่าบาท คุณหนูจะไปคนเดียวก็ไม่ได้ด้วย"
"แล้วองค์ชายไปไหน ไม่มีใครรู้เลยหรือ"
"ค่ะ จะไปบอกท่านซังกา"
"ห้ามไปฟ้องท่านซังกาส่งเดช เรื่องแบบนี้ ถ้าให้เผ่าพีรูรู้เข้า ข้าจะไม่ให้อภัยเจ้า"
"เอ่อ คือ ข้าไม่เข้าใจความหมายค่ะ"
" ข้ารู้ว่าท่านซังกา ส่งเจ้ามาจับตาดูข้ากับองค์ชาย เพื่อไปรายงานตลอด นับแต่วันนี้ นายของเจ้าไม่ใช่ท่านซํงกา แต่เป็นข้า เข้าใจมั้ย"
"ค่ะ องค์หญิงเซยูเสด็จมา"
"หม่อมฉันลีจีอาเพคะ"
"อึม เจ้าคงรู้ว่ากว่ามูยุลจะมาถึงวันนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเขา ต่อไปต้องดูแลเขาดีๆ ล่ะ"
"ทราบแล้วเพคะ หึ"
พีธีสถาปนาองค์รัชทายาทและพิธีอภิเษกสมรสขององค์รัชทายาทถูกจัดขึ้นอย่างสมพระเกียรติ
" พระราชาแห่งโกคูรยอนามยูริ ขอพรจากสวรรค์ ให้องค์ชายมูยุลในฐานะรัชทายาทองค์ใหม่ พร้อมกับพระชายา จงมีอนาคตที่รุ่งเรือง ยั่งยืนสืบไป กระบี่เล่มนี้ จะมอบให้แก่รัชทายาทโดยเฉพาะ มันได้สืบทอดจากองค์ชายแฮเมียงจนมาถึงเจ้า ต่อไปเจ้าจะรวมความฝันของเชษฐาสองคนก่อนหน้า ช่วยทำให้เกิดเป็นจริง คันฉ่องบานนี้ สืบทอดเฉพาะชายาของรัชทายาท มันจะสื่อความหมายถึงว่า การเป็นพระแม่แห่งแผ่นดินในอนาคต จงเก็บรักษาไว้ให้ดี แขกทุกท่านที่ให้เกียรติเรา มาร่วมพิธีสถาปนารัชทายาท ข้าต้องขอขอบใจ นับแต่นี้ราชสำนักและเผ่าต่างๆ จะรวมใจเป็นหนึ่ง โกคูรยอ จะเข้าสู่ยุคใหม่ในไม่ช้านี้ เพื่อรัชทายาทและพระชายา ทุกท่านเชิญยกจอกขึ้น" พระราชายูริตรัส
เสร็จพิธีแล้ว เฮยาก็เข้ามาบอกองค์ชายมูยุลว่า
"องค์ชาย พระชายาทรงรออยู่ที่ตำหนักนะเพคะ องค์ชาย"
"ข้ารู้แล้ว คนของเผ่าพีรูเฝ้าดูข้าอยู่ ข้าจะละเลยผู้หญิงของพวกเขาได้ยังไง หึ แต่ว่า ข้ารู้สึกกลุ้มใจยังไงก็ไม่รู้ หึ"
องค์ชายมูยุลเข้าไปที่ตำหนัก และทรงกล่าวกับลีจีอาว่า
"หึ ขอโทษด้วยนะ"
"องค์ชายเป็นรัชทายาทแห่งโกคูรยอ หม่อมฉัน ไม่รู้สึกว่านี่เป็นการรอคอยที่ยาวนานหรอกเพคะ"
" ที่ข้าบอกว่าขอโทษเจ้า เพราะในใจข้า อาจไม่มีเจ้าอยู่เลย ในใจข้า มีคนที่ชอบอยู่แล้ว ข้ารู้ว่าอาจทำให้เจ้าเสียใจ แต่ถ้าปิดบังจะยิ่งทำให้เป็นทุกข์มากกว่า เลยอยากบอกให้รู้"
"หม่อมฉัน รู้มานานแล้วเพคะ หม่อมฉันเคยเห็นนาง ช่างเป็นหญิงที่งดงามนัก ด้วยรูปโฉมและความอ่อนโยน จะให้องค์ชายหวั่นไหว ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ว่า ยังไงคืนนี้องค์ชายก็ต้องอยู่กับหม่อมฉัน ถ้าเสด็จออกจากห้องนี้เมื่อไหร่ เหตุการณ์จะยิ่งเลวร้ายลง เราต่างก็รู้ไม่ใช่หรือเพคะ แม้ว่าพระทัยขององค์ชายจะไม่ได้อยู่นี่ แต่สิ่งที่คนอื่น ต้องการจะเห็นคือองค์ชายประทับอยู่กับหม่อมฉัน เพราะมันเป็น การแสดงละครที่องค์ชายยอมรับมาแต่แรก และฝ่าบาทกับท่านซังกาก็ปรารถนาให้เป็นอย่างงั้น หม่อมฉันไม่ได้หวังให้องค์ชายมาโปรดปราน และไม่คิดว่า องค์ชายจะลืมนางได้ด้วย แต่หม่อมฉันมีเวลาตลอดชั่วชีวิต และเชื่อว่า ซักวันองค์ชายจะเห็นความดี กลับมาอยู่กับหม่อมฉันเหมือนเดิม ตั้งแต่คืนนี้ไป หม่อมฉันจะรอองค์ชาย"
"ข้าไม่อยากให้เจ้าเป็นทุกข์ มากกว่านี้ ตำแหน่งพระชายาเป็นของเจ้าแน่นอน แต่นอกเหนือจากนี้ ข้าคงให้อะไรไม่ได้ หึ ต่อไป ไม่ต้องแต่งตัวเพื่อรอข้าอีก และอย่าหวังลมๆ แล้งๆ ช่วงนี้ ข้าอาจไปจากเมืองหลวงซักพัก"
"องค์ชายเพคะ ไม่ว่าองค์ชายจะรับสั่งยังไง หม่อมฉันก็จะรอเสมอ แม้จะกี่เดือนกี่ปีก็ช่าง ใจของหม่อมฉัน ก็จะภักดีต่อองค์ชายเรื่อยไป และเชื่อว่าซักวัน หม่อมฉันจะได้เห็นองค์ชาย มาบรรทมอย่างเป็นสุขอยู่ข้างๆ"
โทจินและแพกึยวางแผนให้นักรบทมิฬลอบเข้าไปในแคว้นโกคูรยอ แพกึยตัดสินใจว่าก่อนที่จะก่อการใหญ่จะต้องกำจัดซังกาเสียก่อน
ทั้งที่ศัตรูร้ายอยู่เยื้องหน้า องค์ชายมูยุลกลับไปพบองค์หญิงยอน ที่กระท่อมโดยมีมาโนเป็นธุระจัดการให้ทั้งสองพบกัน
องค์ชายมูยุลทูลขอพระราชายูริเรื่องขอบัญชากองทัพ
"จะขอบัญชากองทัพหรือ"
"พะยะค่ะ"
"ที่เรียกประชุมเหล่าขุนนาง ก็เพราะเรื่องนี้หรือ"
" ทุกวันนี้โกคูรยอเข้มแข็งกว่าเมื่อก่อนมาก หม่อมฉันมีทางเกลี้ยกล่อมเหล่าขุนนาง ถ้าฝ่าบาททรงมอบอำนาจทางทหารให้ หม่อมฉันจะเริ่มเปิดศึกทันที"
"หึ งั้นก็ได้ พวกหัวหน้าเผ่า ก็ให้เจ้าไปคุยละกัน"
"พะยะค่ะ"
และเมื่อเรียกประชุมหัวหน้าเผ่า องค์ชายมูยุลกล่าวว่า
"วันนี้ที่เรียกประชุมทุกท่าน เพราะเราจะยกทัพไปตีเมือง ยางแบ"
"เพิ่งสงบศึกกับพูยอยังไม่ทันหายใจ องค์ชายจะทรงออกรบอีกแล้วหรือ"
" ทุกวันนี้ เนื่องจากโกคูรยอผูกมิตรกับเผ่าต่างๆ ทำให้มีความเข็มแข็ง ยิ่งกว่ายุคไหนๆ ที่ผ่าน บวกกับชัยชนะที่มีต่อพูยอ ทำให้ทหารยิ่งมีกำลังใจ ขอเพียงพวกท่านเห็นชอบด้วย ข้าจะนำทัพไปเมืองยางแบ ต่อด้วยแคว้นพูยอ ถ้าสำเร็จก็จะผนึกรวมกับแคว้นชิลลา พวกท่านจะเห็นว่าไง ยอมส่งทหารมาช่วยมั้ย"
ซังกาบอกว่า "เราจะสนับสนุนด้านเสบียงและไพร่พลเหมือนเคย"
แพกึยว่า "หม่อมฉันก็เห็นด้วยกับท่านซังกา"
มูยุล มหาบุรุษพิชิตแผ่นดิน จบ 25

มูยุล มหาบุรุษพิชิตแผ่นดิน 26

มูยุลและยอนซึ่งมีโอกาสได้พบกันอีกครั้งนั้น ด้วยความที่จิตใจของทั้งสองต่างถวิลหาต่อกัน ทำให้ทั้งสองนอนค้างอ้างแรมกันหนึ่งคืน
"เฮ่อนี่มันอะไรกัน เจ้ามาอยู่ที่แบบนี้ แล้วนึกว่าทุกอย่างจะจบได้หรือ"
"หึองค์ชายเพคะ"
"ทำไมไม่กลับไปพูยอใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย เฮ่อมาอยู่แบบนี้ได้ยังไง" องค์ชายมูยุลถาม
" ทรงคิดว่า หม่อมฉันโชคร้ายที่ตกยากใช่ไหม น้ำพระทัยขององค์ชาย ยังมีเหมือนเดิม ความรักที่องค์ชายมีให้ ก็ยังมากมายไม่เปลี่ยน หึแล้วอย่างงี้ จะโชคร้ายได้ยังไงหึหม่อมฉันสบายดีทุกอย่าง ชาตินี้ ขอเพียงได้อยู่ในผืนแผ่นดินเดียวกับองค์ชาย หม่อมฉันก็พอใจแล้ว หึ องค์ชายมีหน้าที่ต้องกลับไปอยู่ในที่ๆ สำหรับองค์ชาย ทำงานให้หนัก เพื่อรักษาตำแหน่งรัชทายาทให้มั่นคงตลอดไป นี่คือสิ่งที่หวังดีต่อหม่อมฉัน"
"ข้าจะทิ้งเจ้าได้ยังไง แล้วไปเสพสุขคนเดียวหรือ"
"ต้องทำให้ได้เพคะ"
"คุณหนู"
" เมื่อหม่อมฉันหนีไป อ๋องเทโซต้องทรงกริ้วหนัก ถ้าให้หม่อมฉันอยู่เคียงข้าง จะมีแต่นำภัยมาสู่องค์ชายมากขึ้น หึ หม่อมฉันขอแค่ได้ดูอยู่ห่างๆ ไม่หวังอะไรมากกว่านี้ องค์ชายมีหน้าที่อะไร ก็จงกลับไปทำเถอะ"
ด้วย ความเป็นสตรีของลีจีอาทำให้นางมีลางสังหรณ์ไม่สู้ดีนักขึ้นมา ลีจีอาไปที่ค่ายทหารเพื่อพบมูยุล บังเอิญในคืนเดียวกันนี้เององค์ชายมูยุลนอนค้างอ้างแรมกับองค์หญิงยอน องค์ชายมูยุลจึงไม่ได้อยู่ในค่ายทหาร เฮยาคอยต้อนรับ
"หม่อมฉันชื่อเฮยาเพคะ"
" หึ ได้ยินว่าท่านเป็นคนเลี้ยงองค์ชายมาแต่เด็ก และตอนนี้ก็ยังช่วยงานอยู่ ขอบคุณมากนะองค์ชายอยู่นี่สบายดีหรือเปล่า มาอยู่กลางป่ากลางเขา คงจะไม่ค่อยสะดวกนัก"
"ไม่ต้องห่วงหรอกเพคะ ไว้ศึกนี้ยุติเมื่อไหร่ คิดว่าองค์ชาย คงจะได้อยู่เมืองหลวงซะทีองค์ชายล่ะ"
"เอ่อ องค์ชาย ไม่อยู่ในค่าย"
"ไม่อยู่หรือ"
เคยูบอกว่า "เห็นทหารบอกว่า เสด็จออกไปพร้อมกับมาโน"
"เสด็จไปไหนรู้มั้ย"
"ไม่ทราบพะยะค่ะ"
จีอาตบหน้าเคยู "มีแต่บอกว่าไม่รู้ ดูแลองค์ชายประสาอะไร เสด็จไปไหนกลับไม่มีใครรู้เลย"
รุ่งเช้า องค์ชายมูยุลจะกลับ องค์หญิงยอนถามว่า
"องค์ชาย เสด็จกลับเถอะเพคะ"
" ข้าจะทำตามที่เจ้าสั่ง แต่ว่า ข้าจะไม่ลืมคุณหนู และจะไม่ทอดทิ้งด้วยคุณหนู โปรดเชื่อใจข้า ขอเวลาให้ข้าหน่อยนะถ้าตอนนี้ให้เจ้ามาอยู่ด้วย อาจทำให้ยิ่งเดือดร้อน แต่แม้จะรู้ว่าเรื่องของเรามีอุปสรรคเยอะ ข้าก็ยิ่งอยากให้เจ้าอยู่ใกล้ๆ มันเป็นความโลภของข้าเอง ข้าก็รู้ แต่ว่า ข้าจะไม่ให้รอนาน ศึกนี้ถ้าเราเป็นฝ่ายชนะ ข้าได้บรรลุเป้าหมาย ข้าจะรับเจ้าไปอยู่ด้วย ถึงตอนนั้น ไม่ว่าใครก็ตาม จะมาพรากเราไม่ได้อีก"
ออกมามาโนเห็นองค์ชายมูยุลก็แซวว่า
"วันนี้ดูต่างจากเมื่อวานเยอะนะ"
"หึ มาโน"
"พะยะค่ะ"
"ระหว่างที่ข้าไม่อยู่ที่นี่ อย่าให้ใครไปรบกวนคุณหนูเข้าใจมั้ย"
"ทรงวางพระทัย ต่อไปหม่อมฉันจะดูแลนางเอง ส่วนองค์ชายแค่ทำหน้าที่ให้ดีก็พอ"
"หึ เฮ่อไปเถอะยะ"
พอองค์ชายมูยุลถึงค่าย เฮยากับเคยูรีบบอกเรื่องลีจีอามารอ ขณะที่พักโซคาดคั้นมาโนว่าพาองค์ชายมูยุลไปไหนมา
มาโนตอบ "ไปทำธุระบางอย่างน่ะครับ"
"นี่อย่าปิดบังเราได้ไหม"
"หัวหน้าเผ่าฮันนาบอกว่าอยากพบองค์ชาย เราก็เลยไปพบ"
"จริงหรือ"
"ถ้าไม่เชื่อ ก็ไปถามดูสิ"
องค์ชายมูยุลไปพบกับลีจีอา และถามว่ามาที่นี่ทำไม
"เป็นห่วงองค์ชายเลยมาดูเพคะ ประทับอยู่นี่ ลำบากหรือเปล่าเพคะ"
"ไม่ลำบาก"
"ถ้าองค์ชายไม่ว่าอะไร หม่อมฉันจะขออยู่ด้วยคน เพื่อจะได้ถวายการดูแล"
"เจ้ามาอยู่นี่ คงไม่สะดวกหลายอย่าง กลับไปอยู่ในวังจะดีกว่า"
"ถ้าอย่างงั้นทรงรับนี่ไว้ด้วยอย่าลืมใส่นะเพคะ เพราะหม่อมฉันทำเอง"
"ขอบใจมาก"
"หม่อมฉันรู้สึกดีใจที่ได้รับน้ำพระทัยจากองค์ชายบ้าง ถ้าไงทรงเปิดโอกาสให้หม่อมฉันมากกว่านี้ได้ไหมเพคะ"
อีกด้านหนึ่งนั้น องค์หญิงเซยูทรงตระหนักดีว่าลีจีอาเป็นหญิงสาวชาวเผ่าพีรู ลีจีอาจึงถูกจับตามองเป็นพิเศษ
"หึพระชายาไปไหนมา"
"เพิ่งกลับจากเยี่ยมองค์ชายที่ค่ายทหารเพคะ"
"หึ ดีแล้วล่ะ เขาไปอยู่นั่นหลายวัน ข้าก็รู้สึกเป็นห่วง อยากไปเยี่ยมเหมือนกัน เจ้าเป็นคนรอบคอบแบบนี้ ขอบใจมากนะ"
"ไม่หรอกเพคะ เป็นหน้าที่หม่อมฉันอยู่แล้ว"
"อึมอยู่คนเดียวถ้ารู้สึกเหงา วันไหนว่างๆ ก็ไปคุยกับข้าได้นะ"
"เพคะ" ลีจีอาไป
"ชายาองค์นี้เป็นคนของเผ่าพีรู ไม่แน่ว่าอาจมีแผนบางอย่าง ให้ใครซักคน ไปจับตาดูความเคลื่อนไหว"
ด้านพระราชายูริทรงตรัสถามพระมเหสีมียูว่าองค์ชายยอจินเป็นยังไงบ้าง
" ข้าเข้าใจความรู้สึกของเจ้าว่าคิดยังไง แต่เจ้าก็ควรเชื่อมั่น ต่อการตัดสินใจของข้าเหมือนกันสมัยก่อนที่ข้าปกป้องลูกชายสองคนไม่ได้ นั่นก็เพราะว่าข้าไม่มีอำนาจเต็มเปี่ยมสมกับเป็นพระราชา ถ้าตอนนี้มูยุลสามารถทำได้ เขาจะปกป้องราชสำนัก รวมถึงยอจินให้ปลอดภัยด้วย เพราะฉะนั้น เจ้าก็อย่ารังเกียจเขานักเลย"
"หึ ถึงเขาจะไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของหม่อมฉัน แต่ก็ถือเป็นลูกคนหนึ่ง หม่อมฉันจะคอยสนับสนุนเขาทุกทาง ขอทรงวางพระทัยได้"
"ขอบใจเจ้ามาก"
เฮ ยาซึ่งจับตาดูความเคลื่อนไหวโทจินมาโดยตลอดนั้นในที่สุดก็มีหลักฐานยืนยัน ว่าโทจินเป็นสายลับของแคว้นพูยอ ขณะที่โทจินพลิกแผ่นดินตามหายอนจนในที่สุดก็พบที่ซ่อนตัวของนาง
และ ขณะที่โทจินกำลังจะไปหายอนนั่นเอง ทหารจากหน่วยข่าวกรองก็เข้ามาจับกุมตัวโทจินไปยังค่ายทหาร โทจินถูกทรมานแสนสาหัส องค์ชายมูยุลมาพบโทจินด้วยตัวเอง
"ข้ามานึกดูอีก ที สมัยก่อนการตายของใต้เท้าทังโน ไม่แน่เจ้าอาจมีส่วนรู้เห็น ช่วยใต้เท้าแชบูก็เป็นได้แพกึยรู้มั้ยว่า เจ้าเป็นไส้ศึกที่แคว้นพูยอส่งมาที่นี่บอกมาซิ ในเมื่อเป็นคนของแคว้นพูยอ แล้วทำไมไม่ฆ่าข้าซะล่ะถ้าจะลงมือก็ง่ายนิดเดียวหึเพราะอะไรก็พูดมาซี่"
"เพราะว่า ข้าโง่และใจอ่อนเกินไปถ้าข้าฉลาดกว่านี้หน่อย คงไม่เห็นแก่ความสัมพันธ์เก่าก่อน จนทำให้เสียงานขนาดนี้"
"โทจิน"
ไแต่ ว่า ถ้าให้เริ่มต้นใหม่ได้ ข้ารับรอง จะไม่มีวันใจอ่อนอีก ยังไงก็จะฆ่าเจ้าให้ได้ ที่สำคัญ หน้าไหนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเจ้า ข้าจะฆ่ามันให้หมดด้วย หึ"
"พอทีเถอะ หึเจ้าจะเป็นไส้ศึกพูยอก็ไม่เป็นไร ขอเพียงเปลี่ยนใจมาอยู่กับข้า ข้าจะยกโทษให้หมดใครที่คิดร้ายต่อเจ้า ข้าจะช่วยจัดการให้ หึถ้าเจ้ายอมมาช่วยข้าออกรบ ข้าพร้อมจะสละทุกอย่าง เพื่อปกป้องเจ้า"
" หึหึๆๆ เฮ่อๆๆ เฮ่อๆๆ แล้วยอนล่ะ ยอมปล่อยนางมั้ยทำไมพูดไม่ออกล่ะก่อนที่เจ้าจะปรากฎตัว ในใจนางมีแต่ข้าคนเดียว แต่ไม่รู้ทำไม จู่ๆ ใจของนาง ก็ถูกเจ้ายึดครองหมดข้าพยายามจะขับไล่เจ้าออกจากใจของนาง แต่ยิ่งทำอย่างงั้น ข้าก็ยิ่งถูกมองข้าม ขนาดนางกลับไปแคว้นพูยอ ยังบอกว่าจะมาที่นี่อีก พอข้าได้ยินนางบอกว่าในใจมีแต่เจ้าคนเดียวเท่านั้น ตอนนั้นข้าก็ตัดสินใจ จะทำให้นางลืมเจ้าลบเจ้าออกจากใจให้หมด ข้าจะทำลายเจ้าให้ได้แม้จะแลกด้วยอะไรก็ตาม หึหึๆๆ เข้าใจหรือยังล่ะ ว่าเพราะอะไร ข้าถึงอยู่กับเจ้าไม่ได้ฆ่าข้าสิ"
"โทจิน"
"ถ้าวันนี้ไม่ฆ่าข้า วันหน้าข้าจะฆ่าเจ้า บอกให้ฆ่าข้าเร็วๆ ได้ยินหรือเปล่า"
องค์ชายมูยุลรู้สึกผิดหวังที่ความจริงใจที่ตนมอบให้โทจินนั้นไม่สามารถได้ใจโทจินแม้แต่นิดเดียว
โท จินได้แต่เฝ้าบอกตัวเองว่า "เข้มแข็งไว้นะ ถ้ายังมีคนที่เจ้ารักให้ปกป้องละก้อ เราก็ต้องเข้มแข็ง ไม่อย่างงั้น สิ่งที่จะได้คือความตาย และสิ้นหวัง"
ข่าวลือที่แพกึยคิดก่อการกบฏได้แพร่สะพัดไปทั่ว ซังกานำกำลังทหารเข้าจับกุมตัวแพกึย น่าเสียดายกลับเสียท่าให้แพกึย
ลีจีอารอโทจินไม่เห็นมาส่งข่าวเรื่องของยอน จึงไปหาซังกา แล้วก็รู้จากพ่อบ้านว่า แพกึยจับตัวซังกาไว้
"ท่านแพกึยคิดคิดก่อกบฎ"
"กบฎหรือ หึ"
"จะทำไงดีเพคะ รีบไปทูลฝ่าบาทดีมั้ย" สาวใช้ถูกลีจีอาตบหน้า
" หุบปาก เรื่องภายในของเรา ไปบอกคนอื่นได้หรือเจ้าจงฟังคำสั่งข้าให้ดีเจ้าถือว่าไม่รู้ไม่เห็นอะไร เราไม่เคยออกจากวังแม้แต่ก้าวเดียว เราต้องปกป้องเผ่าพีรูไว้ก่อน ถ้าไม่มีพวกเขา ข้าจะไม่มีคนหนุนหลังเข้าใจมั้ย"
0000000000000
อันซึงรีบมาหาพระมเหสีมียูบอกว่าเกิดเรื่องใหญ่แล้ว พระมเหสีมียูตรัสถามว่าเรื่องอะไร
"เผ่าพีรูเกิดเหตุน่าสงสัย แพกึยจู่ๆ มีทหารมากขึ้น แถมยังจับท่านซังกาไปขังอีก"
"เจ้าฟังมาผิดหรือเปล่า ใครจะเสียสติคิดกบฎในเวลานี้ ถ้าให้ฝ่าบาททรงทราบเข้า มีหวังหัวหลุดจากบ่าไม่ทันน่ะสิ"
"เพราะอย่างงี้ถึงบอกว่าน่าแปลก จากที่เราชนะพูยอมา ทำให้ราชสำนักยิ่งมั่นคง แล้วทำไมเขาต้องทำแบบนี้อีก ไม่แน่อาจเป็นแผนชั่วก็ได้"
"แผนชั่วหรือ"
"ถ้าไม่คิดล้มล้างราชวงศ์ของเรา เรื่องแบบนี้คงไม่เกิดขึ้นแน่ สิ่งที่ข้าเดา คงไม่ผิดหรอก พวกชนเผ่ากำลังจะเคลื่อนย้ายกำลัง หึ"
"ฝ่าบาททรงทราบเรื่องนี้หรือยัง"
"ตอนนี้ฝ่าบาททรงคิดแต่เรื่องออกศึกกับเมืองยางแบ จะไปรู้อะไรได้ ท่านจะไปไหน"
"ก็ไปทูลให้ฝ่าบาทรู้ไง"
"คิดให้ดีก่อนจะทูลนะ"
"มีคนคิดก่อการร้ายยังต้องคิดอีกหรือ"
" เดี๋ยวไม่แน่นี่อาจเป็นโอกาสทอง ที่สวรรค์ประทานก็ได้เป้าหมายของพวกเขาคือใครล่ะ มูยุลกับฝ่าบาทไม่ใช่หรือถ้าเราอยู่เฉยไว้ ท่านก็จะได้ในสิ่งที่ต้องการโดยไม่ต้องเปลืองแรงทำแบบนี้เท่ากับเป็นผลดีต่อ ยอจิน ท่านต้องคิดให้ดีล่ะ"
ในที่สุดพระมเหสีมียูทรงเรียกแพกึยมาพบ
"หึข้าได้ยินเรื่องน่าสนุกอย่างหนึ่ง แต่คิดว่า น่าจะเป็นแผนของคนที่คิดร้ายต่อท่านมากกว่า"
"หม่อมฉันไม่เข้าใจที่รับสั่ง"
"ข้าเชื่อในความภักดีของท่านก็จริง แต่ไม่รู้ฝ่าบาทจะทรงคิดยังไง"
"รับสั่งมาตรงๆ ดีกว่า พระมเหสีทรงได้ยินอะไรกันแน่" แพกึยถาม
"ได้ข่าวว่าท่านอำมาตย์ ร่วมมือกับคนอื่นคิดก่อการร้ายแสดงว่าเป็นจริงสินะ"
แพกึยตอบตามความจริง "เป็นความจริง"
"เฮ่อๆๆ สมแล้วที่เป็นท่านแพกึย ต่อหน้าพระมเหสีแท้ๆ กล้ายอมรับว่าคิดกบฎ"
" ที่มีรับสั่งให้หม่อมฉันมาเฝ้า คงไม่ใช่แค่ให้ยอมรับเรื่องนี้หม่อมฉันมีเรื่องบางอย่างจะแลกเปลี่ยนกับพระ มเหสี ถ้าทรงให้ความร่วมมือ หม่อมฉันจะให้มูยุลหลุดจากตำแหน่ง แล้วให้องค์ชายยอจินขึ้นแทน"
"ท่านมีอะไรจะมารับประกันได้บ้าง"
"ตอนนี้ชีวิตหม่อมฉันก็อยู่ในพระหัตถ์แล้ว ยังกล้าคิดไม่ซื่ออีกหรือ"
"ตกลง ข้าจะร่วมมือกับท่าน"
องค์ ชายยอจินรู้เรื่องก็คิดหนัก สับสน เพราะถ้าเขาทูลให้พระราชายูริทราบ พระมเหสีมียูก็จะมีอันตราย ทำให้เขาตัดสินใจไม่ได้ว่าจะทำอย่างไรดี
พระราชายูริให้แทชองไปตามซังกา แต่เขากลับมารายงานว่าไม่พบซังกา และสังเกตเห็นความผิดปกติของเหล่าทหารเผ่าพีรู
"หม่อมฉันสงสัย ท่าทีของทหารเผ่าพีรู มีความผิดปกติพะยะค่ะ"
"ผิดปกติยังไง"
"เฮ่อท่านแพกึยและหัวหน้าอื่นๆ เร่งฝึกทหาร แถมยังมีการระดมเสบียง รู้สึกกระตือรือร้นเกินเหตุ"
"แล้วมันไม่ดีตรงไหนล่ะ" คูชูถาม
"เฮ่อถึงจะจงรักภักดีแค่ไหน แต่แพกึยเป็นคนที่ไว้ใจไม่ได้"
"ข้าว่าเจ้าคิดมากเกินไป ท่านซังกาเป็นฝ่ายเราอยู่แล้ว คนอื่นคงไม่กล้าหือ"
"แต่ว่า"
"ต่อให้พวกเขาคิดการไม่ซื่อจริง ข้าจะไม่ยกโทษให้แพกึยและหัวหน้าคนอื่นอีก"
เฮยา เคยู พักโซ มาโนกำลังบอกเล่าเรื่องราวให้องค์ชายมูยุลฟัง
"จากคำให้การของเชลย บอกว่าคนที่บัญชารถม้าเหล็กก็คือโทจิน"
" ส่วนแพกึยถือโอกาสแข็งข้อในตอนนั้น ก็เพราะอาศัยความสัมพันธ์ระหว่างโทจินกับแคว้นพูยอถึงได้กล้านัก ถ้าไม่ฆ่าคนๆ นี้ ก็ไม่รู้เมื่อไหร่จะเกิดเรื่องอีก"
"แต่ก็ดีเหมือนกัน"
"พูดอะไร"
"เมื่อแพกึยติดต่อกับแคว้นพูยอ เราก็ตั้งข้อหากบฎซะเลย มันเคยคิดร้ายต่อองค์ชาย ยังไงก็ปล่อยไว้ไม่ได้อยู่แล้วจริงมั้ย"
"พักโซพูดถูก องค์ชายต้องตัดสินพระทัยแล้ว"
" องค์ชาย อย่าทรงเห็นแก่ความเป็นเพื่อนอีกเลยเพคะ ถ้าแพกึยติดต่อกับแคว้นพูยอจริง ก็แสดงว่าหัวหน้าเผ่าอื่นๆ อาจจะคิดทรยศต่อโกคูรยอด้วย"
"ข้าจะไปเฝ้าฝ่าบาทก่อน"
องค์ชายมูยุลรีบไปเข้าเฝ้าพระราชายูริ ทรงตกพระทัยถามว่า
"แพกึยแอบติดต่อกับแคว้นพูยอ พวกเจ้ามีหลักฐานหรือเปล่า"
"มีพะยะค่ะ"
"ถ้าแพกึยทำอย่างงั้นจริง ท่านซังกาก็น่าจะรู้เห็นด้วย ถ้าไง เราจับท่านซังกามา"
"ถ้าบอกเขา เขาก็จะปกป้องเผ่าพีรูอีก หม่อมฉันว่าเราไปจับตัวแพกึยมาดีกว่าเพคะ" เฮยาเสนอ
"ข้าเคยให้อภัยพวกเขาครั้งแล้วครั้งเล่า ทำไมยังคิดแบบนี้อีก"
"ฝ่าบาท แล้วเราจะทำไงดี"
แพกึยให้นายกองไปหลอกพาโทจินในช่วงที่พวกองค์ชายมูยุลไม่อยู่ ออกมาจนได้
"เจ้าเป็นไรมากมั้ย"
"ท่านซังกาว่ายังไงบ้าง" โทจินถาม
"เจ้าแก่หัวดื้อไม่ยอมเชื่อฟังเราซะที ข้าก็เลยจับไปขังไว้ก่อน"
"ถ้าปล่อยไว้จะเป็นภัยทีหลัง ท่านน่าจะกำจัดเขาซะไม่มีเวลาลังเลอีกแล้ว รอเคลื่อนพลเร็วเข้า"
"เราจะไปเมืองหลวงเดี๋ยวนี้" แพกึยสั่ง พวกทหารโห่ร้อง
" คนที่อาศัยกระบี่หักก็ได้ครองราชย์ คนที่ต้องคำสาปจากสวรรค์ก็ได้ครองราชย์ นับแต่นี้ เราจะให้พวกเขา ลงจากบัลลังก์มาซะ ให้ผืนแผ่นดินนี้ ไม่มีคำว่าโกคูรยออยู่อีก ส่วนพวกเราก็จะสร้างเมืองใหม่ที่ดีขึ้น"
"ใช่แล้ว เย้วู้"
"เราจะบุกเข้าเมืองหลวงเดี๋ยวนี้"
ในที่สุดองค์ชายยอจินก็ตัดสินใจบอกเรื่องแพกึยก่อการกบฎให้องค์ชายมูยุลทราบ องค์ชายมูยุลตกใจ
"หาเป็นความจริงหรือนี่"
"ใช่ หม่อมฉันได้ยินกับหู ท่านซังกาถูกท่านอำมาตย์คุมตัวไว้ เพราะไม่ฟังพวกเขา"
ทันใดนั้น เคยูก็เข้ามา "องค์ชายเกิดเรื่องใหญ่แล้ว"
"เรื่องอะไร"
เฮยาบอกเองว่า "โทจินหนีไปได้เพคะ"
มาโนเข้ามาอีกและบอกว่า "องค์ชาย มีคนคิดกบฎ แพกึยพาทหารบุกเข้าเมืองหลวงมา"
"สั่งปิดประตูวังทุกด้าน ให้องครักษ์เตรียมพร้อม" องค์ชายมูยุลสั่งการ
"พะยะค่ะ"
มูยุล มหาบุรุษพิชิตแผ่นดิน จบ 26

มูยุล มหาบุรุษพิชิตแผ่นดิน 27

องค์ชายมูยุลจะเข้าเฝ้าพระราชายูริ แต่คูชูบอกว่าตอนนี้พระราชายูริเสด็จไปพบซังกา เฮยาตกใจมาก
" ฝ่าบาททรงตรัสว่า ไม่อยากให้เรื่องเผ่าพีรูสมคบแคว้นพูยอ ยิ่งบานปลายจนยากจะควบคุม จึงจะจัดการแพกึยคนเดียว เพื่อไม่ให้หัวหน้าอื่นแปรพักตร์และให้ยุติลงซะ"
"หึ แต่เกรงว่าจะไม่ทันแล้วค่ะ"
"พูดแบบนี้หมายความว่าไง"
"มีคนคิดก่อกบฎ แพกึยพาทหาร กำลังจะมุ่งมาเมืองหลวง"
คูชูตกใจมาก "หา งั้น"
"ฝ่าบาททรงมีอันตราย รีบไปเร็วเข้า" องค์ชายมูยุลออกไปทันที
พระ ราชายูริทรงเสด็จออกจากวังหลวงเพื่อทรงเยี่ยมเยียนซังกาซึ่งล้มป่วย โดยไม่รู้เรื่องที่แพกึยก่อกบฏเลยแม้แต่น้อย หลังจากที่ช่วยซังกาออกมาจากคุกนรกของแพกึยแล้ว พระราชายูริทรงตกพระทัยยิ่งนักเมื่อทรงรู้ความจริงว่าแพกึยก่อการกบฏ
โทจินและนักรบทมิฬพากันขัดขวางไม่ให้พระราชายูริทรงเสด็จกลับวังหลวง ซังกาถวายอารักขาพระราชายูริจนต้องตายด้วยคมดาบของโทจิน
"ฝ่าบาท หม่อมฉัน ได้สร้างภาระหนักให้แก่พระองค์ ตลอดชั่วชีวิตที่ผ่าน"
"ไม่หรอก ต้องโทษข้าเป็นคนใจแคบมากกว่า ที่ไม่ค่อยรับฟังความเห็นของท่าน"
" ไม่ใช่อย่างงั้นพะยะค่ะ เป็นเพราะ ความทะเยอทะยานของหม่อมฉัน ทำให้องค์ชายโตชิ ต้องสิ้นพระชนม์ก่อนวัยอันควร สุดท้าย แม้แต่องค์ชายแฮเมียงก็ หึ ทรงอภัย ให้หม่อมฉันด้วย หึ โอ๊ะ โอย"
"หา ท่านซังกา"
พระราชายูริทรงถูกควบคุมตัวไปยังค่ายทหารกบฏ พวกองค์ชายมูยุลมาตามหาจึงพบเพียงศพของซังกา
"จัดงานศพท่านซังกาให้ดีด้วย" องค์ชายมูยุลสั่ง
"เพคะ"
"องค์ชาย โอย" แทชองร้องเรียก
"ท่านแทชอง ท่านแทชอง ฝ่าบาทเป็นไงบ้าง"
"พวกนักรบทมิฬ จับตัวฝ่าบาทไป"
"หา ตามพวกมันไปเดี๋ยวนี้"
"หึ ไม่ได้นะเพคะ ทรงใจเย็นไว้ก่อน" เฮยาเตือน
"รู้ว่าฝ่าบาทถูกจับไป ยังให้ข้าใจเย็นอีกหรือ"
"ถ้าหุนหันพลันแล่น แม้แต่องค์ชายก็จะมีอันตราย"
"หัวหน้าพูดถูกแล้ว เราต้องช่วยฝ่าบาทจริง แต่องค์ชายก็สำคัญ" มาโนว่า
เวลาเดียวกันนี้ พระราชายูริทรงตรัสถว่าแพกึย
"ต่ำช้าที่สุด สังหารพ่อบุญธรรม ทรยศบ้านเกิด พฤติกรรมชั่วช้าของเจ้า ซักวันต้องถูกสวรรค์ลงโทษ"
"หุบปาก สวรรค์เข้าข้างใครกันแน่ อีกไม่นานก็จะรู้ เอาตัวไปขัง"
ขุนนางถามแพกึยว่า "ทำไมผิดจากที่ตกลงไว้ ท่านไม่สังหารเขาหรือ"
"ท่านจะกลัวอะไรนักหนา เราจะใช้เขา ล่อมูยุลมาติดกับก่อน อย่าห่วงนักเลย"
องค์ชายมูยุลสั่งให้ทุกคนมารวมพล เฮยากล่าวว่า
"ตอนนี้พวกกบฎ ปักหลักอยู่ที่นอกเมืองของเรา และเชื่อว่าฝ่าบาท ก็น่าจะอยู่ที่นั่นด้วย"
เคยูเสริมว่า "ที่สำคัญพวกมันต้องตัดทางสัญจรของเรา โดยให้ทหารคุมอยู่ทุกด่าน"
"แปลว่าพวกมันอาจเข้ามาได้ทุกเมื่อ แต่ทหารของเรายังอยู่ไกลมาก"
"เรามีทหารอยู่ในเมืองทั้งหมดเท่าไหร่" องค์ชายมูยุลถาม
"ไม่ถึง 1 พันคน"
องค์ หญิงเซยูกล่าวว่า "พอรู้ว่ามีคนคิดกบฎ ชาวบ้านก็ตกใจกลัวมากแล้ว ถ้าให้รู้ว่าฝ่าบาทถูกจับไปอีก มีหวัง แต่ละคนคงเสียขวัญไปกันใหญ่"
อันซึงกล่าวกับพระมเหสีมียูว่า
"แพกึยบอกว่าเขาจะไม่ลืมผลงานของเรา ท่านอย่าเปลี่ยนใจตอนนี้เชียวนะ ถึงขั้นนี้แล้ว เราจะเปลี่ยนใจไม่ได้อีก"
" ข้ารู้หรอกน่า ข้าเป็นคนผลักให้ฝ่าบาทไปตาย ถ้าเปลี่ยนใจ ข้าก็ต้องตายแทน ตอนนี้ที่สำคัญ คือคอยช่วยท่านแพกึย เพื่อจะปูทางไว้ให้ยอจิน เฮ่อ"
"ท่านอย่าทำหน้าเศร้าได้ไหม ถึงขั้นนี้แล้ว เราจะถอยกลับไม่ได้อีก"
"หึ ใช่ เพื่อลูกแล้ว ข้าทำได้ทุกอย่าง ถ้ามีบาปก็ให้ข้ารับคนเดียวเถอะ ข้ายินดี"
"ตอนนี้ก็เหลือแต่ฆ่ามูยุล แล้วความอัดอั้นของท่าน จะได้หมดไปซะที"
ขณะเดียวกันโทจินรายงานแพกึยว่า
"ถ้าจะเข้ายึดเมืองหลวง ก่อนอื่นเราต้องกำราบทหารที่ประจำอยู่ในเมืองทั้งหมด"
"เรื่องนี้ ปล่อยเป็นหน้าที่ข้าเอง"
"ทำไมต้องรอช้าอีก เรายกพลเข้าเมืองเดี๋ยวนี้ไม่ได้หรือไง"
"ถ้าจะเข้าเมืองตอนนี้ เราอาจมีความเสี่ยงถ้าประเมินผิด ถ้าไงข้าจะเข้าเมืองคนเดียวก่อน เพื่อขอให้มูยุลเปิดประตูวังยอมแพ้ซะ"
แพ กึยใช้ชีวิตพระราชายูริเป็นเครื่องมือต่อรองให้มูยุลยอมแพ้ ความจริงแล้วแพกึยต้องการกำจัดพระราชายูริและองค์ชายมูยุลในคราเดียวกัน ทำให้เมืองหลวงตกอยู่ในวงล้อมของกองกำลังกบฏ
สถานการณ์ในเวลานี้ไม่ เอื้ออำนวยต่อมูยุลแม้แต่น้อย เดิมทีองค์ชายมูยุลคิดใช้กำลังทหารส่วนกลาง น่าเสียดายที่แพกึยชิงลงมือเสียก่อน ทำให้องค์ชายมูยุลขาดแคลนกำลังพลที่จะต่อกรกับแพกึย
ในช่วงที่ สถานการณ์คับขัน องค์หญิงเซยูทรงแนะนำให้องค์ชายมูยุลไปตั้งหลักที่เมืองโชบุน องค์ชายมูยุลในฐานะองค์รัชทายาทจะทำให้พระราชบิดาทรงผิดหวังไม่ได้ มีหรือจะหาพระราชบิดาไม่พบ
โทจินบีบบังคับมาวังจับกุมตัวองค์หญิงยอน
" ที่ๆ เขาให้เจ้าอยู่อาศัย ช่างอัตคัดนัก และไม่น่าเชื่อด้วย ว่าเจ้าจะอยู่ในที่ๆ หาง่ายแบบนี้ เขาก็ยังเหมือนเดิม นำความเดือดร้อนมาให้เจ้าเสมอ"
"เขาไม่ได้ทำให้ข้าเดือดร้อน ข้าเกลียดตัวเองที่เป็นภาระให้เขา ไม่รู้จบมากกว่า ต่อไป บ้านของเขาก็คือบ้านข้า แม้จะตาย ข้าก็ขอตายกับเขา"
"แต่ข้าจะไม่ให้ เจ้าได้อยู่กับเขาอีก ตอนนี้พระราชายูริถูกจับ อีกไม่นานเมืองหลวงจะถูกเรายึดหมด ข้าจะให้เจ้าได้เห็นว่า คนสารเลวนั่นตายด้วยกระบี่ข้ายังไง เห็นความหายนะของโกคูรยอต่อหน้า แล้วเจ้าจะรู้ เอาตัวไป" โทจินคิดจะส่งองค์หญิงยอนกลับแคว้นพูยอ
ลีจีอา ละอายใจที่รู้เรื่องก่อการกบฏแล้วแต่ไม่ได้เปิดเผยให้องค์ชายมูยุลรู้ นางจึงร้องไห้ขอให้องค์ชายมูยุลให้อภัยนาง แต่องค์ชายมูยุลกลับไม่ใยดีนางเลยแม้แต่น้อย
"ช่างเถอะ ไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว ข้ารับปากเจ้าได้แค่อย่างเดียว ตราบใดที่ข้ายังเป็นองค์ชาย ตำแหน่งพระชายาจะเป็นของเจ้าเสมอ เพราะเราสองคนแต่งเพื่อการเมือง เจ้าเป็นห่วงชนเผ่าของตัวเอง ข้าคงตำหนิอะไรไม่ได้ แต่ว่า ถึงขั้นนี้แล้ว อยากให้เจ้าจำไว้อย่างหนึ่ง ถ้าราชสำนักไม่มั่นคง ฐานะเจ้าก็จะสั่นคลอนตาม ฉะนั้น ทีหลังทำอะไรขอให้คิดก่อน"
พระราชายูริซึ่งทรงถูกคุมขังอยู่ในค่ายทหาร กบฏนั้นด้วยความที่พระองค์ทรงไม่อยากเป็นภาระให้องค์ชายมูยุล พระองค์จึงชักมีดสั้นซึ่งอยู่ในเสื้อเกราะออกมาหมายปลงพระชนม์ชีพพระองค์เอง องค์หญิงยอนห้ามไว้
"ฝ่าบาท ทรงเป็นไงบ้างเพคะ"
"ทำไมต้องช่วยข้าไว้"
"เอ่อ ฝ่าบาท"
"ถ้าข้าอยู่ต่ออีก มีแต่เป็นภาระให้มูยุล ไม่ต้องรักษาข้าได้ไหม"
"ฝ่าบาทต้องทรงเชื่อองค์ชาย ว่าจะสามารถคลี่คลายวิกฤติคราวนี้ ช่วยฝ่าบาทออกไปให้ได้เพคะ"
พระมเหสีมียูพาองค์ชายยอจินหลบหนีออกจากวังหลวง องค์ชายยอจินเสียใจมากกับการกระทำของพระมารดา
" ฮือ ทรงทำแบบนี้ได้ยังไง ทรงเป็นถึงพระมเหสี กลับคิดร้ายต่อเสด็จพ่อและเจ้าพี่ของหม่อมฉัน ฮือ เสด็จแม่ไปร่วมมือกับท่านอำมาตย์ ก่อการร้ายต่อบัลลังก์ได้ยังไง"
อันซึงเถียง "ใครว่าร่วมมือกับท่านอำมาตย์ หน้าไหนช่างปากเสีย ไปทูลให้องค์ชายทรงเข้าพระทัยผิด"
"ข้าได้ยินกับหู ฮือ เรื่องที่เสด็จแม่กับท่านอำมาตย์ร่วมกันวางแผน หม่อมฉันได้ยินหมดแล้ว"
"หึ ในเมื่อเจ้ารู้แล้ว แม่ก็ไม่อยากปิดบังอีก สิ่งที่ทำก็เพื่อเจ้า เลิกขัดใจแม่ซะทีเถอะ"
"หึ หม่อมฉันไม่ไป"
" แล้วนึกว่าแม่สบายใจหรือ ใจแม่ก็เจ็บเหมือนกัน แม่เสียใจที่ต้องทำร้ายเสด็จพ่อของเจ้า แต่ว่าทุกอย่างมันเปลี่ยนแปลงไม่ได้อีกแล้ว ถ้างานนี้ล้มเหลวละก้อ เราสองคนจะมีแต่ตายเท่านั้น"
"ฮือ หม่อมฉัน จะไม่เชื่อฟังเสด็จแม่อีกแล้ว ฮือ ต่อให้ถูกพวกกบฎฆ่าตาย หม่อมฉันก็จะอยู่ในวังพร้อมกับเจ้าพี่"
"ไม่ได้นะ เจ้าต้องอยู่ต่อไป อยู่เพื่อเป็นพระราชาของเมืองนี้"
"เสด็จแม่"
"ยืนเฉยทำไม พาตัวเขาไปเดี๋ยวนี้"
"พะยะค่ะ"
มาโนมาบอกองค์ชายมูยุลว่า พระมเหสีมียูกับองค์ชายยอจินหายไป พักโซบอกว่าไม่ใช่การหนี แต่พระมเหสีมียูทรงรู้เห็นกับแพกึย
องค์ชายมูยุลตัดบทว่า "พอที อย่าให้คนในวังรู้เป็นอันขาด ว่าพระมเหสีกับองค์ชายยอจินหนีไปแล้ว ระวังให้ดีด้วย"
"พะยะค่ะ"
คูชูมาพบองค์ชายมูยุลเขาถามว่ามีธุระอะไร
" หม่อมฉันเห็นว่า ไม่อยากรอล้มๆ แล้งๆ อยู่อย่างงี้ ฝ่าบาทถูกจับไปหลายวัน หม่อมฉันได้แต่เป็นห่วงอยู่ในวังเท่านั้น โปรดให้หม่อมฉันออกจากวัง ได้ไหมพะยะค่ะ"
"ไม่ได้ ตอนนี้ข้างนอก มีแต่พวกกบฎอยู่ทั่ว ต่อให้หนีพวกเขาได้ จนถึงไปค่ายทหารของศัตรู ก็ไม่อาจช่วยฝ่าบาทได้ง่ายๆ"
" ถ้าคิดว่าไม่ได้หมด เราก็ไม่ต้องทำอะไรเลย ให้หม่อมฉันไปเถอะพะยะค่ะ ถ้าฝ่าบาททรงมีอันเป็นไปจริง ในฐานะที่หม่อมฉันเป็นคนสนิท คงไม่อาจมีชีวิตอยู่ต่อไปได้"
เวลาเดียวกัน องค์หญิงยอนก็ทูลพระราชายูริเรื่องที่นางต้องกลับไปแคว้นพูยอ และพระราชายูริก็จะต้องเสด็จไปด้วย
" ฝ่าบาท ไม่ว่ายังไงก็ไม่ควรสิ้นหวังนะเพคะ สมัยก่อนอาจารย์ที่สอนการแพทย์ให้หม่อมฉันบอกว่า แม้จะมียาดีสามารถรักษาแผลตามร่างกาย แต่ไม่อาจเยียวยาแผลในจิตใจ และสอนหม่อมฉันไม่ได้ด้วย แต่จนวันนี้ หม่อมฉันเริ่มรู้แล้วว่า เราจะรักษาแผลใจยังไงดี นั่นคือความเชื่อมั่น ฝ่าบาทต้องทรงมั่นพระทัย ต่อองค์ชายมูยุล และเชื่อว่าองค์ชาย ยังไงก็ต้องช่วยฝ่าบาทให้ได้ รวมถึงปกป้องโกคูรยอ ให้พ้นจากเพทภัย เพราะฉะนั้น ไม่ถึงวันสุดท้าย อย่าเพิ่งสิ้นหวังเป็นอันขาด"
คูชูแอบเข้ามาจะช่วยพระราชายูริ ทำให้ถูกจับตัวไว้
ขณะที่องค์ชายยอจินหลบหนีจากพระมเหสีมียู และรีบไปบอกให้ยุนวาไปรอที่เมืองโชบุน ส่วนตัวเขากลับเข้ามาในวังหลวงสมทบกับองค์ชายมูยุล
"เจ้าพี่"
"นี่มันอะไรกัน พระมเหสีล่ะ" องค์ชายยอจินไม่อาจพูดอะไรได้
มาโนเข้ามาบอกว่า "มีข่าวว่าฝ่าบาทจะถูกส่งไปแคว้นพูยอ"
"เราจะออกจากวัง ไปช่วยฝ่าบาทที่กลางทาง" องค์ชายมูยุลตัดสินใจ
เฮยาห้ามไว้ "ไม่ได้เพคะ"
"ไม่งั้นเราจะปล่อยให้ฝ่าบาท ถูกจับไปแคว้นพูยอหรือไง"
" องค์ชาย ตอนนี้ทุกคนที่อยู่ในวัง เพราะมีองค์ชายเป็นเสาหลักอยู่ ถ้าหาก องค์ชายออกจากวังไป แล้วเกิดอะไรขึ้นระหว่างทาง สุดท้าย เราจะสิ้นหวังกันหมดนะเพคะ"
"ถ้าข้าทิ้งพ่อตัวเอง ยังจะเป็นที่ศรัทธาของผู้คนได้หรือ"
องค์หญิงเซยูเห็นด้วย "ถูกแล้ว แม้ต้องเอาชีวิตเข้าแลก การไปช่วยฝ่าบาท ก็เป็นหน้าที่ของผู้เป็นลูกทุกคน"
"องค์หญิง ทหารที่เรามีอยู่ ออกจากประตูวังยังไม่ได้ด้วยซ้ำ"
"ใช้ประตูวังไม่ได้ เราก็หาทางอื่นออกไปสิ"
แล้วองค์ชายมูยุลก็หาทางออกมาจนได้ เขาสั่งเฮยาว่า
"ถ้ามีทหารบุกเข้ามา ไม่ต้องรอข้า ให้ออกจากวังทันทีได้เลย"
"ถ้าช่วยฝ่าบาทได้ ก็ให้ไปเมืองโชบุน อยู่ที่นั่น ไม่แน่อาจมีทางมายึดเมืองหลวงคืนก็เป็นได้"
"อึม ยอจิน เจ้าอยู่ที่นี่กับพวกเขาเถอะนะ"
"ไม่ หม่อมฉัน ก็จะไปช่วยเสด็จพ่อเหมือนกัน"
"ไปเถอะ"
เคยูเรียก "องค์หญิง"
"ไม่ต้องห่วงข้า ข้าจะไปช่วยฝ่าบาทก่อน แล้วค่อยเจอที่เมืองโชบุน"
"อึม ไม่ว่ายังไง ก็ต้องกลับมาให้ได้"
พวก องค์ชายมูยุลบุกเข้าไปช่วยพระราชายูริกับองค์หญิงยอน ทำให้องค์ชายยอจินได้รับบาดเจ็บสาหัส องค์ชายมูยุลบอกให้องค์หญิงเซยูดูแลองค์ชายยอจินอย่างดี และพาทุกคนไปที่เมืองโชบุนก่อน
ในที่สุดแพกึยก็สามารถยึดครองเมืองหลวงไว้ได้
แพกึยหัวเราะสะใจ "ฮ่าๆๆ ทำดีมาก เจ้าทำให้ฝันของข้ากลายเป็นจริงจนได้ เฮ่อๆๆ"
"ตอนนี้มูยุลเป็นไงบ้าง"
โทจินตอบว่า "หึ หนีไปเมืองโชบุนครับ แต่ว่า ต่อให้พลิกทั่วเมืองโชบุน ข้าก็จะตัดหัว มูยุลกับยูริมาให้ได้"
"ดี เฮ่อๆๆ"
"ลองนั่งดูหน่อยมั้ยครับ นี่คือเก้าอี้ของท่านแล้ว"
" อย่าทำอะไรวู่วาม เรายังไม่รู้ว่าราษฎร ยอมรับการทำงานของเรามากน้อยแค่ไหน ถ้าใครทำให้ชาวบ้านเกิดความไม่พอใจ ข้าจะไม่ให้อภัยเด็ดขาด เข้าใจมั้ย"
เมื่อพวกแม่ทัพออกไปแล้ว แพกึยกล่าวกับโทจินว่า
" ผลงานของเจ้า ถือว่ามีมากกว่าใคร เทียบกับคนอื่นที่สักแต่เอาหน้า เจ้ายังทุ่มเทมากกว่า รอให้ทุกอย่างเข้าที่เข้าทางซะก่อน ไม่ว่าเจ้าต้องการอะไร ข้าจะให้เจ้าหมด"
"ข้าจะขออะไรซักอย่างก่อนได้ไหมครับ"
"ขออะไร"
"เชิญท่านไปถวายการต้อนรับอ๋องเทโซ ที่ตอนนี้กำลังรออยู่ที่ชายแดน"
" เรื่องนี้ ข้าคงต้องคิดให้ดีก่อน เพราะตอนนี้ชาวบ้านกำลังจับตาดูเราอยู่ ถ้าให้รู้ว่าข้ายืมกำลังจากพูยอมาทำงานนี้ ไม่รู้พวกเขาจะคิดยังไง ไม่พอใจหรือเปล่า"
"แต่ข้าว่าคนที่ท่านต้องเป็นห่วง คืออ๋องเทโซมากกว่า ถ้าให้อ๋องเทโซทรงเข้าพระทัยผิด อาจฉวยโอกาสมาตลบหลัง ยึดอำนาจจากท่านคืนก็เป็นได้ อีกอย่าง ตอนนี้ที่เร่งด่วนคือส่งทหาร ไปจับยูริกับมูยุลกลับมาให้ได้"
พวกองค์ชายมูยุลจำต้องถอยร่นไปอยู่ที่เมืองโชบุน
"ไม่แน่อาจมีทหารตามมาอีก รีบไปจากที่นี่เถอะเพคะ องค์ชาย"
" เราไม่ควรทำแบบนี้ ทิ้งเมืองหลวงไป หนีไปเมืองโชบุน นั่นเป็นที่ไหนก็รู้อยู่ สถานที่ๆ เจ้าพี่แฮเมียง เคยสิ้นพระชนม์อย่างอนาถ ข้าไม่อยาก กลับไปด้วยความพ่ายแพ้ อัปยศอดสู ขนาดกระบี่ที่เจ้าพี่มอบให้ ข้ายังไม่ทันได้หยิบมา แล้วจะให้หนีไปแบบนี้ ข้าคงให้อภัยตัวเองไม่ได้"
" องค์ชายเพคะ ตอนนี้ สำคัญคือต้องออมแรงไว้ก่อน แล้วค่อยกลับมาอีก หม่อมฉันเชื่อว่าสวรรค์ คงมีเจตนาบางอย่าง ถึงให้ทรงเผชิญกับวิบากกรรมคราวนี้ ต่อไปองค์ชาย ยังต้องช่วยเหลือฝ่าบาทอีกมาก รวมถึงเป็นเสาหลักให้พวกเราด้วย ตอนนี้ไปเมืองโชบุน ปรับปรุงกองทัพใหม่ แล้วค่อยกลับมายึดเมืองหลวงคืนเถอะเพคะ"

มูยุล มหาบุรุษพิชิตแผ่นดิน จบ 27

มูยุล มหาบุรุษพิชิตแผ่นดิน 28

พระมเหสีมียูซึ่งซ่อนตัวอยู่ที่บ้านเกิดเกิดความไม่สบายใจขึ้นมาจึงตัดสินใจเข้าเมืองหลวงเพื่อพบแพกึย
"พระมเหสีมาแล้วหรือ พระมเหสี ประชวรตรงไหนหรือเปล่า"
อันซึงตอบแทนว่า "พระนางจะประชวรได้ยังไง ตอนนี้ได้เปลี่ยนแผ่นดินใหม่ ท่านจะนั่งที่ไหนก็นั่งได้ เป็นสิทธิ์ของท่านอยู่แล้ว"
"แต่ว่า ข้าจะขอความมั่นใจเรื่องหนึ่งก่อน" พระมเหสีมียูตรัส
"เชิญรับสั่งมาได้"
"สัญญาที่เราให้ไว้ จะให้ยอจิน เป็นพระราชาองค์ใหม่ หวังว่าคงไม่ลืมล่ะ"
" ถ้าพระมเหสีไม่ทรงสนับสนุน งานนี้ อาจล้มตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่ม ท่านคงไม่ลืมหรอกนะ การครองอำนาจของท่าน เราจะไม่ไปแตะต้อง ส่วนตำแหน่งพระราชา ก็ควรเป็นขององค์ชายยอจิน" อันซึงกล่าว
"แน่นอน แล้วตอนนี้องค์ชายยอจินอยู่ไหนล่ะ พามาพบข้าก่อนแล้วค่อยว่าเถอะ"
"เขาไม่ค่อยสบายก็เลย"
" ใครๆ ก็รู้ว่า องค์ชายยอจินออกจากเมืองหลวงไปแล้ว เขาไปเข้ากับองค์ชายมูยุล พาทหารไปช่วยพระราชายูริที่กลางทาง แถมยังเปิดเผยความจริงให้มูยุลรู้ด้วย"
อันซึงรีบปฏิเสธ "เอ่อ นี่ ไม่เป็นความจริง"
"ตอนนี้องค์ชายยอจิน ไปอยู่เมืองโชบุนแล้ว แถมได้รับบาดเจ็บสาหัส เป็นหรือตายก็ไม่มีใครรู้"
พระมเหสีมียูตกพระทัยมาก "หา"
"ไม่แน่ว่า ป่านนี้อาจตายแล้วก็ได้" แพกึยเยาะ
"หุบปาก ต่อหน้าข้า กล้าพูดจาสามหาวเชียวหรือ"
" จนป่านนี้ยังไม่รู้สภาพตัวเองอีก ข้าจะสั่งปลดเจ้าเมื่อไหร่ก็ได้" แพกึยวางอำนาจทันที "อุตส่าห์ให้เกียรติขนาดนี้ก็ถือว่าบุญแล้ว ถ้าไม่อยากตายละก้อ อย่าพูดมากและออกไปซะ"
พระมเหสีมียูโกรธมากจนเนื้อตัวสั่น เสด็จออกไปทันที และทรงร้องไห้
"หึ ฮือ ข้าจะไปหายอจิน หึ ข้าจะไม่ทนกับพวกเขาอีก"
"หมายความว่า จะเดินทางไปเมืองโชบุนเชียวหรือ"
"ลูกข้าเป็นตายร้ายดีก็ไม่มีใครรู้ ฮือ"
"แต่มีทหารเฝ้าอยู่ข้างนอก เราจะออกไปได้ยังไง อย่าทำให้แพกึยโกรธดีกว่า เราอยู่เงียบๆ ไว้ก่อนเถอะ"
"ถ้ายอจินมีอันเป็นไป ข้าอยู่ไปจะมีความหมายอะไรอีก ฮือ ถ้าไม่มีลูก ชีวิตข้าก็หมดความหมายแล้ว ฮือ ยอจิน ฮือๆๆ ยอจิน ฮือๆๆ ฮือๆๆ"
องค์ชายมูยุลตามมาสมทบกับพวกพระราชายูริ เขารีบถามถึงองค์ชายยอจิน คูชูบอกว่าตอนนี้อาการน่าเป็นห่วง องค์ชายมูยุลเฝ้าพระราชายูริ
"ข้างนอกลมแรง ถ้าไง เสด็จเข้าข้างในดีกว่า ฝ่าบาท"
"ตอนนี้ข้า แทบไม่อาจทนรับการสูญเสียลูกได้อีก เจ้าคิดว่าจะทำไงดี"
"เขาต้องฟื้นแน่ ยอจิน จะต้องรู้สึกตัวแน่นอน"
"เป็นความประมาทของข้าเอง น่าจะรอบคอบให้มากกว่านี้ มัวแต่ดีใจกับชัยชนะจนไม่คิดว่าแพกึยจะกล้าหักหลังเรา"
" หม่อมฉันผิดเองมากกว่า เพราะเสนอให้เราเป็นฝ่ายเปิดศึก และให้ฝ่าบาททรงมอบกำลังทหารให้ จนกลายเป็นแบบนี้ หม่อมฉันไม่อาจผูกใจเหล่าขุนนาง ทำให้พวกเขาเกิดความภักดีได้ คิดแต่จะสร้างผลงานจากการสู้รบ ใช้ไม้แข็งกับพวกเขา ไม่คิดเอาความดีเข้าไปผูกมิตร เป็นเหตุให้พวกเขายิ่งต่อต้าน และหม่อมฉันก็ไม่เคยสนใจ จึงได้เกิดเรื่องขนาดนี้ และหม่อมฉันยัง"
"พอ ทีเถอะ เจ้าคงคิดว่าทั้งหมดนี้ เป็นเพราะชะตาของเจ้าใช่ไหม มันเป็นเรื่องงมงาย ไม่เกี่ยวกับเจ้าซักนิด แต่ยังไงข้าก็ไม่ยอมแพ้ แม้จะสูญเสียทุกอย่างจนหนีมาอยู่นี่ ข้าก็ยังไม่หมดความเชื่อมั่นในตัวเจ้า"
"ฝ่าบาท ยังทรงเชื่อหม่อมฉันจริงหรือ"
"สมัยก่อน มีคำทำนายว่าข้าจะตายเพราะเจ้า แต่เจ้ากลับช่วยชีวิตข้าไว้ถึงสองครั้ง"
"หึ เสด็จพ่อ"
"ข้าจะไม่สิ้นหวังง่ายๆ เจ้าก็ต้องเข็มแข็งเหมือนกัน เข้าใจมั้ย"
องค์ ชายยอจินได้รับบาดเจ็บสาหัส องค์ชายมูยุลเห็นเช่นนั้นจึงไหว้วานองค์หญิงยอนให้ถวายการรักษาองค์ชายยอจิน หลังองค์หญิงยอนดูอาการขององค์ชายยอจินแล้ว องค์ชายมูยุลจะให้คนพากลับที่พัก พอดีลีจีอาเข้ามาเห็นเสียก่อน นางเข้ามาทัก
"หึ เห็นองค์ชายปลอดภัยก็ค่อยเบาใจหน่อย"
"เจ้าก็ปลอดภัยใช่ไหม"
" เพคะ ได้ยินว่าเจ้าคอยดูแลองค์ชายยอจินอยู่ตลอด ในฐานะพระชายา ข้าน่าจะมาขอบใจแต่แรก แต่กลับมาช้าไปหน่อย ถ้าจะให้ช่วยอะไรละก้อ บอกมาได้นะ"
"ขอบพระทัยเพคะ ถ้าไงหม่อมฉัน ขอทูลลาก่อน"
พระเจ้าเทโซแห่งแคว้นพูยอทรงเสด็จเข้าไปในแคว้นโกคูรยอ แพกึยออกมาถวายการต้อนรับพระเจ้าเทโซอย่างสมพระเกียรติ
แพกึยแนะนำ "นี่คือหัวหน้าเผ่าทั้งหลาย งานนี้เพราะความช่วยเหลือของฝ่าบาท บุญคุณใหญ่หลวง เราจะไม่มีวันลืม"
"ไม่ได้ทำเพื่อท่านคนเดียวหรอก ข้าทำเพื่อตัวเองด้วย จนถึงวันนี้ ความแค้นในใจข้าค่อยได้บรรเทาหน่อย ฮ่าๆๆ"
"เฮ่อๆๆ เป็นผลงานของโทจินด้วย"
"อึม ขอบใจเจ้ามาก"
โทจินทูลว่า "แต่ยังไม่อาจ สังหารมูยุลกับพระราชายูริได้ ทรงอภัยด้วยพะยะค่ะ"
" ไม่เป็นไร ตอนนี้พวกเขา ถึงอยู่ต่อก็เป็นทุกข์ยิ่งกว่าตายหลายเท่า ให้ลิ้มรสความเจ็บปวดของการสิ้นชาติ แล้วค่อยเอาชีวิตก็ยังไม่สาย ด้วยสถานการณ์ตอนนี้ พวกเขามีกำลังอยู่แค่น้อยนิด คงไม่สามารถทำอะไรเราได้ จริงหรือเปล่า"
"จริงพะยะค่ะ หม่อมฉันขอให้สัญญา จะตัดหัวพระราชายูริมาถวายเอง"
"ฮ่าๆๆ เฮ่อๆๆ แล้วท่านจะทำไงต่อไป ข้าถามว่าใครจะเป็นพระราชาองค์ต่อไป"
"เรื่องนี้ ยังไม่ได้"
"ทำไมท่านไม่เป็นเองซะล่ะ"
"ยังไม่เหมาะพะยะค่ะ เพราะราษฎรยังเฝ้ามองอยู่ ถ้าไม่ใช่คนที่พวกเขาเคารพอาจจะทำงานไม่สะดวก"
"ความหมายก็คือ จะยกบัลลังก์ให้คนอื่นงั้นหรือ"
"มีราชวงศ์ใหม่เมื่อไหร่ หม่อมฉันจะหารือกับพูยอเอง ถ้าไงให้ฝ่าบาทส่งผู้แทนพระองค์ มาประจำอยู่ที่นี่ก็ได้"
"ให้เราก้าวก่ายราชกิจของท่าน ไม่คิดว่าจะเป็นการไม่สะดวกหรือ"
"ไม่หรอกพะยะค่ะ ตอนนี้เรากับพูยอเหมือนลงเรือลำเดียวกัน ทำตามรับสั่งของฝ่าบาทก็ถือว่าสมควรแล้ว"
พระราชาเทโซทรงตรัสกับโทจินตามลำพังว่า
"นึกแล้วว่า ไม่ใช่คนที่จะเชื่อฟังง่ายๆ"
"แล้วฝ่าบาท จะจัดการแพกึยยังไง"
"ก่อนจะยึดโกคูรยอได้ทั้งหมด เจ้าก็ทำตามคำสั่งเขาไปพลางก่อน จนกว่ามันจะยึดอำนาจได้เบ็ดเสร็จแล้ว ค่อยหาทางกำจัดทีหลัง"
"ถ้าระหว่างนี้ เกิดเขาคิดร้ายต่อฝ่าบาทล่ะพะยะค่ะ"
" เพราะอย่างงี้เจ้าถึงมีบทบาทสำคัญ ถ้างานนี้สำเร็จเมื่อไหร่ ข้าจะตบรางวัลให้ โดยมอบยอนให้เป็นคนของเจ้า ที่จริง ข้าไม่ชอบพฤติกรรมของนางซักนิด แต่จะเคารพการตัดสินใจของเจ้า มอบสิทธิ์ในการลงโทษคนทรยศต่อพูยอให้แก่เจ้า เข้าใจความหมายหรือเปล่า นั่นแปลว่าข้าอาจให้เจ้าได้เป็นรัชทายาทก็เป็นได้"
"ฝ่าบาท"
"เห็นทีว่า วันนั้นคงอยู่ไม่ไกลนัก เฮ่อๆๆ"
00000000000000
คูชูบอกเล่าเรื่องพระมเหสีมียูกับอันซึงให้พระราชายูริรับทราบ ทรงไม่อยากเชื่อ
"ข้าไม่เชื่อเด็ดขาด ไม่มีทางเป็นอย่างงั้น"
"หลังจากที่ฝ่าบาทเสด็จไปพบท่านซังกา พระมเหสีกับท่านอันซึงก็ไปส่งข่าวให้พวกแพกึยได้รู้ทันทีพะยะค่ะ"
องค์หญิงเซยูทูลต่อว่า "พระมเหสีกับท่านอันซึง เชื่อว่าแพกึยจะให้องค์ชายยอจินครองราชย์แทน จึงให้การสนับสนุนเพคะ"
"แล้วตอนนี้พระมเหสีอยู่ไหน"
"หึ ถูกกักอยู่ที่เมืองหลวงพะยะค่ะ"
" เป็นความผิดของข้าเอง เพราะข้าห่างเหินต่อนาง จึงไปช่วยคนอื่นมาหักหลังข้า พระราชาที่ควรได้รับศรัทธาจากคนทั่วหล้า กลับไม่เป็นที่เชื่อถือของคนใกล้ตัว แม้แต่มเหสียังคิดทรยศ แล้วข้ายังจะคู่ควรเป็นพระราชาอีกหรือ"
ด้านเฮยาก็รายงานองค์ชายมูยุลว่า
"มีรายงานว่า อ๋องเทโซไปที่เมืองหลวงของเรา อีกไม่นาน คิดว่าอ๋องเทโซกับแพกึยต้องยกทัพมาตีเมืองโชบุนแน่"
"หึ เราจะเอาเรื่องนี้ ไปแจ้งแก่หัวเมืองทั้งหลายให้รู้"
"แต่ว่า ถ้าหัวเมืองต่างๆ รู้ว่าแพกึยยึดเมืองหลวงได้ ไม่แน่เจ้าเมืองที่อยู่ห่างไกล อาจคิดสวามิภักดิ์ต่อแพกึยก็ได้นะเพคะ"
" แต่ถ้ารู้ว่าแพกึยสมคบอ๋องเทโซละก้อ พวกเขาต้องไม่พอใจแน่ ตอนนี้อ๋องเทโซมีประโยชน์ก็แค่ ให้หลอกใช้เท่านั้น ถ้าความร่วมมือของพวกเขาถูกเปิดโปงเมื่อไหร่ เจ้าเมืองต่างๆ จะต้องยิ่งไม่พอใจแพกึย การที่อ๋องเทโซมาอยู่ในเมืองหลวง จะเป็นความหวังสุดท้ายของเราที่จะเล่นงานพวกเขา"
ยุนวามาขอทหารเข้าเฝ้าองค์ชายยอจิน แต่ทหารไม่ยอมเพราะไม่รู้จักยุนวา พอดีพักโซกับมาโนผ่านมาเห็นจึงรีบพายุนวาไปพบองค์ชายยอจิน
"ฮือ ฮือๆๆ องค์ชาย ลืมพระเนตรเร็วเข้า ฮือๆๆ ฮือ องค์ชาย"
"ยุนวา ปลอดภัยใช่ไหม"
ยุนวาดีใจมาก "อึม"
"ข้าห่วงว่าเจ้า จะได้รับบาดเจ็บ โชคดี ที่มาถึงที่นี่"
"ฮือ องค์ชาย"
พระราชายูริทรงปรึกษากับพวกองค์ชายมูยุล
"จะเอาเรื่องที่แพกึย สมรู้ร่วมคิดกับอ๋องเทโซ ไปบอกเจ้าเมืองทั้งหลายงั้นหรือ"
"ตอนนี้ที่เราต้องการ คือกองหนุนที่จะช่วยต่อกรกับพวกเขา ถ้าข่าวการขายชาติของแพกึยถูกแพร่ออกไป พวกเจ้าเมืองต้องมาเข้ากับเราแน่"
"หึ งั้นก็ได้ ข้าเชื่อความคิดของเจ้า"
"ฝ่าบาท องค์ชายยอจิน ทรงรู้สึกตัวแล้วเพคะ" เฮยารีบบอกทั้งสอง
พระราชายูริกับองค์ชายมูยุลรีบเสด็จไปดูองค์ชายยอจินที่รู้สึกตัวแต่ยังหอบ
"ยอจิน"
"เสด็จพ่อ เสด็จพ่อ หม่อมฉัน มีเรื่องจะขอทูลซักนิด"
"ว่ามาได้เลย"
"หึ สิ่งที่เสด็จแม่ทำ เพื่อปกป้องลูกที่ไม่เอาไหน อย่างหม่อมฉัน เพราะฉะนั้น ได้โปรด ทรงอภัย ให้นางได้ไหม"
"ยอจิน"
" หึ เจ้าพี่ ได้โปรด ละเว้น เสด็จแม่เถอะนะ หึ เสด็จพ่อ หม่อม หม่อมฉัน พยายาม จะเป็นลูกที่ดีของเสด็จพ่อ หึ แต่ว่า สุดท้ายหม่อมฉันก็ยังทำให้ผิดหวัง หม่อมฉัน"
"หึ ไม่หรอก พ่อไม่เคยคิดอย่างงั้น"
"หึ ฮือ หม่อมฉันอยากช่วยเสด็จพ่อ ทำงาน เพื่อบ้านเมืองของเรา หึ อยากจะช่วย แบ่งเบาภาระ ดูแลทุกข์สุข ของราษฎร โอ๊ะ หึ"
"ยอจิน"
"ฮือ ฮือ เสด็จพ่อ ฮือ ทรงอภัย ให้หม่อมฉันกับเสด็จแม่ด้วย โอ๊ะ" องค์ชายยอจินสิ้นพระชนม์ภายใต้อ้อมกอดของพระราชายูริ
"ยอจิน"
"ยอจิน ฮือ ยอจิน ฮือๆๆ ยอจิน ฮือๆๆ" องค์หญิงเซยูร้องไห้
พระราชายูริทรงร้องไห้พร้อมด้วยองค์หญิงเซยู และยุนวา
มาวังมาพบแพกึย และเอาอกเอาใจ แต่กลับถูกแพกึยบอกว่า
"ผลประโยชน์ทางการค้าและบ่าวไพร่ของท่าน บวกกับสัมปทานที่ได้จากพระราชายูริ เอาคืนมาให้หมด" มาวังตกใจ "ทำไม ไม่ยอมหรือไง"
"เอ่อ เฮ่อๆ ฝ่าบาท ถ้าอย่างงั้น ทรงฆ่าหม่อมฉันซะดีกว่า"
"ก็ได้ เฮ่อๆๆ ถ้าอย่างงั้น จงตายซะ"
มาวังตกใจมาก "เฮ้ย ตายหรือ ล้อเล่นน่ะ คือ เอ่อ"
" มีงานจะให้เจ้าทำ เรารู้ว่าเจ้าสนิทกับมูยุล รวมถึงพระราชายูริเป็นพิเศษ รีบไปเมืองโชบุนเดี๋ยวนี้ ดูสถานการณ์ที่นั่นและความเคลื่อนไหวของพวกเขา แล้วกลับมารายงาน"
"แต่ถ้าไปแล้ว คิดนอกลู่นอกทางละก้อ อย่าว่าแต่ชีวิตเจ้ากับคนในครอบครัว แม้แต่ทรัพย์สินทั้งหมดก็จะถูกยึด"
ด้าน อันซึงมาขอร้องคนสนิทของแพกึยให้พระมเหสีมียูออกไปพบองค์ชายยอจิน แต่กลับได้ข่าวว่าองค์ชายยอจินสิ้นพระชนม์แล้ว อันซึงรีบกลับมาบอกพระมเหสีมียู พระนางถึงร้องไห้แทบสิ้นสติ
พวกชาวบ้านที่รู้แผนการชั่วของแพกึย ต่างพากันอาสามาช่วยองค์ชายมูยุล
" ทุกท่านเงยหน้าขึ้น ในฐานะรัชทายาท ข้ารู้สึกละอายต่อพวกท่านนัก แต่ไหนแต่ไร ข้ามักคิดเสมอว่า เมื่อเป็นรัชทายาทก็ต้องป้องราษฎร เป็นความโง่ของข้า ที่คิดว่าพวกท่านอ่อนแอ ต้องการความคุ้มครองจากเรา แต่ว่าตอนนี้เพิ่งรู้ว่า แท้จริงข้าคิดผิดมานาน การที่บ้านเมืองเรา ตกอยู่ในสภาพลำบากอย่างทุกวันนี้ ความสามัคคีเป็นสิ่งสำคัญแค่ไหน ข้าก็เพิ่งรู้ เพราะพวกท่าน ทำให้ข้าได้รู้และตาสว่าง ข้าขอให้สัญญา จะร่วมมือกับทุกท่าน กำจัดคนขายชาติอย่างแพกึย บุกเข้าเมืองหลวง เอาบ้านเมืองของเรากลับคืนมา"
พวกชาวบ้านต่างโห่ร้องยินดี "ไชโย เย้"
เคยูทำการฝึกซ้อมการใช้อาวุธต่างๆ ให้ชาวบ้าน องค์ชายมูยุลเฝ้าดูและบอกกับเฮยาว่า
"ถึงจะเลี้ยงดูพวกเขาให้อิ่มหนำไม่ได้ แต่ในเมืองมีอะไรบ้าง ก็พยายามแบ่งปันให้พวกเขาได้ใช้ล่ะ"
"ทราบแล้วเพคะ"
มาวังเข้ามาพบองค์ชายมูยุลพร้อมกับกงชอน
"ท่านมีที่พักหรือยัง"
กงชอนตอบแทนว่า "แพกึยยึดทรัพย์สินของเราไปหมด ตอนนี้เลยเหลือแต่ตัวพะยะค่ะ"
"หาที่พักดีๆ ให้ท่านมาวังหน่อย"
มาโนรับคำ "พะยะค่ะ"
"ถ้าจะดูแลชาวบ้านที่นี่ เรายังต้องพึ่งคนอย่างท่านมากนัก"
"พะยะค่ะ หม่อมฉันยินดีรับใช้"
"ถ้าขาดเหลืออะไรอีก ก็บอกมาได้นะ"
"พะยะค่ะ องค์ชาย เฮ่ย"
องค์หญิงเซยูเข้าเฝ้าพระราชายูริ พระราชายูริทรงตรัสว่า
" เมื่อคืนข้าฝันเห็นยอจินมา ถึงเขาจะตายแล้ว แต่หน้าตาที่เห็นยังเหมือนเมื่อก่อนไม่มีผิด และข้ายังเห็นเจ้าพี่ใหญ่ของเจ้า รวมถึงแฮเมียงที่มีเลือดท่วมตัว"
"เสด็จพ่อ"
"ไม่น่าเชื่อว่าลูกชายสามคน จะด่วนจากข้าไปซะหมด แล้วทำไมข้า ยังมีชีวิตอยู่ถึงป่านนี้"
"ฮือ เสด็จพ่อ"
"โลกนี้ จะหาพ่อคนไหนเหมือนข้าไม่มีอีกแล้ว"
"ฮือ เสด็จพ่อต้องทรงเข้มแข็ง อย่าท้อนะเพคะ เพราะนี่คือ สิ่งที่เจ้าพี่แฮเมียงและยอจิน ต้องการจะเห็นมากกว่า"
"ใจข้าเหมือนจะแตกเป็นเสี่ยงๆ มันมีเลือดไหลอยู่ข้างใน แล้วยังจะให้เข้มแข็งได้ยังไง ฮือๆๆ" องค์หญิงเซยูร้องไห้
แพกึยทูลพระราชาเทโซว่าปรารถนาสิ่งใดให้รับสั่งมา พระราชาเทโซรับสั่งว่า
"ข้ามีสิ่งหนึ่งที่ปรารถนามาเนิ่นนาน นั่นก็คือ กระบี่วิเศษของจูมง"
"กระบี่ของจูมง อยู่ในสุสานเมืองโชบุน เป็นถ้ำที่ฝังพระศพอดีตพระราชา ที่แห่งนั้น ได้ยินว่าคนทั่วไปไม่อาจเข้าไปได้"
"เพราะอย่างงี้ข้าถึงยิ่งต้องการ ก่อนจะกลับไปพูยอ ข้าหวังจะได้เป็นเจ้าของกระบี่เล่มนี้ ท่านพอจะช่วยได้ไหม" แพกึยถึงกับคิดหนัก
00000000000000
กงชอนเฝ้าดูชาวบ้านและรายงานมาวัง
"ชาวบ้านที่ไม่เห็นด้วยกับแพกึยต่างทยอยมาที่นี่"
"เมืองโชบุนจะมีเสบียงซักเท่าไหร่ พอเลี้ยงที่ไหนเล่า จุ๊ๆ"
"พวกเขาไม่ได้เป็นไส้ศึกเหมือนอย่างคนบางคน คงไม่ทำให้องค์ชายเดือดร้อนนักหรอก"
"พูดพอหรือยัง"
"ท่านจะยอมเป็นหนอนบ่อนไส้จริงหรือ"
"เฮ่ย ทำไงได้ ถ้าไม่ทำงานนี้ ทรัพย์สินของเราก็จะโดนยึด แถมยังมีบ่าวไพร่อีกต่างหาก"
"เฮอะ ท่านจะห่วงบ่าวไพร่อะไรนักหนา นอกจากงกสมบัติมากกว่า อย่าเลยน่า ไปทูลให้องค์ชายรู้เถอะ"
"นี่ เดี๋ยวเถอะ นึกว่าไส้ศึกในเมืองนี้มีแค่เราสองคนหรือไง ถ้าเราแปรพักตร์ไปช่วยองค์ชายแทน มีหวังไม่ได้อายุยืนแน่"
"ข้าล่ะไม่เป็นไส้ศึกแน่ งั้นเราแยกกันตรงนี้ดีกว่า ตัวใครตัวมัน"
"กงชอน เรื่องอะไรทิ้งข้า แล้วเจ้าจะไปไหน"
"ถึงบอกให้เป็นคนมีหลักการหน่อย จะหวงสมบัติไปทำไมเล่า ของนอกกายทั้งนั้น" มาวังนิ่งอึ้งไป
แพกึยกลับมานั่งคิดหนักเรื่องพระราชาเทโซจะเอากระบี่วิเศษของจูมง บ่าวคนสนิทเข้ามาถามอย่างห่วงใย
"ข้ารู้สึกไม่เข้าใจความคิดของอ๋องเทโซเลย"
"ข้าไม่เข้าใจที่พูด"
"อ๋องเทโซ ต้องการกระบี่วิเศษของจูมง ไม่ว่าทำยังไง ก็ขอให้ได้กระบี่เล่มนี้"
"นั่นก็เพราะ เขายังผูกใจเจ็บต่อจูมงไม่ใช่หรือครับ"
"เพราะอย่างงี้ข้าถึงแปลกใจ ทำไมต้องจองเวรกับคนตายไม่เลิกราซะที"
"เมื่ออยากได้นัก เราก็ให้ไปซะสิ แค่กระบี่เล่มเดียว จะมีความสำคัญอะไร"
"เจ้ามีปัญญาเอามาได้หรือ เห็นว่ามีแต่ยูริเท่านั้น ที่รู้ว่ากระบี่นั่นเก็บอยู่ที่ไหน หึ"
เฮยาเข้ามารายงานองค์ชายมูยุลเรื่องเสบียงอาหารว่า
"ชาวบ้านทยอยเข้าเมืองมา จนเสบียงใกล้จะไม่พอแล้ว"
"ตอนนี้ยังมีเหลือเท่าไหร่"
"คงประทังได้ไม่เกิน 2 เดือน"
"ถ้าอย่างงั้น เราจะไม่ให้ชาวบ้านเข้าเมืองมาอีก ไม่งั้นจะยิ่งเป็นภาระ"
"เรื่องเสบียง ข้าจะหาวิธีเอง อย่าไปขวางคนที่มา หน้าที่ของพวกเจ้า คือฝึกชาวบ้านให้เป็นทหาร จะได้เป็นกำลังให้เรา"
"พะยะค่ะ"
มาวังตัดสินใจมาพบองค์ชายมูยุล และบอกว่ามีเรื่องจะบอก
"ไหนว่ามีเรื่องจะพูดไง"
"องค์ชาย ฮือ ทรงประหารหม่อมฉันด้วย หม่อมฉัน เกือบจะทรยศองค์ชายแล้ว"
"หมายความว่าไงน่ะ"
" ฮือ ที่หม่อมฉันมาที่นี่ เพราะการวางแผนของแพกึย ให้มาเฝ้าดูองค์ชาย และรายงานความเคลื่อนไหวในเมืองโชบุน ไม่งั้นจะยึดสมบัติของหม่อมฉัน และสังหารคนในครอบครัวทั้งหมด ฮือ นับแต่นี้ ชีวิตหม่อมฉันขอมอบให้องค์ชาย ได้โปรดให้หม่อมฉันได้ทำคุณไถ่โทษเพื่อองค์ชายบ้างเถอะ"
"ข้าจะไม่ให้ท่านผิดหวัง สำหรับการตัดสินใจในวันนี้"
พอออกมากงชอนก็บอกว่าแพกึยส่งคนมาพบ มาวังไปพบและรับหนังสือมาอย่างไม่มีพิรุธ มาวังนำความในหนังสือมาให้องค์ชายมูยุลดู
"เอ่อ กระบี่วิเศษคืออะไรหรือพะยะค่ะ กระบี่ของจูมง ก็คืออดีตพระราชา เอ๊ะ หรือว่าทรงมีกระบี่วิเศษเหลือไว้ให้คนรุ่นหลัง"
"ใช่"
"แล้ว ทำไม อ๋องเทโซต้องให้แพกึย ช่วยหากระบี่เล่มนี้ด้วยล่ะ"
"สมัยก่อน อ๋องเทโซเคยส่งนักรบทมิฬไปหากระบี่เล่มนี้"
"ก็แค่ กระบี่เล่มเดียว จะสำคัญอะไรนักหนา"
เฮยาบอกว่า "สมัยก่อนกระบี่เล่มนี้ ถูกองค์ชายแฮเมียงนำไปเมืองหลวงแล้วนี่เพคะ"
"หม่อมฉันก็คิดอย่างงั้น"
"คนที่รู้ว่ากระบี่อยู่ไหน มีแต่ฝ่าบาทเท่านั้น"
"ไม่แน่ว่าถ้าใช้กระบี่เล่มนี้ เราอาจพลิกสถานการณ์ให้เป็นฝ่ายได้เปรียบ"
"ข้าจะพยายามหาของที่ท่านแพกึยต้องการให้พบ เขาจะหลงกลหรือพะยะค่ะ"
"ดูไปก็รู้ มาโน เลือกทหารฝีมือดีซักหลายคน ไปดักอยู่กลางทางก่อนถึงตำหนักเทพนอกเมืองโชบุน"
"พะยะค่ะ"
องค์ชายมูยุลไปดูยอนรักษาคนเจ็บป่วย พอหมดคนก็เข้ามาคุยด้วย
"คุณหนูดูซูบผอมไปเยอะ มีเวลาก็ดูแลตัวเองบ้าง"
"หม่อมฉันสบายดี ไม่ต้องทรงเป็นห่วง ได้ยินว่ามีชาวบ้านเดินทางมานี่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ยินดีด้วยเพคะ"
"ทุกวันนี้ ข้าอยู่ได้ก็เพราะพวกเขานี่แหละ คนของแพกึยมาอยู่ที่นี่หลายคน อาจคิดร้ายต่อเจ้า ต้องระวังหน่อยนะ"
ขณะที่วังหลวง แพกึยทูลพระราชาเทโซว่า
"กระบี่วิเศษนั่น อยู่ที่ตำหนักเทพนอกเมืองโชบุนพะยะค่ะ"
"นอกเมืองโชบุนหรือ"
"พะยะค่ะฝ่าบาท ไหนๆ ก็จะยกทัพไปตีเมืองโชบุนอยุ่แล้ว ถ้ายึดเมืองนี้ได้ กระบี่วิเศษของจูมง ก็จะเป็นของฝ่าบาทเอง"
"งั้นก็ได้ หึ"
พระราชาเทโซรับสั่งให้โทจินมาเฝ้า และตรัสว่า
" เจ้าพานักรบทมิฬไปเมืองโชบุน โทจิน เคยได้ยินเกี่ยวกับเรื่องกระบี่ของจูมงมั้ย กระบี่เล่มนี้ เคยเป็นอาวุธคู่กายของจูมงมาก่อน นานแล้วที่ข้าพยายามจะชิงมาให้ได้ แต่ก็ไม่เคยสำเร็จซักครั้ง ที่ข้าต้องการเป็นเจ้าของกระบี่เล่มนี้ เพราะมีคำนายว่า ถ้าใครได้ครอบครองจะได้เป็นจ้าวแห่งอาณาจักรทางเหนือ ถ้าข้าได้กระบี่เล่มนี้มา จะได้ไปปราบเผ่าอื่นๆ เพื่อขยายดินแดนของพูยออกไป ข้าตั้งใจว่าชาตินี้ก่อนจะตาย ขอเป็นจ้าวแห่งอาณาจักรทางเหนือให้ได้ เจ้าจงไปเมืองโชบุน แล้วเอากระบี่มาให้ข้า ได้ยินว่า มันถูกเก็บอยู่ในตำหนักเทพเมืองโชบุน"
"พะยะค่ะ ฝ่าบาท"
แพกึยรู้ว่าโทจินไปเมืองโชบุนแล้ว ยิ่งทำให้เขาอยากรู้ว่าทำไมพระราชาเทโซถึงอยากได้กระบี่ของจูมงนัก
มูยุล มหาบุรุษพิชิตแผ่นดิน จบ 28


โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ และก็ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาอ่านค่ะ

เครดิต : www.oknation.net/blog/lakorn

Readlakorn เว็บเรื่องย่อละครรายตอนตามบทโทรทัศน์ ละครเกาหลี

Related Posts



4 comments:

Anonymous said...

thank a lots มากๆๆสนุกจิงๆๆ

Anonymous said...

ขอบคุณมากมายด้วยเช่นกัน แล้วตอนใหม่เมื่อไหร่จะมาคะ รออยู่ค่ะ ชอบมูยุลมากๆ เลย

Krid on 9/04/2009 said...

ขอบคุณนะครับ

Anonymous said...

ขอบคุณมากๆนะคะ สนุกมากค่ะ วันนี้นั่งอ่านประมาณ 6ชั่วโมง เท่านั้น ยิ่งอ่านยิ่งติด เชื่อว่าคนที่ไม่ได้ post เข้ามาก็คงรู้สีกขอบคุณมากๆเช่นกัน แปลมาลงอีกเร็วๆนะหนู ป้าอายุ 62 แล้วแต่ก็ยังใจร้อนอยู่เลย ขอให้มีความสุข ความเจริญยิ่งๆขึ้นไปนะคะ
......ป้าฉวีวรรณ

 

Recommended Product

  • ads
  • ads
  • ads
  • ads
  • ads
  • ads
  • ads
  • ads

My Blog List

Read Lakorn Copyright © 2009 Shopping Bag is Designed by Ipietoon Sponsored by Online Business Journal