Saturday, August 01, 2009

มูยุล- เรื่องย่อละครตามบทโทรทัศน์ มูยุล มหาบุรุษพิชิตแผ่นดิน(15)-(18)

มูยุล มหาบุรุษพิชิตแผ่นดิน 15

มูยุลกลับมาถึงก็บอกมาโนว่าโทจินก็อยู่ที่นี่ด้วย
มาโนตกใจ "อะไรนะ โทจินยังไม่ตายหรือ แล้วเขาอยู่ไหน" "หึ
ได้ยินว่าอยู่บ้านหัวหน้าเผ่าพีรู" "เผ่าพีรูหรือ" "คุณหนูยอนบอกว่า
เคยเห็นเขาที่บ้านใต้เท้าซังกา" "แย่จัง ทำไมต้องเป็นเผ่าพีรู เพราะถ้าเป็นที่นั่น
เราจะไปหาไม่ได้ เท่ากับไม่ได้เจออยู่ดี" มาโนบ่น
องค์หญิงเซยูทรงทูลถามพระราชายูริว่า "สมัยก่อน น้องหม่อมฉันที่ตาย
ถูกฝังอยู่ไหนหรือเพคะ" คูชูตกใจ "องค์หญิง ทำไมทรงมาถามเรื่องนี้ล่ะ"
"ข้าแค่อยากไปเซ่นไหว้ น้องชายที่อายุสั้นคนนี้ซักหน่อย บอกหม่อมฉันได้ไหมเพคะ"
"พ่อเคยบอกแล้ว ห้ามพูดถึงเรื่องนี้อีก" องค์หญิงเซยูตกพระทัย





"เสด็จพ่อ" เมื่อออกมา คูชูอดถามองค์หญิงเซยูไม่ได้ว่า "องค์หญิง
เกี่ยวกับเรื่องอนุชาองค์นี้ แทบไม่มีใครกล้ากล่าวถึงอีก
แล้วทำไมทรงอยากรู้ล่ะพะยะค่ะ หึ องค์หญิงเอง ก็ทรงทราบดีกว่าฝ่าบาท
ทรงเสียพระทัยกับเรื่องนี้ขนาดไหน" "ไม่แน่ว่า น้องคนนี้อาจยังไม่ตาย
เขาอาจยังมีชีวิตอยู่ก็ได้" "เอ่อ ทำไมองค์หญิง ทรงมีความคิดแบบนี้ล่ะพะยะค่ะ"
"ข้าเคยมอบสร้อยให้เขาเส้นหนึ่ง และคิดว่า สร้อยเส้นนั้นคงหายไปพร้อมกับเขานานแล้ว
จนเมื่อหลายวันก่อน มันกลับมาอยู่กับข้าอีก" "เอ่อ
หม่อมฉันไม่เข้าใจสิ่งที่องค์หญิงรับสั่ง ทรงอธิบายหน่อยได้ไหม"
"ใต้เท้าแพกึยมีลูกน้องคนหนึ่งชื่อโทจิน ซึ่งข้าได้สร้อยมาจากเขา
เขาบอกว่าเพื่อนคนหนึ่งให้เขามา และหลังจากไปทำงานที่พูยอด้วยกัน
เพื่อนคนนี้ก็หายสาบสูญไป ท่านคิดว่าน้องข้าตายแน่หรือ หรือว่า จริงๆ เขายังไม่ตาย"
"องค์หญิงทรงคิดมากไปแล้ว แม้หม่อมฉันจะไม่รู้ว่าที่มาที่ไปของสร้อย
แต่สมัยก่อนองค์ชายได้สิ้นพระชนม์จริงๆ" "นั่นสิ ข้าอาจคิดมากไปเองก็ได้"
องค์หญิงเซยูเสด็จไป แทชองกล่าวว่า "ถ้าองค์หญิงรับสั่งเป็นเรื่องจริง
งั้นที่สมัยก่อน โอรสที่ให้องค์ชายแฮเมียงไปเลี้ยงดู
มิกลายเป็นคนของเผ่าพีรูหรอกหรือ" พักโซมาพามาโนกับมูยุลไปพบกับเคยู
มาโนเห็นมีคนหลายคนก็ถามว่า "พวกเขาเป็นใครน่ะครับ" เคยูตอบว่า
"สายที่จะส่งไปแคว้นพูยอ ไปแฝงตัวอยู่ในค่ายทหาร
หัวหน้าบอกให้พวกเจ้าช่วยเป็นครูฝึกให้หน่อย" พักโซบ่น "แล้วทำไมต้องปิดบังด้วย
ไม่ยอมบอกข้าก่อน" "เพราะกลัวเจ้าจะพูดมากน่ะสิ จำไว้ว่านี่เป็นความลับของเรา
อย่าลืมล่ะ เริ่มได้แล้ว" มาโนเริ่มแนะนำ "ฮึ่ม ข้าคือ ครูฝึกของพวกเจ้าคือมาโน
นับแต่นี้ชีวิตของพวกเจ้า จะอยู่ในมือข้า หรือก็คือ จะเป็นหรือตาย แล้วแต่ข้าจะสั่ง
ใครก็ห้ามขัดขืนทั้งสิ้น ฮ่าๆๆ เฮ่อๆ" มูยุลกล่าวว่า "ข้าจะรายงานหัวหน้าเป็นระยะ
ถ้าใครกลัวตัวกลัวตาย จะถอนตัวตอนนี้ก็ยังทัน นักรบแห่งพูยอ
แม้เป็นนักฆ่าฝีมือสูงก็จริง แต่พวกเขาเหมือนไม่ใช่คน หลังจากผ่านการฝึก
ที่โหดร้ายแล้ว สุดท้ายจะเหมือนหุ่นเชิด ที่คอยทำตามคำสั่งอ๋องเทโซ
อนาคตถ้าใครเผชิญหน้ากับนักรบทมิฬ ก็ขอให้ ถ้อยทีถ้อยอาศัย ยั้งมือให้พวกเขาหน่อย"
จากนั้นมูยุลกับมาโนก็ฝึกทุกคนอย่างหนัก เหมือนที่ทั้งสองได้รับการฝึกมา
พระราชายูริทรงทราบว่าหัวหน้าเผ่าคีซานถูกลอบฆ่าก็รู้สึกเสียพระทัย
คูชูบอกว่าชาวบ้านเริ่มเสียขวัญ ช่วงนี้คงโยกย้ายทหารไม่เหมาะ
แพกึยเรียกโทจินมาพบเพื่อตบรางวัลให้เขาเป็นหัวหน้าหน่วยทหารของเผ่าพีรู "นับแต่นี้
ข้าจะตั้งใจทำงานมากขึ้น" โทจินกล่าว "ได้ข่าวว่าอ๋องเทโซอาการไม่สู้ดี
ถ้าเขาตายตอนนี้ละก้อ บารมีของพระราชายูริจะยิ่งแผ่ไพศาลทันที
ใจจริงข้าอยากให้ชนเผ่าต่างๆ มีกำลังทหารที่พอสูสีกับโกคูรยอ ก่อนอื่น
ต้องให้ทุกชนเผ่ารวมใจเป็นหนึ่งเดียว แต่กลับมีหัวหน้าเผ่าบางคนกลัวพระราชายูริ
จนไม่กล้ามาประชุมกับพวกเรา ข้า อยากให้เจ้าไปจัดการคนพวกนี้หน่อย"
เฮยามาสั่งงานมูยุลกับมาโนว่า "มีงานชิ้นหนึ่ง อยากให้พวกเจ้าไปช่วยทำหน่อย
หนังสือที่ฝ่าบาทจะมอบให้หัวหน้าเผ่าฮันนา รอให้เขาอ่านจบก่อน
แล้วเอาคำตอบกลับมาด้วย หัวหน้าเผ่าฮันนา แม้จะภักดีต่อฝ่าบาทก็จริง
แต่เพราะถูกหลายฝ่ายจับตา ทำให้ไม่กล้าแม้แต่จะเข้าเฝ้า
พวกเจ้าไปแล้วอาจเจอคนของเผ่าพีรู ต้องระวังให้มากล่ะ"
ทั้งสองไปถึงกับพบว่าหัวหน้าเผ่าถูกจับตัวไป
จึงสะกดรอยตามไปจนรู้ว่าถูกซังกาจับตัวมาให้เลือกข้างว่าจะอยู่ข้างพระราชายูริหรือพวกเขา
ทางด้านพระราชายูริทรงทอดพระเนตรหนังสือและถามเฮยาว่า
"นี่คือตำราที่เด็กคนนั้นทำให้หรือ" "เพคะ องค์ชายมูยูล ใช้ประสบการณ์ที่รับมา
ทำประโยชน์ให้เราได้อย่างมากเพคะ จดหมายของฝ่าบา ที่จะส่งถึงหัวหน้าเผ่าฮันนา
หม่อมฉันก็ให้เขาจัดการเพคะ ฝ่าบาท ถ้าไง ทรงเปิดเผยฐานะเขาให้รู้เถอะเพคะ
เพราะองค์ชาย เคยไปสังหารอ๋องเทโซ ทางพูยอ คงต้องมาเอาชีวิตเขาแน่
ถ้าให้อยู่แต่ข้างนอก ก็ไม่รู้ว่าวันไหน องค์ชายจะถูกปองร้าย น่าเป็นห่วงนะเพคะ
ฝ่าบาท" "เรื่องนี้ไม่ต้องพูดอีก" "ฝ่าบาท หม่อมฉันเคยูพะยะค่ะ" "เข้ามาได้
มีธุระอะไร" "เผ่าพีรูจับใต้เท้าฮันนาไปพะยะค่ะ มูยุลกับมาโนสะกดรอยคนที่มาจับตัว
พบว่าเป็นฝีมือเผ่าพีรูพะยะค่ะ" "ฝ่าบาท ทำแบบนี้เท่ากับเผ่าพีรูคิดทรยศนะเพคะ"
"แต่หัวหน้าเผ่าฮันนา ถ้าถูกพวกเขาจับไปจริง ต่อไปคงไม่ซื่อสัตย์ต่อข้าอีกแน่
ไปจับตาพวกหัวหน้าเผ่าให้ดี" "เพคะ"
พระราชายูริทรงลังเลด้วยไม่สามารถตัดสินพระทัยว่าจะสถาปนามูยุลเป็นองค์ชายดีหรือไม่
โทจินมาพบยอน นางดีใจมาก ถามว่าเขามีปัญหาอะไรหรือเปล่า "ไม่มี
ท่านอำมาตย์เริ่มจะไว้ใจข้า ข้าสบายดี เจ้าต่างหาก รู้สึกจะผอมไป ทำงานหนักมากหรือ"
"เวลารักษาให้ชาวบ้าน รู้สึกเหมือนไม่ได้เยียวยาให้พวกเขา ตรงข้าม
พวกเขากลับช่วยรักษาแผลใจข้ามากกว่า ไม่ต้องห่วงข้าหรอก จริงสิ ท่านรู้หรือยัง
เขาเพิ่งกลับมาจากพูยอ" "หมายถึงมูยุลหรือ" "ใช่ พอรู้ว่าพี่โทจินก็มาอยู่โกคูรยอ
เขาดีใจมาก เป็นครั้งแรกที่เห็นเขามีรอยยิ้มปรากฎ ดูแล้วขำดี"
"ข้าก็อยากเจอเขาเหมือนกัน สิ่งเดียวที่เป็นความทรงจำตอนอยู่ในค่ายฝึก ก็คือเขา
ซึ่งข้าไม่อาจลืมได้" "เขาก็บอกว่าอยากเจอพี่โทจิน แถมยังว่า ถ้าใครรู้อดีตของท่าน
ระวังจะมีอันตรายถึงชีวิต บอกให้ข้ามาเตือน ให้ท่านระวังตัว"
"เจ้าเองก็หมดสิ้นทุกอย่าง มาตกระกำลำบากที่นี่ ทำไมไม่เห็นบอกข้าซักคำล่ะ
ข้าอยากช่วยเจ้าแบ่งเบาความทุกข์" "พี่โทจิน" "สมัยก่อนข้าได้ชื่อว่าเป็นลูกกบฎ
อยู่อย่างเจียมเนื้อเจียมตัว ข้ารู้สึกกลัวโลกนี้ ตอนท่านอำมาตย์จับมือข้า
ให้ไปอยู่บ้านเจ้า ก่อนที่เจ้าจะมาจับมือและปลอบใจข้า
ข้ากลัวแม้กระทั่งจะหายใจแรงไป ท่านอำมาตย์เคยบอกว่า ไว้ถึงเวลาที่เหมาะ
จะให้เราสองคนได้แต่งงานกัน และบอกว่า ให้ข้าช่วยดูแลเจ้า
ทางเดียวที่ข้าจะตอบแทนบุญคุณพ่อเจ้าได้ ก็คือทำให้เจ้ามีความสุข
ข้าจะใช้ชั่วชีวิตตัวเอง อยู่ดูแลเจ้า" ยอนถึงกับอึ้งไป
เพราะก่อนหน้านี้มูยุลก็พูดทำนองนี้กับนาง องค์ชายยอจินต้องการพบมูยุลให้ได้
จึงบังคับให้พักโซพาไปพบมูยุลจนได้ "หม่อมฉัน ได้ทำความผิดฐานล่วงเกินองค์ชาย
ขอทรงอภัยด้วย" "ข้ายกโทษให้นานแล้ว
ข้ารู้ว่าสิ่งที่ท่านทำเพราะเห็นแก่เจ้าพี่แฮเมียง แล้วยังจะถือสาได้ยังไง
ท่านต่างหาก ไม่รู้ว่ายังโกรธข้าหรือเปล่า" "เอ่อ หม่อมฉัน ไหนเลยจะกล้าโกรธองค์ชาย
หึ" "จำได้ว่า ข้าเคยบอกอะไรท่านบางอย่าง เมื่อท่านหายโกรธแค้น
แววตาจะมีความอ่อนโยน แค่ความภักดี จะไม่มีแววตาแบบนี้ และท่าน
มักจะมองเจ้าพี่ด้วยแววตา แห่งความเทิดทูนใช่ไหม" "องค์ชาย" "ต่อไป
มาเป็นคนสนิทของข้าได้ไหม" "หม่อมฉัน ยอมสละชีวิต เพื่อองค์ชายและโกคูรยอ
ขอเพียงสั่งมาคำเดียว" "คนที่ยอมฟังคำสั่งข้ามีอยู่มากมาย
แต่ว่าคนที่มีความซื่อสัตย์จริงๆ กลับมีน้อยมาก ข้าเป็นคนไม่เอาไหน
และไม่ใช่ใครก็ได้ จะมาชดเชยส่วนที่บกพร่องของข้าได้หมด
เหมือนที่ปฏิบัติต่อเจ้าพี่แฮเมียง ใช้ความภักดีของท่านมอบให้ข้าบ้าง อีกอย่าง
คอยดูความบกพร่องของข้า และหมั่นเตือนสติ แค่นี้จะทำได้ไหม" "พะยะค่ะ
หม่อมฉันจะพยายาม" มูยุลให้พักโซช่วยพาไปพบกับโทจิน
ทั้งสามต่างดีใจมากที่ได้พบหน้ากัน และชวนกันไปสังสรรค์ มาโนว่า "ฮ่า นี่
เมื่อก่อนอยู่ค่ายฝึก แล้วจู่ๆ มาเจอที่นี่เหมือนความฝันจริงๆ โทจิน ทำไมเจ้า
ถึงออกจากพูยอได้ล่ะ" "ข้าไม่พอใจที่ฝ่าบาท ไม่เชื่อใจท่านอำมาตย์อีก" "แล้ว
ได้พบคุณหนูยอนหรือยัง" "พบแล้ว" มาโนเริ่มมึนก็พร่ำ "ทุกวันนี้เจ้ามูยุล
แทบจะขาดคุณหนูไม่ได้ ถ้าไม่เห็นหน้าก็กระสับกระส่าย แหะๆ" มูยุลดุ
"เมาหรือเปล่าน่ะ พูดอะไรไม่รู้" "ทำไม ข้าพูดผิดตรงไหน ยอมสารภาพกับโทจินดีกว่า
เขาชอบคุณหนูยอน หึๆๆ" "หึ พอแล้วน่า" โทจินอึ้งไปนานก่อนจะกล่าวว่า
"ขอบใจที่ช่วยดูแลนางแทนข้า แต่ตอนนี้ ข้าจะดูแลนางเอง ก่อนท่านอำมาตย์จะตาย
ได้ยกนางให้ข้า แม้จะไม่ถึงขนาดเป็นคำสั่งเสีย แต่ข้าก็ชอบนางมาก
ชอบมาตั้งแต่เด็กด้วยซ้ำ" "หึๆ เห็นมั้ยล่ะ ข้าเคยบอกว่าไง
สิ่งที่เจ้าทำก็คือเสียเปล่า" มาโนว่า มูยุลตัดบท "อย่าพูดเรื่องนี้อีกเลย จริงสิ
เจ้าอยู่กับเผ่าพีรูใช่ไหม" "ใช่" "ข้าดีใจที่เจ้ามีที่ปักหลัก แต่อยู่กับเผ่าพีรู
มันน่าเป็นห่วงนะ" "เพราะอะไร" "เพราะใต้เท้าแพกึยกับข้า มีความแค้นต่อกัน"
มูยุลว่า "ความแค้นหรือ" "ซักวันข้ากับมูยุล จะไปหาเขา เพื่อแก้แค้นให้ได้"
และคำพูดของโทจินก็ทำให้ ยอน มูยุลและโทจินต่างตกอยู่ในวังวนรักสามเส้า
แชบูทูลพระราชาเทโซว่า "ฝ่าบาท วันที่ฝ่าบาททรงเกิดเรื่อง โทจินได้มาช่วยไว้
ถ้าเขาไม่มาทันเวลา เหตุการณ์อาจยิ่งเลวร้ายก็ได้ หม่อมฉัน ไม่รู้เจตนาของฝ่าบาท
จึงเกือบพลั้งมือฆ่าเขาด้วยซ้ำ ถ้าฝ่าบาททรงปรึกษาหม่อมฉันซักนิด
หม่อมฉันก็คงไม่เข้าใจผิด" "วันนั้น ใครที่รู้ว่าเป็นโทจินมาช่วยข้า
ให้สังหารให้หมด" แชบูตกใจ "ฝ่าบาท" "ไม่ว่ายังไง เราก็ต้องปกป้องโทจินไว้
จนกว่าจะเสร็จงานและกลับมาพูยอ ใครก็ห้ามรู้ฐานะเขา" "ทราบแล้วพะยะค่ะ"
"ข้าจะส่งข่าวถึงโทจิน ไปเรียกนักรบคนหนึ่ง มาพบข้าเงียบๆ" "พะยะค่ะ"
แพกึยพาโทจินมาคำนับซังกา และแนะนำว่า "เห็นว่าฝีมือดี
จึงให้มาเป็นหัวหน้าทหารของเราน่ะครับ" "ไว้เจ้าอายุพอกับข้า
จะเห็นในสิ่งที่คนอื่นไม่อาจมองทะลุได้" ซังกากล่าว "ข้าไม่เข้าใจความหมาย"
"ข้าหมายถึงแววตาเขา ดูยังไงก็เหมือนจะพาเรื่องไม่ดีมาให้เรามากกว่า" "แต่ข้ามองว่า
หนุ่มคนนี้ น่าจะเป็นประโยชน์ต่อเราน่ะครับ" "งั้นหรือ
ขอให้จริงอย่างว่าเถอะ"00000000000000 ด้านองค์หญิงเซยูทรงตรัสถามเฮยากับเคยูว่า
"เกี่ยวกับคนชื่อโทจิน ไปสืบมาหรือยัง" "พะยะค่ะ แต่ในเผ่าพีรู
ไม่มีใครรู้ประวัติเขา แม้จะเป็นคนโปรดของใต้เท้าแพกึย
แต่เขาก็เพิ่งมาอยู่ที่นี่ไม่นาน" "เป็นไปไม่ได้ เขาบอกว่าเป็นคนของเผ่าพีรู" "หึ
หม่อมฉันขอถามอะไรหน่อยได้ไหม ทำไมองค์หญิงถึงสนพระทัยเขานัก" "หึ
เพราะสร้อยเส้นนี้ สมัยก่อนข้าเคยมอบให้น้องชายคนหนึ่งที่เกิดมาไม่นานก็เสียไป
แต่ไม่คิดว่า มันกลับไปอยู่กับโทจิน เขาบอกว่า มีเพื่อนคนหนึ่งมอบให้เขา
ซึ่งไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า จึงอยากให้ไปสืบอีกที" เฮยากับเคยูออกมา
เคยูพูดเรื่องสร้อยว่า "สร้อยเส้นนั้น เป็นของมูยุลไม่ใช่หรือครับ นี่มันอะไรกันแน่
หมายความว่า มูยุลเป็นองค์ชายงั้นหรือ ข้าเคยสงสัยมานาน
ว่าทำไมเมื่อก่อนองค์ชายแฮเมียงถึงได้ปกป้องคนต่ำต้อยอย่างมูยุลนัก
ช่วยบอกข้าทีเถอะ ว่ามูยุล ใช่องค์ชายจริงหรือเปล่า" "ถูกต้อง คนที่รู้เรื่องนี้
มีแต่ฝ่าบาทและข้า มูยุลไม่เคยรู้ประวัติตัวเอง เจ้าต้องปิดไว้ด้วยล่ะ"
องค์หญิงเซยูทรงให้บ่าวมาเรียกโทจินไปพบ "เจ้าบอกว่าเป็นทหารของเผ่าพีรู
ข้าคิดว่าเจ้าโกหก จะขอถามอีกครั้ง เจ้าของสร้อยเส้นนี้ อยู่ไหนกันแน่"
"จากกันที่แคว้นพูยอ เราก็ขาดการติดต่อ" "ขืนโกหกอีก ข้าจะลงโทษเจ้า" "หม่อมฉัน
เพิ่งมาอยู่กับเผ่าพีรูไม่นาน เพราะช่วยชีวิตท่านอำมาตย์ไว้
แต่เพื่อนหม่อมฉันคนนี้เคยอยู่กับเผ่าพีรูจริงๆ" เคยูตามมาจับตัวโทจินไปพบกับเฮยา
"ต้องการอะไรกันแน่" "เจ้า สามารถเข้าออกวังหลวง ไปเข้าเฝ้าฝ่าบาท
และองค์หญิงเซยูอยู่หลายครั้ง ส่วนเรา ก็แค่ทำตามหน้าที่ สอบประวัติคนที่มาเข้าเฝ้า
ไม่มีอะไรเกินเลยกว่านี้ เจ้าอยู่กับเผ่าพีรูตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่สำคัญ
ก่อนจะมาอยู่นี่ เจ้าทำอะไรบ้าง" "ไม่ได้ยินที่ถามหรือไง" เคยูดุ
"ข้าเป็นทหารของเผ่าพีรู ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องถูกไต่สวนขนาดนี้"
"ตอบคำถามเรามาก่อนซี่" "รีบพูดมาเร็ว" "เชิญท่านอำมาตย์มาพบข้า ไม่อย่างงั้น
ข้าจะไม่พูดอะไรซักคำ" "บังอาจนัก รู้มั้ยว่านี่เป็นที่ไหน อยากตายหรือไง"
"เก็บกระบี่ซะ อย่าลืมว่าพวกเรา จะคอยจับตาดูเจ้าไว้ จงจำไว้ด้วย" เฮยากล่าว
เมื่อกลับไปถึงแพกึยก็ถามว่าองค์หญิงเซยูเรียกไปพบเรื่องอะไร
และสร้อยเส้นนั้นสำคัญนักหรือ "เห็นว่าเคยมอบให้อนุชาที่สิ้นพระชนม์น่ะครับ"
"อนุชาที่สิ้นพระชนม์หรือ องค์ชายยอจิน ไม่ใช่โอรสองค์ที่สามของฝ่าบาท
ส่วนองค์ชายสาม คือคนที่โหรทำนายว่าจะเป็นกาลกิณี สุดท้ายเลยจับเป็นเครื่องสังเวย
ถูกพระราชายูริสังหารด้วยพระองค์เอง ว่าแต่ ทำไมเจ้าได้สร้อยเส้นนี้
มาจากเพื่อนได้ล่ะ" "เรื่องนี้ข้าก็งงอยุ่เหมือนกัน แต่เพื่อนให้มาจริงๆ และตอนนี้
หน่วยข่าวกรองก็กำลังสืบเรื่องนี้อยู่" "อะไรนะ" "ถ้ารู้ว่าข้าเคยเป็นนักรบทมิฬ
อาจทำให้ใต้เท้า นำมาซึ่งปัญหาก็ได้" "อึม ข้าจะให้เจ้าไปอยู่ที่อื่น
หลบไปซักพักก่อน" "ครับ" โทจินจึงมีจังหวะออกไปพบนักรบที่พระราชาเทโซส่งมาพบเขา
ซึ่งพระราชาเทโซรับสั่งให้เอาชีวิตของมูยุลกับมาโนให้ได้
โทจินจึงบอกว่าตอนนี้ยังไม่ได้ "เพราะอะไร" "หน่วยข่าวกรองของโกคูรยอ
กำลังสืบประวัติข้าอยู่ ช่วงนี้ข้าอาจต้องออกจากที่นี่ซักพัก
นี่คือข้อมูลที่ข้าหาได้ เจ้าไปถวายฝ่าบาทก่อน"จากนั้นโทจินก็ไปพบกับยอน
และบอกนางว่า "หึ ข้า อาจต้องออกจากโกคูรยอซักพัก" "เกิดอะไรขึ้นกับท่านหรือ"
"ไม่มีอะไร เฮ่อ ใจจริงข้าไม่อยากจากเจ้าไปไหนเลย" "หึ ไม่ต้องห่วงข้าหรอก
ดูแลตัวเองไว้ก่อน" โทจินเดินจากไป ยอนมองตามและถอนใจ
น้องชายของพระมเหสีมียูกับแพกึยร่วมมือกันจับกุมมูยุลกับมาโนไป "หึ
พวกเจ้าเคยเป็นลูกน้ององค์ชายแฮเมียง กลับลักพาตัวองค์ชายยอจิน
และกลับมาเป็นลูกน้องเฮยาอีก มันช่างน่าสงสัยจริงๆ และทำไมตอนนี้
พวกเจ้ามาอยู่ในบ้านหัวหน้าหน่วยข่าวกรองได้" "รีบพูดมาเร็ว" แพกึยบอกต่อว่า
"นี่คือเจ้าเมือง "ยองตัง" ซึ่งเป็นพระญาติ เขาจะมีวิธีทำให้พวกเจ้าเปิดปาก
จะไม่ปรานีง่ายๆ หัวหน้าหน่วยข่าวกรองสมคบแคว้นพูยอใช่ไหม ถึงให้พวกเจ้า
ลักพาตัวองค์ชายยอจินไป" "รีบพูดมาซะ ไม่งั้นจะได้กลิ่นเนื้อไหม้จากตัวของเจ้า หือ"
เวลานั้นเฮยารีบไปเข้าเฝ้าพระราชายูริ "ฝ่าบาท ถ้าไง
ทรงเปิดเผยฐานะเขาให้รู้เถอะเพคะ เพราะองค์ชาย เคยไปสังหารอ๋องเทโซ ทางพูยอ
คงต้องมาเอาชีวิตเขาแน่ ถ้าให้อยู่แต่ข้างนอก ก็ไม่รู้ว่าวันไหน
องค์ชายจะถูกปองร้าย น่าเป็นห่วงนะเพคะ"
ทันใดนั้นพระมเหสีมียูก็ทรงเสด็จมาเฝ้าและทูลว่า "เราจับคนที่ลักพายอจิน
และคิดปองร้ายฝ่าบาทได้แล้วเพคะ" เคยูก็มากระซิบบอกเฮยา "เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ
มูยุลกับมาโนถูกจับตัวไป" เฮยาตกใจมาก "หา"
แพกึยกับน้องของพระมเหสีมียูกำลังคาดคั้นมูยุลกับมาโน "พูดเดี๋ยวนี้
ทำไมนางต้องปกป้องพวกเจ้า เพราะเฮยา สมคบแคว้นพูยอใช่ไหม"
"ข้าไม่ได้กลิ่นเนื้อไหม้มานานเต็มที" เฮยาบุกเข้ามา "พวกท่านจะทำอะไร" มาโนดีใจ
"หัวหน้า" "หึ รีบปล่อยพวกเขาเดี๋ยวนี้" "หึ ข้ากำลังจะส่งคนไปตามอยู่ มาก็ดีแล้ว
นักรบทมิฬของพูยอ ทำไมไปอยู่ในบ้านของเจ้าได้"
"พวกเขาคิดร้ายต่อฝ่าบาทและองค์ชายยอจิน ยังจะปกป้องเพื่ออะไรกัน หรือว่าพวกเจ้า
มีการคบคิดกับแคว้นพูยอใช่ไหม" แพกึยว่า "ไม่ใช่อย่างงั้นน่ะครับ" เคยูปฏิเสธ
"งั้นก็พูดความจริงมาให้รู้ซะสิ" แพกึยหันไปสั่งลูกน้อง "ยืนเฉยทำไม
จับตัวพวกเขาไว้ด้วย" พระราชายูริทรงเสียงดังมาว่า "หยุดเดี๋ยวนี้ ปล่อยเขาซะ"
"ฝ่าบาท ปล่อยทำไมเพคะ สองคนนี้ เคยลักพาตัวยอจินแถมยังคิดปองร้ายฝ่าบาทอีก"
พระมเหสีมียูทรงทูลอย่างไม่พอพระทัย "ไม่ได้ยินที่สั่งหรือ ข้าบอกให้ปล่อยคนไง"
พวกทหารปล่อยตัวมูยุลกับมาโนตามรับสั่ง แพกึยทูลว่า "ฝ่าบาท
เรื่องนี้หม่อมฉันเห็นจะทำตามไม่ได้ เหมือนที่พระมเหสีทูล พวกเขาลักพาตัวองค์ชาย
ซ้ำยังปองร้ายฝ่าบาท แม้จะเป็นลูกน้ององค์ชายแฮเมียงแต่กลับทรยศบ้านเมือง
ไปเข้ากับแคว้นพูยอ แล้วจะอภัยง่ายๆ ได้ยังไง" "ที่พวกเขาไปเป็นนักรบทมิฬ
เพราะเป็นคำสั่งจากข้า ถ้าพวกท่านได้รู้ผลงานที่พวกเขามีต่อบ้านเมือง ก็จะเข้าใจเอง
หัวหน้าหน่วยข่าวกรอง" "เพคะฝ่าบาท" "เอาผลงานของพวกเขา บอกให้ทุกคนฟัง" "พักก่อน
มีข่าวว่าอ๋องเทโซ ถูกลอบทำร้ายจนบาดเจ็บ อาจมีอันตรายถึงชีวิต
เชื่อว่าพวกท่านก็คงจะรู้ คนที่ไปสังหารอ๋องเทโซ ก็คือพวกเขา อีกอย่าง
พวกเขาได้ข้อมูลการฝึกซ้อม และเอกสารสำคัญเกี่ยวกับนักรบทมิฬ มาจากแคว้นพูยอด้วย"
พระราชายูริทรงเสริมว่า "สิ่งที่ทหารของเราไม่เคยทำได้ แต่พวกเขาทำได้หมด
นับแต่นี้ไป พวกเขาจะอยู่กับหน่วยข่าวกรอง ทำงานเพื่อบ้านเมืองของเรา
เพราะความโง่ของพวกท่าน ทำให้พวกเขาถูกเผยฐานะ ทีหลังถ้ามีอะไรเกิดกับพวกเขา
ข้าจะให้ท่านทั้งสองรับผิดชอบหมด"

มูยุล มหาบุรุษพิชิตแผ่นดิน จบ 15


มูยุล มหาบุรุษพิชิตแผ่นดิน 16

พระราชายูริตรัสถามมูยุล "พวกเจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม" "พะยะค่ะ”
"ระหว่างที่พวกเจ้าไปทำงาน ก็เพื่อให้บ้านเมืองได้อยู่อย่างมั่นคง
สิ่งที่พวกเจ้าทำให้โกคูรยอ ข้ารับรู้หมดแล้ว นับแต่นี้ไป เฮยาจะดูแลความปลอดภัยให้
หน้าที่ของพวกเจ้า ก็คือรับใช้บ้านเมืองให้เต็มที่" "หึ พะยะค่ะ"
เมื่ออยู่กันตามลำพัง มาโนคุยกับมูยุล "นี่ ตอนนี้ฝ่าบาทยอมรับเราแล้ว
ต่อไปก็ไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ น่ะสิ ความผิดที่เคยเป็นนักรบทมิฬก็หมดไปด้วย และต่อไป
เราไม่ต้องแอบอยู่ในบ้านเงียบๆ จะไปเดินเล่นที่ไหนก็ได้" "อึม น่าจะเป็นอย่างงั้น"
"แหะ แหม แบบนี้ค่อยยังชั่ว" "ทำไมหรือ" "ถ้าเราไปไหนมาไหนได้
เจ้าก็ไปหาคุณหนูยอนตามสบาย จริงมั้ย เฮ่อๆๆ นี่ ถามจริงเถอะ
วันก่อนคำพูดที่โทจินพูดกับเรา ทำให้ผิดหวังหรือเปล่า" "ไม่หรอก" "นี่ ไหนๆ ก็ไหนๆ
เราไปคุยกับคุณหนูยอนดีกว่า หึๆๆ"
เรื่องที่พระราชายูริทรงช่วยชีวิตมูยุลเอาไว้เป็นเหตุให้คนจำนวนมากเกิดความเคลือบแคลงสงสัยขึ้นมา
แพกึยได้รับรายงานว่าโทจินเกี่ยวพันกับสร้อยคอที่องค์หญิงเซยูทรงประทานให้มูยุล
เรื่องนี้เองทำให้แพกึยเกิดความเคลือบแคลงสงสัยฐานะที่แท้จริงของมูยุลขึ้นมา
องค์ชายยอจินมาพบมูยุลด้วยความเป็นห่วง "ได้ยินว่าพวกท่านถูกจับกุม
ไม่เป็นไรใช่ไหม" "พะยะค่ะ" "ขอโทษด้วยนะ ทุกอย่างเพราะข้าเป็นต้นเหตุ
ข้าต้องขอโทษแทนเสด็จแม่ด้วย" "ไม่เป็นไรพะยะค่ะ ตอนนี้
เราสองคนถือว่าได้ปลดแอกตัวเอง กลายเป็นว่า ยิ่งเป็นอิสระมากขึ้น"
"เราได้รับการยอมรับ ให้ทำงานกับหน่วยข่าวกรองอย่างเปิดเผย ต่อไปไม่ต้องหลบซ่อนอีก"
"จริงหรือ งั้นก็ดี ยินดีด้วยนะ ต่อไป เราคงได้เจอกันบ่อยขึ้น" ยุนวาเตือน
"องค์ชาย" "รู้แล้วน่า อย่าบ่นเลย ข้าจะไม่ให้เสด็จแม่รู้ และไม่ให้เจ้าลำบากด้วย
ต่อไป อย่าลืมมาหาข้าบ่อยๆ นะ" "พะยะค่ะ องค์ชาย"
ด้านเฮยาก็พยายามทูลให้พระราชายูริเปิดเผยฐานะของมูยุล "ฝ่าบาท คราวนี้ฝ่าบาท
ได้เสด็จไปช่วยองค์ชาย และให้การยอมรับพวกเขา ถ้าไง ทรงเปิดเผยฐานะองค์ชาย
จะดีมั้ยเพคะ" "ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา" "เอ่อ ฝ่าบาท"
"แม้ข้าจะคืนฐานะองค์ชายให้เขาไม่ได้ แต่จะคอยดูเขาไว้
เพราะทุกวันนี้ยังไม่ลืมคำทำนายของโหรหลวง แต่ข้าจะดูว่า
เขาสามารถพลิกชะตาอันวิบากของตัวเองได้แค่ไหน เพื่อจะยืนหยัดในอนาคต" "หึ ฮือ
ฝ่าบาท" มาวังตัดสินใจถามยอนว่า ยอนเป็นลูกสาวของทังโนใช่หรือไม่ "เอ่อ เจ้า
เป็นลูกสาวทังโนใช่ไหม พูดมาตรงๆ อย่าคิดโกหก เป็นองค์หญิงของแคว้นพูยอใช่ไหม"
ยอนยอมรับความจริง "ใช่" มาวังตกใจ "ว้าย ล้อเล่น แล้วทำไมถึงได้ตกอับ
เป็นทาสให้เขาซื้อมาขายไป อย่างงี้ล่ะ" "พ่อข้ามีโทษฐานก่อกบฎ ถูกประหารชีวิต"
"กบฎหรือ ตายล่ะ โอย คุณพระช่วย เฮ่ย โอ๊ย" มาวังตกใจมาก
เฮยาเชื้อเชิญคูชูถ่ายทอดความรู้แขนงต่างๆ ขององค์ชายให้มูยุล
ทำให้มูยุลซึ่งไม่รู้ความในมาก่อนมีโอกาสได้เรียนรู้ความรู้แขนงต่างๆ มาโนถาม
"ให้เราไปรับการอบรมหรือ" "เพราะตอนนี้พวกเจ้าเป็นคนของหน่วยข่าวกรองอย่างเต็มตัว
จึงต้องรับการฝึกในหลักสูตรเฉพาะ" "เฮ้ย ฝึกไปทำไหม
ไม่จำเป็นสำหรับเราสองคนหรอกครับ" เฮยาตอบว่า "จริงอยู่
ข้าเชื่อว่าเจ้ากับมูยุลมีความสามารถทั้งคู่ แต่ว่า เพื่อให้ทำงานดีขึ้น
ยังต้องมีความรู้ด้านอื่นอีก" "เช่นอะไรบ้าง" "รู้เหตุการณ์ในบ้านเมืองตัวเอง
และความสัมพันธ์กับชนเผ่าต่างๆ รวมถึงภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์และหลักการปกครอง"
มาโนแปลกใจ "ทั้งหมดนี้ ต้องรู้หมดหรือ" เคยูตอบ "ก็ใช่น่ะสิ" "นึกว่าจะได้อยู่สบาย
กลับต้องมาเหนื่อยอีก เรื่องเรียนหนังสือ ปล่อยให้มูยุลไปเรียนเถอะ ถึงไม่รู้อะไร
ข้าก็ทำงานได้" เคยูดุ "เจ้านี่แปลกจริง อยากเป็นลูกน้องทั้งชาติหรือไง
ในสมองต้องมีอะไรบ้าง ถึงจะสอนคนอื่นได้" "เรียนรู้ไว้ ซักวันคงได้ใช้ประโยชน์
อย่าเลี่ยงเลยนะ" "ครับ เรียนอะไรก็ไม่รู้ ภูมิศาสตร์ประวัติศาสตร์
ของพวกนี้จะเรียนไปทำไม" มาโนบ่นกับมูยุล "รู้ไว้ก็ไม่เสียหลายหรอก" มูยุลว่า
นางในเข้ามาบอกมูยุลว่าองค์หญิงเซยูรับสั่งให้ไปเข้าเฝ้า "องค์หญิง
ยังทรงจำเราได้หรือ" มูยุลทูลถาม "ข้าจะลืมคนของเจ้าพี่ได้ยังไง เชิญนั่งก่อน
ก่อนหน้านี้ พวกเจ้าไปลำบากมาขนาดไหน ข้าได้ยินเคยูพูดหมดแล้ว แต่แม้ตัวเองจะลำบาก
ก็ยังห่วงใยบ้านเมือง ถือว่าน่าชมเชย ทุกครั้งที่เห็นเจ้า
ข้าก็ยิ่งคิดถึงเจ้าพี่มากขึ้น ไม่รู้ว่าทำไม รู้สึกเจ้าจะเหมือนเขามาก หึ
เห็นพวกเจ้าก็เหมือนเจ้าพี่มาอยู่ใกล้ๆ ต่อไปถ้ามีเวลาก็แวะมาคุยกับข้านะ"
"พะยะค่ะ" ด้านนักรบมารายงานแชบูว่าพบยอน และเห็นโทจินไปพบยอนด้วย
แชบูสั่งนักรบว่าห้ามบอกใคร เวลานั้นเจ้ากรมทหารกับเจ้ากรมปกครองถูกลอบสังหาร
พระราชายูริทรงสั่งให้องค์ชายยอจินไปปลอบใจครอบครัววผู้ตาย
และให้เฮยาสืบว่าเป็นฝีมือพวกไหน พักโซบอกว่า "ผู้เห็นเหตุการณ์
บอกว่าคนร้ายมาคนเดียวครับ" เคยูถามย้ำ "คนเดียวหรือ" พักโซยืนยัน "อึม"
"คนเดียวทำได้ขนาดนี้ น่าจะเป็นฝีมือนักรบทมิฬไม่ผิด"
"ไม่เกี่ยวกับนักรบทมิฬหรอกครับ" มูยุลว่า "ทำไมพูดอย่างงั้น แน่ใจหรือเปล่า"
เฮยาถาม "ที่แล้วมา ข้าศึกษาอาวุธทุกชนิด
แต่ไม่มีอย่างไหนที่ก่อให้เกิดบาดแผลอย่างที่เห็น ถ้าเป็นอาวุธที่นักรบทมิฬใช้อยู่
ไม่ว่าชนิดไหน ออกมาเป็นบาดแผลหน้าตายังไง เชื่อว่าข้ากับมาโน ไม่มีทางที่จะไม่รู้"
"ใช่ครับ ท่านหัวหน้า" "เพื่อความมั่นใจ ข้าจะไปดูศพของเจ้ากรมทหาร
แล้วค่อยมารายงานอีกที" "รีบไปรีบมาล่ะ ไม่แน่ว่า ที่เกิดเหตุอาจมีร่องรอยบางอย่าง
เจ้าพาคนไปดูให้ละเอียดหน่อย" มาโนคุยกับมูยุลว่า "ดูเผินๆ
เหมือนอาวุธที่ยาวแต่แหลมคม" "น่าเสียดายที่ว่า คนร้ายทิ้งไว้แค่แผลเดียว
และดูจากบาดแผล คนที่ถูกแทง น่าจะสิ้นใจทันที หรือต่อให้ไม่ตาย
ก็อยู่ได้ไม่ถึงอึดใจ" "แปลว่าคนร้ายลงมือแม่นมาก ครั้งเดียวก็โดนจุดสำคัญสิ เฮ่ย"
องค์ชายยอจินเข้ามาหาทั้งสองคน "ทำไมพวกเจ้ามาอยู่แถวนี้" "รับคำสั่งจากหัวหน้า
ให้มาดูศพเจ้ากรมทหารพะยะค่ะ" "แล้วทำไมองค์ชาย ก็มาอยู่นี่ด้วยล่ะ"
"ฝ่าบาทรับสั่งให้ข้ามาปลอบใจครอบครัวผู้ตาย พอตรวจเสร็จแล้ว จะรีบกลับวังใช่ไหม"
"พะยะค่ะ" "ถ้าอย่างงั้น พวกเจ้ารออยู่นี่ เดี๋ยวข้าออกมา และจะไปที่ๆ หนึ่งด้วย"
องค์ชายยอจินชวน "ไปไหนหรือพะยะค่ะ" "ข้าไม่ได้ออกจากวังมานานหลายเดือน
อยากชวนพวกเจ้าไปเดินเล่นด้วยกันหน่อย ทำไมหรือ มีอะไรจะพูดกับข้า"
องค์ชายยอจินถามมูยุล "หึ หม่อมฉัน อยากให้องค์ชายอยู่กับครอบครัวผู้ตาย" "ทำไม?
จำเป็นอย่างงั้นหรือ" "องค์ชายเคยรับสั่ง ว่าอิจฉาองค์ชายแฮเมียง
แม้สิ้นพระชนม์ไปนาน ยังมีคนภักดีอยู่ใช่ไหม ที่เราภักดีต่อองค์ชายแฮเมียง
เหตุผลหลักใหญ่ก็คือ ไม่ว่าทุกข์หรือสุข องค์ชายจะทรงแบ่งปันกับพวกเราอยู่เสมอ
ขุนนางที่มีอยู่ตอนนี้ แม้จะเป็นคนของฝ่าบาท แต่อนาคต จะเป็นคนขององค์ชาย องค์ชาย
จึงควรที่จะ ใส่ใจพวกเขาบ้าง แล้วหลังจากนั้น พวกเขาก็จะเห็นความดี
ยอมบุกน้ำลุยไฟเพื่อองค์ชาย" "ข้าก็ไม่ทันคิด ถ้าไงจะไม่ลืมคำเตือนของท่าน"
"หม่อมฉัน บังอาจสั่งสอนองค์ชาย ต้องขออภัยด้วย" "ไม่เป็นไร
ข้าเคยบอกให้ท่านช่วยเตือนสติอยู่แล้วนี่นา"
"ขอบพระทัยองค์ชายพะยะค่ะ"000000000000000000
เฮยาเข้าเฝ้าพระราชายูริและทูลถึงเรื่องที่ไปสืบ "ไม่มีหลักฐานยืนยัน
ว่าเป็นฝีมือนักรบทมิฬจากพูยอเพคะ" "ถ้าอย่างงั้น
คนที่สามารถทำได้ขนาดนี้จะมีใครอีก เผ่าพีรูงั้นหรือ" "แต่ว่าฝ่าบาทเพคะ
ทุกวันนี้แม้แต่เผ่าพีรู ก็ไม่กล้าทำให้ฝ่าบาทไม่พอพระทัย
หม่อมฉันไม่เชื่อว่าจะมีใครกล้าเหิมเกริม มาก่อเรื่องในเวลานี้" "ไม่ใช่
พวกเขาจะลองใจข้ามากกว่า เรียกประชุมหัวหน้าเผ่าเดี๋ยวนี้"
ซังกาสอบถามแพกึยว่าเขาเป็นคนบงการใช่ไหม แพกึยตอบว่า "ขุนนางสองคนที่ตาย
ไม่เหมือนกับการลอบสังหารหัวหน้าเผ่าคีซานนะครับ" "ถ้าอย่างงั้น
เป็นฝีมือแคว้นพูยอหรือ" บ่าวของซังกาตอบว่า "ได้ยินว่าไม่เกี่ยวกับนักรบทมิฬ"
"เฮ่อ แล้วจะมีใครอีก ทำแบบนี้ผู้ต้องสงสัยในสายตาฝ่าบาทมิต้องเป็น" "เรียนใต้เท้า
ฝ่าบาทมีรับสั่งให้ไปประชุมครับ" พระราชายูริทรงตรัสว่า
"เมื่อคืนเจ้ากรมทหารและเจ้ากรมปกครองถูกสังหาร จากการสืบสวนของหน่วยข่าวกรอง
พบว่าไม่ใช่ฝีมือคนของแคว้นพูยอ และข้า กลับคิดว่า ผู้บงการน่าจะเป็นคนที่อยู่นี่
เป็นใคร ใครต้องการเอาชีวิตขุนนางของข้า" ซังการีบบอกว่า "เราไม่เกี่ยวนะพะยะค่ะ"
"ตอนนี้เราก็กำลังสืบหาคนร้ายอยู่เหมือนกัน ขอเพียงให้เวลาซักนิด เชื่อว่าน่าจะ"
พระราชายูริตรัสแทรกว่า "คนร้ายอยู่ที่นี่จะต้องไปหาที่ไหนอีก" แพกึยทูลว่า
"รับสั่งผิดแล้วพะยะค่ะ ทำไมทรงเชื่อว่าไม่เกี่ยวกับพูยอ
แต่เป็นฝีมือชนเผ่าอย่างเรา ทรงมีหลักฐานหรือเปล่า"
"งั้นท่านรู้หรือว่าเป็นฝีมือใคร" "ฝ่าบาท ทรงลืมแล้วหรือพะยะค่ะ
เหมือนที่คราวก่อนองค์ชายยอจินถูกลักพาตัว พวกหม่อมฉันก็ถูกหาว่าเป็นตัวการ
ต้องอดทนต่อข้อสงสัยของฝ่าบาท แล้วสุดท้าย ผลเป็นยังไงบ้าง
ไม่ใช่ฝีมือนักรบจากพูยอหรอกหรือ หัวหน้าเผ่าต่างๆ
เป็นตัวแทนชนเผ่าที่ขึ้นตรงต่อโกคูรยอ แต่ฝ่าบาท กลับทรงอคติมองเราในแง่ร้าย
แบบนี้มิทำให้บ้านเมืองสั่นคลอนหรือพะยะค่ะ ถ้าทรงทำแบบนี้อีก
เราเห็นจะไม่อยู่เฉยแน่" "พูดแบบนี้คือจะขู่ข้าใช่ไหม เมื่อก่อนพวกท่านเคยแข็งข้อ
ข้าก็ทำไม่รู้ไม่เห็น อภัยได้ก็อภัยอยู่หลายครั้ง
เพราะเห็นว่าการประนีประนอมจะทำให้บ้านเมืองอยู่เย็นเป็นสุข แต่แล้ว
พวกท่านได้ทำอะไรบ้าง มีแต่คอยหาโอกาสยุยง
ก่อความไม่สงบไม่ว่าจะเป็นในวังหรือนอกวัง มาตอนนี้ยังจะฆ่าขุนนางที่ภักดีต่อข้าอีก
ตกลงใครกันแน่ ที่จะทำให้บ้านเมืองสั่นคลอน" คูชูรีบทูลเตือน "ฝ่าบาท
ทรงมีสติไว้ก่อน" มูยุลนึกถึงตำราอาวุธและการต่อสู้ที่โทจินมอบให้
และไปขอใช้ห้องผลิตอาวุธกับองค์ชายยอจิน องค์ชายยอจินทรงตรัสถามว่า
"ท่านกำลังทำอะไรอยู่น่ะ" "อ้อ องค์ชาย หม่อมฉันจะผลิตอาวุธตามรูปที่เห็น" "ท่าน
ผลิตอาวุธเป็นด้วยหรือ" "หึ ตอนเป็นนักรบทมิฬ พวกเขาได้สอนให้รู้วิธีผลิตอาวุธด้วย"
"งั้นหรือ แล้วทำไม ต้องลงมือด้วยตัวเอง ถ้าจะผลิตอาวุธ เรามีทหารช่าง
ที่ชำนาญเรื่องอาวุธทุกแขนง" "เรื่องนี้ หม่อมฉันอยากให้เป็นความลับ
ระหว่างเราสองคน" "ท่านบอกว่า เป็นความลับระหว่างเราสองคนหรือ" "ใช่" "งั้นก็ได้
ข้าจะช่วยปิดเป็นความลับไว้" "ขอบพระทัยพะยะค่ะ องค์ชาย" มูยุลนำเรื่องนี้มาบอกมาโน
"เจ้าบอกว่าความรู้ตรงนี้ ได้จากโทจินหรือ งั้น แสดงว่าคนร้ายที่มา คือเขาน่ะสิ"
มาโนว่า "ดูเหมือนจะใช่" "หึ ถ้าหาก เป็นอย่างที่เราคิด ผู้บงการก็คือแพกึย
เมื่อเขาสั่ง โทจินก็ต้องทำตาม" "เรื่องนี้ อย่าเพิ่งไปบอกใคร"
"แม้แต่หัวหน้าก็ไม่พูดหรือ" "ข้าจะไปพบโทจินก่อน"
มาวังคิดไปคิดมาแล้วก็ตัดสินใจมาบอกยอนว่า "เฮ่อ หึ ข้าน่ะ คิดสะระตะอยู่หลายตลบ
ตั้งแต่รู้ฐานะเจ้า ข้าก็แทบกินนอนไม่เป็นสุข ตอนนี้ไม่ต้องห่วงคนไข้อีกแล้ว
ไปอยู่กับท่านซังกาดีกว่า แม้ว่าที่นี่จะเป็นโกคูรยอ
แต่เจ้าเป็นชนชั้นสูงของแคว้นพูยอ อาจทำให้ข้าเดือดร้อน" "หา ท่านมาวัง"
"ไปอยู่กับท่านซังกาจะปลอดภัยกว่า อีกอย่างเขาพอใจการรักษาของเจ้ามาก
ต่อให้รู้ว่าเป็นองค์หญิง เขาก็ยังปกป้องได้อยู่ดีน่ะนะ" "ให้ข้าอยู่นี่เถอะค่ะ
ข้าให้สัญญา จะไม่ทำให้ท่านเดือดร้อนซักนิด" "ยอน" "ข้าไม่เป็นภาระให้ท่านด้วย
โปรดเชื่อข้า ถ้าให้ข้าอยู่ด้วย รับรอง อีกหน่อยท่านจะมีโชคลาภ" มาวังลำบากใจ
ด้านแพกึยก็บ่นให้โทจินฟัวว่า "วันก่อน
ขุนนางสองคนที่เป็นคนโปรดของพระราชายูริถูกสังหาร
รู้ทั้งรู้ว่าไม่เกี่ยวกับเผ่าพีรูของเรา แต่ก็ยังสงสัยเราอยู่ แถมยังมาคาดคั้นอีก
ทุกวันนี้ทรงเปิดเผยอย่างโจ่งแจ้งว่าเห็นเราเป็นศัตรู รู้มั้ยว่าเพราะอะไร
เพื่อจะถือโอกาสนี้ ถอนรากถอนโคนเผ่าพีรูของเราซะ ซึ่งข้าจะไม่ยอมอยู่เฉย
อยากให้เจ้า ช่วยหาวิธีรับมือพระราชายูริหน่อย" "ความหมายก็คือ
แม้แต่ลอบปลงพระชนม์ก็ทำได้หรือ" แพกึยมองเขานิ่ง โทจินแวะมาหายอน
นางถามด้วยความเป็นห่วงว่าหายไปไหนมา โทจินตอบว่า "ท่านอำมาตย์ส่งข้าไปทำงาน
เลยไปอยู่เมืองโชบุนหลายวัน" "หึ เห็นท่านปลอดภัยก็ค่อยเบาใจหน่อย" "ขอบใจมาก"
"วันนี้รู้สึกสีหน้าไม่สู้ดี เอายาไปกินนะ" "ยอน ข้าคิดถึงเจ้า
วันหลังข้าจะมาเยี่ยมอีก" "ได้ค่ะพี่โทจิน" พอดีมูยุลก็มาพบยอน "เอ่อ
เราสามคนไม่ได้อยู่พร้อมหน้าตั้งนาน เข้าไปข้างในก่อนมั้ย" "หึ ขอโทษด้วย วันนี้
ข้ามีเรื่องจะคุยกับโทจินตามลำพัง" มูยุลบอก และพออยู่กันตามลำพัง มูยุลถามโทจินว่า
"นี่คือ เจ้าทำใช่ไหม" "หมายความว่าไง" "ขุนนางสองคนของโกคูรยอ
ตายด้วยอาวุธที่มีลักษณะคล้ายแบบนี้ เจ้าน่าจะ คุ้นเคยกับมันดี
ใต้เท้าแพกึยเป็นคนสั่งใช่ไหม" "ข้าไม่รู้เจ้าพูดอะไร" "ไม่ ทั้งเจ้า และข้า
ต่างก็รู้แก่ใจ ถอนตัวจากพวกเขาเถอะ" "พวกเขารับข้าไว้ตอนออกจากพูยอ ข้าทิ้งไม่ได้"
"ถ้าทำงานให้เผ่าพีรูอีก ยิ่งถลำลึกมาก เจ้าจะไม่ได้กลับตัว
แล้วสุดท้ายจะได้อะไรรู้มั้ย เราสองคน อาจต้องเผชิญหน้าด้วยอาวุธและห้ำหั่นกันเอง"
"ต่อให้เป็นอย่างงั้น มันก็ช่วยไม่ได้" มูยุลอึ้ง "โทจิน"
"ถึงจะเคยเป็นเพื่อนมาก่อน ซักวันเปลี่ยนไปก็ไม่เห็นแปลก
เราสองคนอาจจะเคยเป็นเพื่อนร่วมทาง แต่วันนี้กลายเป็นเส้นขนานแล้ว"000000000000000
โทจินตัดสินใจบอกแพกึยว่ามูยุลคือคนที่มอบสร้อยเจ้าปัญหาให้กับเขา
"คนที่มอบสร้อยคอให้เจ้า ก็คือเขาหรือ ถ้าอย่างงั้น ทำไมป่านนี้เพิ่งมาบอกล่ะ"
"เขาเป็นเพื่อนที่ข้ารู้จัก ตอนอยู่ค่ายนักรบทมิฬ
เมื่อก่อนไม่รู้ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับองค์ชายแฮเมียง
ทำให้ข้าไม่รู้ถึงความสำคัญของสร้อยเส้นนี้ด้วย"
"ถ้ามูยุลคือเจ้าของสร้อยเส้นนั้นจริง" "โอรสองค์ที่สามของพระราชายูริ
อาจเป็นมูยุลก็ได้" โทจินว่า แพกึยนำเรื่องนี้ไปเล่าให้ซังกาฟัง ซังกาหน้าตาตื่น
"เจ้าพูดจริงหรือนี่" "แม้จะไม่แน่ชัด แต่โอกาสเป็นไปได้สูง
ครั้งหนึ่งฝ่าบาทไปอยู่แคว้นพูยอ องค์ชายแฮเมียงยังพาทหารไปที่ชายแดน
เพื่อช่วยมูยุลให้ได้ ส่วนฝ่าบาทก็ปกป้องเขา แม้จะเคยลักพาตัวองค์ชายยอจินก็ตาม"
"นั่นสิครับใต้เท้า ดูจากที่ฝ่าบาทและองค์ชายแฮเมียงปกป้องเขา
แสดงว่าท่านอำมาตย์เดาไม่ผิด" "ตอนนี้ ข้ามีวิธีจะเล่นงานฝ่าบาทได้บ้าง"
หลังจากที่แพกึยรู้ความจริงทั้งหมดแล้วก็ทำพิธีเพื่อให้เรื่องเลวร้ายที่เคยเกิดขึ้นในแผ่นดินให้บังเกิดขึ้นมาอีกครั้ง
มีซากนกมาตกอยู่ในวัง เป็นร้อยตัว เฮยาให้ทุกคนไปสืบว่าเกิดอะไรขึ้น
พักโซกลับมารายงานว่าบ่อน้ำในตัวเมืองกลายเป็นสีแดง บางแห่งก็มีโรคระบาด
ชาวบ้านบอกว่า เกิดจากอาเพท แต่เฮยาคิดว่าน่าจะมีใครอยู่เบื้องหลัง
มูยุลไปสืบพบหลายบ้าน ที่สัตว์เลี้ยงถูกฆ่าแล้วควักเอาอวัยวะออกมา หึ
และอวัยวะของสัตว์ มูยุลคิดว่าการที่น้ำในบ่อกลายเป็นสีแดง ไม่ใช่เพราะเกิดอาเพท
แต่มีคนคิดร้าย เอาเครื่องในของสัตว์ ไปทิ้งในบ่อต่างหาก "ตอนนี้ทางการ
กำลังสืบหาคนร้ายอยู่ ขอให้ทุกท่านวางใจ และนับแต่นี้ อย่าตื่นกลัวเพราะข่าวไร้สาระ
ขอให้เชื่อใจทางการ ประตูเมืองทิศใต้ ทางโน้นเป็นไงบ้าง" มูยุลกล่าวกับชาวบ้าน
มูยุลยังไปช่วยพาชาวบ้านไปรักษากับยอน และถามยอนว่าพวกชาวบ้านป่วยเป็นโรคอะไร
"ข้าก็เพิ่งเคยเจออาการแบบนี้ ตอนนี้แค่ใช้ยาประทังชั่วคราว
ถ้าหาสาเหตุของโรคไม่ได้ อาจมีคนล้มตายมากขึ้น คนช่วยดูแลก็ไม่พอด้วย"
"ไปบอกหัวหน้าให้รู้ ขอให้หมอหลวงมาช่วย เร็วเข้า" มาโนรีบไป ยอนกล่าวกับมูยุล "หึ
ขอบใจมากนะ" "หมอหลวงมาถึง เจ้าก็พักผ่อนบ้างล่ะ" "ไม่เป็นไร ยังมีคนไข้อีกเยอะ
ขอตัวก่อนนะ หึ" มูยุลเห็นเด็กวาดรูปก็เข้าไปถามว่ารูปที่เขาวาดหมายถึงอะไร
จนได้เรื่อง มูยุลกับเฮยาจึงไปเข้าเฝ้าพระราชายูริ พระราชายูริตรัสถาม
"สืบได้อะไรบ้าง" "แม้ว่า ยังไม่รู้ตัวผู้บงการ แต่มูยุล ได้พบต้นตอที่เกิดเหตุ
มีผลงานอย่างมากเพคะ" "เรื่องคนร้ายเอาไว้ก่อน ยังมีเรื่องสำคัญกว่านั้นพะยะค่ะ"
"เรื่องอะไร" "ตอนนี้ข้างนอก มีข่าวลือบางอย่างเกิดขึ้น" "ข่าวลืออะไรกัน"
"เป็นเรื่องเกี่ยวกับผีสางพะยะค่ะ มีคนไปเล่าให้เด็กฟัง
กลายเป็นข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวง และที่น่ากลัวกว่าเรื่องของผีสางก็คือ
ชาวบ้านที่หูเบา หลงเชื่อข่าวง่ายๆ พะยะค่ะ ถ้าไม่ระงับข่าวลือก่อน ไม่แน่ว่า
เหตุการณ์อาจยิ่งบานปลายก็ได้ หม่อมฉันคิดว่า อาจถึงเวลาที่ฝ่าบาท
ต้องเปิดเผยความจริงซะที" "เจ้าพูดมาให้ฟังก่อน ว่าข่าวลือเกี่ยวกับเรื่องอะไร"
"บอกว่ามีคนตายแล้วคืนชีพ ทำให้เกิดอาเพทหลายอย่างพะยะค่ะ" "คนตายฟื้นคืนชีพหรือ"
"คนตายที่ว่า ก็คือเมื่อ 20 ปีก่อน องค์ชายที่สิ้นพระชนม์ไปแล้ว
ชาวบ้านบอกว่าองค์ชายองค์นั้น ถ้าไม่เพราะยังไม่สิ้นพระชนม์ หรือไม่ก็เพราะ
วิญญาณกลับมา ทำลายบ้านเมืองอีกครั้ง"
พระราชายูริทรงอึ้งเมื่อฟังคำเล่าขานของพสกนิกรที่ว่าองค์ชายที่สิ้นพระชนม์ไปแล้วได้กลายเป็นปิศาจกลับมายังแคว้นอีกครั้ง
จากปากของมูยุล

มูยุล มหาบุรุษพิชิตแผ่นดิน จบ 16

มูยุล มหาบุรุษพิชิตแผ่นดิน 17

เรื่องเลวร้ายต่างๆ ที่เกิดขึ้น
ตลอดจนข่าวลือเรื่องดวงวิญญาณขององค์ชายทำให้พระเจ้ายูริทรงเกิดความหวาดกลัวขึ้นมา
เฮยาทูลพระราชายูริว่า "ฝ่าบาท ข่าวลือเหลวไหล อย่าใส่พระทัยเลยเพคะ เรื่องที่เกิด
คงไม่เกี่ยวกับชะตาขององค์ชายที่ส่งผลกระทบมา หม่อมฉันคิดว่า น่าจะมีผู้ไม่หวังดี
ปล่อยข่าวเพื่อทำลายบ้านเมืองมากกว่า จากข้อมูลที่องค์ชายได้มา ชวนให้คิดว่า
มีคนวางแผนชั่วอยู่นะเพคะ" "แสดงว่า มีคนรู้ว่ามูยุลยังมีชีวิตอยู่งั้นหรือ
มีคนรู้ว่าเขาไม่ตาย ถึงได้วางแผนแบบนี้ใช่ไหม" "ใช่แล้วเพคะ"
ด้านมาโนก็คุยกับพักโซและมูยุลว่า "นี่มันอะไรกันแน่นะ นี่ เจ้ารู้อะไรใช่ไหม
องค์ชายที่สิ้นพระชนม์เมื่อ 20 ปีก่อน หมายถึงใครน่ะ" "รู้อะไรก็บอกเราเถอะ
เรื่องนี้คงมีเบื้องหน้าเบื้องหลัง ฝ่าบาททรงได้ยินเข้า ถึงได้ตกพระทัยนักหนา" "หึ
ข้าก็เพิ่งรู้เมื่อไม่นาน มันเป็นความลับในวัง ที่ไม่มีใครกล้าพูดถึง" มาโนแปลกใจ
"ความลับหรือ" พักโซบอกว่า "องค์ชายยอจิน เป็นโอรสองค์ที่ 4 ของฝ่าบาท
ไม่ใช่องค์ที่ 3 ก่อนหน้าองค์ชายยอจิน ยังมีโอรสอีกองค์ที่สิ้นพระชนม์ไปก่อน"
มาโนประหลาดใจมากเข้าอีก "อะไรนะ แล้วองค์ชายสามสิ้นพระชนม์ได้ไง"
"ถูกฝ่าบาทนำไปบูชายัญน่ะสิ" "แปลว่าฝ่าบาท ทรงสังหารเขาหรือ" พักโซเล่าต่อว่า
"เห็นว่าองค์ชายองค์นี้จะทำให้บ้านเมืองหายนะ พอเกิดมาไม่ทันไรก็เกิดอาเพท
ทำให้ผู้คนเดือดร้อ้น แม้แต่พระมารดาแท้ๆ ยังสิ้นพระชนม์เลย" "แล้ว ข่าวลือว่ายังไง
ไหนว่าเอาไปบูชายัญก็คือตายแล้ว
ทำไมบอกว่าองค์ชายยังอยู่อีกแถมยังว่าวิญญาณมาหลอกหลอน" "ใครจะไปรู้ล่ะ" "แล้วนี่
องค์ชายสามยังอยู่จริงหรือเปล่า อย่าพูดส่งเดชเชียวนะ เอ่อ"
องค์หญิงเซยูกลับทรงยืนกรานว่าองค์ชายสามยังทรงมีพระชนม์ชีพอยู่
โดยทรงมีรับสั่งให้มาโนและมูยุลออกสืบหาเบาะแสขององค์ชายสาม มาโนทูลว่า
"เรื่องตามหาองค์ชาย น่าจะหารือกับหัวหน้าหน่วยข่าวกรองนะพะยะค่ะ"
"ตอนนี้เฮยาก็ถูกพวกนั้นจับตาอยู่ ต่อให้เจอองค์ชายจริง
ร่องรอยก็จะถูกเปิดเผยได้ง่ายๆ ฉะนั้น เลยอยากให้พวกเจ้าช่วย"
"เราก็อยากช่วยองค์หญิงเหมือนกัน แต่ว่า ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับองค์ชายสามซักนิด"
"ตำหนักเทพ เป็นที่ๆ เก็บข้าวของเครื่องใช้ของเชื้อพระวงศ์ที่สิ้นพระชนม์ ที่นั่น
มีของๆ เสด็จแม่ข้าและเจ้าพี่แฮเมียงอยู่ จึงเชื่อว่า น่าจะมีของๆ องค์ชายสามด้วย"
"แปลว่าให้เราไปตำหนักเทพหรือพะยะค่ะ" "ใช่ พวกเจ้าไปที่นั่น
ไม่แน่อาจได้เบาะแสบางอย่าง เกี่ยวกับน้องข้าก็เป็นได้" "เอ่อ
แต่ถ้าฝ่าบาทไม่ทรงอนุญาต ใครก็ห้ามเข้าออก แล้วเราจะกล้าเข้าไปได้ยังไง"
"ข้าก็รู้ว่าเป็นงานที่ยาก แต่ว่า เราไม่มีหนทางอื่น ถือว่าช่วยข้าหน่อยเถอะนะ"
องค์หญิงเซยูขอร้อง พวกมาโนออกมา มาโนก็ถามว่าจะเอายังไง พักโซบอกว่าเขาไม่ไป
มาโนหันมาทางมูยุล เขาตอบว่า "เราจะทำงานนี้" พักโซดุ "จะรนหาที่ตายหรือไง" "คนอื่น
ล้วนแต่กลัวว่าองค์ชายยังอยู่ แต่องค์หญิงกลับทรงปกป้องเขา เราก็ช่วยนางเถอะ" "นี่
เราเป็นแค่ลูกจ๊อก จะช่วยได้ไง" "พักโซพูดถูก เรามีกำลังน้อยนะ"
มาโนเห็นด้วยกับพักโซ มูยุลว่า "เราอยู่มาถึงวันนี้ ถือว่าดวงแข็งแล้ว
ถ้าไม่เพราะฝ่าบาททรงปกป้อง เราคงตายไปนานแล้ว หึ ถ้าตอนนี้องค์ชายแฮเมียงยังอยู่
ก็คงทำเหมือนกัน ที่จะปกป้องอนุชาไว้" "บ้าไปแล้ว
ในวังมีหลายแห่งเป็นสถานที่ต้องห้าม ถูกจับเมื่อไหร่ก็คือตัดหัวนะ"
"ข้าถึงไม่กล้าเสี่ยงคนเดียว ต้องให้คนที่คุ้นเคยกับวังหลวงอย่างเจ้าคอยช่วยเหลือ"
พักโซถึงกับอึกอัก อีกด้านหนึ่ง บ่าวของซังกาเข้ามารายงานซังกากับแพกึยว่า
"ตอนนี้ใครๆ ก็เชื่อว่าองค์ชายสามยังมีชีวิตอยู่
และเริ่มไม่พอใจพระราชายูริมากขึ้น" "อึม สมัยก่อนไม่ฆ่าองค์ชาย
หลอกลวงชนเผ่าทั้งหลายรวมถึงราษฎร จนเป็นที่เสื่อมศรัทธา
เรื่องนี้จะทำให้พระราชายูริมีปัญหาอย่างหนัก แต่ถ้าให้ใครรู้ว่า
ต้นตอความวุ่นวายเกิดจากพวกเราละก้อ เราก็จะแย่เหมือนกัน
ฉะนั้นต้องทำงานให้รอบคอบล่ะ" "เรื่องนี้ ท่านไม่ต้องห่วงหรอกครับ" "หมายความว่า
ท่านเชื่อว่าลูกน้องขององค์ชายแฮเมียงคนนั้นคือองค์ชายสามจริงหรือ"
"แค่ดูจากท่าทีของฝ่าบาท ความจริงก็จะเปิดเผยเอง ว่าหมอนั่นจะใช่องค์ชายหรือเปล่า"
แพกึยเห็นสีหน้าโทจินก็กล่าวกับเขาว่า "สีหน้าไม่สู้ดีนะ เป็นห่วงเจ้าหมอนั่นหรือไง
ถ้าอยากลืมตาอ้าปาก ก็ต้องตัดใจ ตัดความรู้สึกส่วนตัวออกไป เพราะเรื่องนี้
เจ้าทำให้เผ่าพีรูของเราได้หายใจคล่องขึ้น" "แล้วต่อไปจะให้ข้าทำอะไรอีก"
"ถึงขั้นนี้แล้ว เราต้องกดดันฝ่าบาทให้หนักขึ้น เจ้าไปสร้างสถานการณ์
ให้ดูเหมือนจะเกิดอาเพทอีก" "ครับ"
ยอนมาถามมาวังเรื่องข่าวลือที่แพร่สะพัดว่าองค์ชายที่สิ้นพระชนม์ในอดีตจะกลับมาอีกครั้งหมายความว่าไง
มาวังตอบว่า "เฮ้ย เรื่องเหลวไหลทั้งเพ
สมัยก่อนองค์ชายถูกบูชายัญจนสิ้นพระชนม์ต่อหน้าทุกคน ใครๆ ก็รู้ว่าตายนานแล้ว
ข้าก็เห็นกับตาเพราะไปร่วมงานนั้นด้วย" "ถ้าอย่างงั้น ทำไมยังมีข่าวออกมาได้ล่ะคะ"
"ที่ข้าวิ่งเต้นอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะเรื่องนี้แหละ ฮ่าๆๆ"
คูชูทูลรายงานพระราชายูริถึงโรคประหลาดที่เกิดขึ้น และได้ระบาดไปทั่วเมืองแล้ว
แม้ทางการจะเริ่มแจกจ่ายเสบียงและยา แต่ก็ไม่อาจทำให้ชาวบ้านวางใจได้ "ฝ่าบาท
กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ขืนเป็นแบบนี้ เหตุการณ์จะบานปลายจนยากจะควบคุมได้"
คูชูทูล "คิดว่าเรื่องที่เกิด เพราะสมัยก่อนข้าไม่ได้ฆ่ามูยุล
ถึงเป็นแบบนี้หรือเปล่า" "ไม่หรอกพะยะค่ะ น่าจะมีใครบงการมากกว่า"
"ต่อให้มีคนวางแผนจริง ข้าก็ไม่เข้าใจอยู่ดีว่า โรคประหลาดเกิดขึ้นได้ยังไง หึ"
ใต้เท้าอันซึงน้องของพระมเหสีมียูมาขอพบแพกึย และพาไปเฝ้าพระมเหสีมียู
"รับสั่งให้หาหรือพะยะค่ะ" พระมเหสีมียูรับสั่งทันทีว่า
"ทุกวันนี้โกคูรยออยู่ในภาวะระส่ำระสาย เป็นเพราะพวกท่านใช่ไหม" อันซึงตกใจ
"พี่ใหญ่" "เจ้าอย่าเพิ่งสอดมาก ทำแบบนี้มีจุดประสงค์เพื่ออะไรกันแน่
อยากให้ราชสำนักสั่นคลอนหรือไง" อันซึงถามแพกึย "จริงหรือว่า เป็นฝีมือพวกท่านน่ะ"
"สิ่งที่เราทำ ก็เพื่อองค์ชายยอจินทั้งสิ้น" แพกึยแก้ต่าง "เพื่อยอจินยังไงกัน
หมายความว่าไงน่ะ" "ถ้ามีคนๆ หนึ่ง มีผลกระทบต่อองค์ชาย
หม่อมฉันจะนิ่งดูดายได้หรือเปล่า" "หมายถึงข่าวลือว่าองค์ชายสามยังอยู่ใช่ไหม หึๆ
นึกว่าท่านเป็นคนฉลาดหลักแหลม สุดท้ายก็เชื่อข่าวโคมลอยที่ไร้หลักฐาน
ไม่ต่างกับพวกชาวบ้าน" "หม่อมฉันเชื่อว่า องค์ชายสามยังมีชีวิตอยู่จริง
ซึ่งไม่เพียงแต่พวกเรา แม้แต่พระมเหสี ก็ถูกฝ่าบาทตบตาเข้าให้" "ท่าน
ท่านพูดจริงหรือเปล่า แล้วยังไง ตกลงองค์ชายสามคือใครกันแน่" "คนสนิท
ที่คอยปกป้องฝ่าบาทและองค์ชายแฮเมียง ชื่อมูยุล ไม่แน่เขาก็คือองค์ชายสาม"
หลังจากฟังแพกึย พระมเหสีมียูยิ่งทรงเครียดมาก อันซึงอาสาจะไปเก็บมูยุลให้
แต่พระมเหสีมียูทรงค้านว่า "แต่เรายังไม่รู้ว่าเขาคือองค์ชายจริงหรือเปล่า"
"ไม่ต้องพิสูจน์ให้มากความหรอก แค่สงสัยว่าใช่ก็ต้องจัดการแล้ว
ปล่อยเป็นหน้าที่ข้าละกัน พี่ใหญ่ไม่ต้องห่วงหรอก
ใครที่เป็นอุปสรรคต่ออนาคตขององค์ชายยอจิน ข้าจะจัดการให้หมด"
มูยุลลอบเข้าไปในอารามหลวง
เพื่อค้นหาสิ่งของส่วนพระองค์ขององค์ชายสามตามคำบอกกล่าวขององค์หญิงเซยูที่ตรัสว่า
"ข้างในนั้น ถ้าเดาไม่ผิดจะมีหีบใบใหญ่ใช้สำหรับบูชาฟ้าวางอยู่ ถ้าลองเปิดออกดู
อาจเจอเบาะแสบางอย่างที่เกี่ยวกับน้องข้าก็เป็นได้" มูยุลค้นพบ
"ขอสวรรค์โปรดรับดวงวิญญาณขององค์ชายน้อยไปด้วย ชื่อของเด็กคนนี้ ชื่อของเด็กคนนี้
คือไม่มีเลือดเนื้อและจิตวิญญาณ มูยุล” และในอารามหลวง
มูยุลแอบได้ยินคำสนทนาระหว่างพระเจ้ายูริและคูชูโดยบังเอิญ "ท่านคูชู
สมัยก่อนข้าไม่ฆ่าลูกคนนี้ คิดว่าทำถูกหรือเปล่า" "ฝ่าบาท"
"ข้าไม่สามารถลงมือกับเขาได้จริงๆ เป็นความเห็นแก่ตัวมั้ย เด็กคนนี้ ถึงรอดตาย
เขาก็ต้องเผชิญกับวิบากกรรม" "ฝ่าบาททรงทราบหรือว่า ตอนนี้องค์ชายอยู่ไหน เอ่อ
โปรดรับสั่งมาเร็ว ฝ่าบาท" "ยังจำลูกน้องคนสนิทของแฮเมียงได้ไหม" "ที่วันก่อน
ฝ่าบาททรงช่วยเขาไว้ ทุกวันนี้ทำงานอยู่กับเฮยา เอ่อ" "ใช่แล้ว เขาก็คือมูยุล
ข้าเองก็เพิ่งรู้ ว่าเขาคือมูยุลลูกชายข้าเอง และแฮเมียงก็ปกป้องเขาอยู่ตลอด" "เอ่อ
ฝ่าบาท นี่แปลว่า ถ้ามีคนวางแผนก่อความวุ่นวายจริง แสดงว่า
ฐานะขององค์ชายยังมีคนอื่นที่รู้ ฝ่าบาทต้องรีบเปิดเผยเรื่องนี้
เพื่อปกป้องเขานะพะยะค่ะ" "แต่ข้ายังไม่ลืมคำทำนายของโหรหลวง
แล้วจะให้เขากลับมาเป็นองค์ชายได้ยังไง" "ฝ่าบาท" "เด็กคนนี้ จะเข่นฆ่าพี่น้อง
ฆ่าพ่อและแม่ของเขา สุดท้ายแม้แต่ลูกตัวเอง เขายังจะฆ่าอีก ซึ่งแฮเมียง
ก็เคยเกือบตายเพื่อปกป้องเขาไว้" มูยุลรู้ถึงชาติกำเนิด ที่แท้จริงของตนเอง
หลังจากที่มูยุลรู้ความจริงแล้วก็สะเทือนใจเป็นอันมาก
พระมเหสีมียูทรงให้อันซึงนำหนังสือมาให้แพกึย "หนังสือที่พระมเหสีทรงฝากมาให้
ข้อเสนอแบบนี้ ท่านคงเห็นด้วยใช่ไหม" "หึๆๆ ใครจะปฏิเสธให้โง่
พระมเหสีจะทรงเลือกชายาให้องค์ชายยอจิน จากเผ่าพีรูของเรา พูดมาตรงๆ เถอะ
พระมเหสีน่ะ ทรงต้องการอะไรเป็นข้อแลกเปลี่ยน ไม่ต้องอ้อมค้อมหรอก"
"ให้ท่านสังหารมูยุลซะ" "หึ ท่านช่วยไปทูลพระมเหสี สิ่งที่รับสั่งมา
ข้าจะจัดให้ตามพระประสงค์" "งั้นก็รบกวนท่านหน่อยล่ะ" แพกึยบอกโทจินว่า
"พระมเหสีรับสั่ง อยากให้เราช่วยสังหารมูยุล เพราะถ้าเขาคือองค์ชายสามจริง
องค์ชายยอจินอาจไม่ได้เป็นรัชทายาท เลยปล่อยไว้ไม่ได้" "ท่านบอกว่า
จะฆ่ามูยุลจริงหรือครับ" "ช้าเร็วก็ต้องฆ่าเขา แต่ว่า ยังไม่ใช่เวลานี้
กว่าจะทำให้พระราชายูริเพลี่ยงพล้ำ แล้วเรื่องอะไรจะยอมปิดฉากง่ายๆ แต่ว่า
วันใดที่ข้าสั่ง เจ้าต้องทำงานทันทีโดยไม่มีเกี่ยงงอน"00000000000000000
มูยุลเดินทางไปที่เมืองพยองชองสถานที่ฝังพระศพองค์รัชทายาทแฮเมียง
ถึงแม้ว่ามูยุลดีใจที่เป็นพี่น้องกับองค์รัชทายาทแฮเมียง
แต่ก็ทุกข์ระทมที่องค์รัชทายาทแฮเมียงทรงมีโชคชะตาอันโหดร้ายต้องสิ้นพระชนม์ก่อนถึงวัยอันควร
"องค์ชายแฮเมียง ทรงเป็นพี่ชายข้าจริงหรือ และข้า เป็นน้องแท้ๆ ขององค์ชายจริงหรือ
เพราะอย่างงี้ แม้จะรู้ว่าเป็นเรื่องร้ายแรง ก็จะปกป้องข้าให้ได้ ฮือ ทำไม ฮือ
เพราะอะไรถึงไม่บอกให้ข้ารู้ก่อน ฮือๆ ทำไมไม่บอกให้ข้ารู้ก่อน ฮือๆๆ
แล้วข้าจะทำไงดี ฮือ ตอนนี้ข้าจะทำไงดี เหลือข้าอยู่คนเดียว จะให้ข้าทำยังไงต่อไป
ฮือๆๆ ฮือๆๆ ฮือ พี่ใหญ่ ฮือๆๆ ฮือๆๆ" เฮยารู้เรื่องมูยุลหายตัวไปจากมาโนและพักโซ
เฮยารีบไปทูลพระราชายูริ ให้ทรงทราบว่ามูยุลรู้ความจริงแล้ว
เพราะเขาไปหาความจริงที่ตำหนักเทพ พระราชายูริทรงสั่งให้ตามหามูยุลเงียบๆ
เพราะไม่อยากให้ใครรู้ฐานะของมูยุล เกรงว่าเขาจะมีอันตราย เกิดโรงระบายอย่างมาก
ยุนวาเองก็ติดเชื้อ องค์ชายยอจินไปเอายาจากหมอหลวงมาให้ยุนวา "ฮือๆๆ ฮือ
ทรงไล่หม่อมฉันออกจากวังเถอะเพคะ ไม่อย่างงั้น ฮือ
ถ้าไปถึงองค์ชายคงเป็นเรื่องใหญ่แน่" "ไม่หรอก อย่าคิดมากเลย ใครๆ ก็ว่า
จิตป่วยจะทำให้ร่างกายป่วยตามด้วย ถึงเจ้าจะเป็นโรคอะไรก็ช่าง ข้า
ก็ไม่มีวันทอดทิ้งเจ้า" "ฮือ องค์ชาย ฮือๆๆ" "เร็วเข้า กินยาเข้าไป เร็วซี่"
พระเจ้าเทโซแห่งแคว้นพูยอทรงรอดพ้นความตายไปได้
แต่ทุกครั้งที่พระองค์ทรงสุบินก็มักจะถูกรังควานด้วยทังโน
ทำให้พระเจ้าเทโซทรงเชื่อว่าทังโนต้องตายอย่างไม่เป็นธรรมอย่างแน่นอน
เมื่อเป็นเช่นนี้พระองค์จึงทรงตัดสินพระทัยสั่งแชบูให้ตามหายอนซึ่งหายสาบสูญไป
ด้วยตั้งพระทัยว่าจะดูแลนางเป็นอย่างดี ขุนนางทูลถาม "ฝ่าบาท
เกิดอะไรขึ้นหรือพะยะค่ะ" "หมู่นี้ข้าฝันร้ายทุกคืน ฝันเห็นทังโน
บอกว่าเขาถูกปรักปรำ และให้ดูแลลูกสาวเขาคือยอนดีๆ" "ฝ่าบาท อาจเพราะคราวก่อน
ทรงได้รับบาดเจ็บจนทำให้อ่อนแอ ถ้าไงหม่อมฉันจะให้ทำพิธีบวงสรวงแก้เคล็ด" แชบูแนะนำ
"ท่านบอกว่าข้าอ่อนแองั้นหรือ หมายความว่า ข้าเริ่มแก่จนเลอะหรือยังไง"
"ไม่ใช่อย่างงั้นพะยะค่ะ" "เพราะข้าเชื่อท่านถึงได้เอาชีวิตทังโน แต่มาถึงวันนี้
ข้าชักเสียใจที่ไม่เชื่อในความภักดีของเขา" "ฝ่าบาท
ที่เขาคิดกบฎมีหลักฐานยืนยันนะพะยะค่ะ" "หลักฐานที่ว่า ใครก็สามารถ
ทำออกมาตบตาข้าได้ทั้งนั้น" "ฝ่าบาท ทรงสงสัยหม่อมฉันหรือพะยะค่ะ" แชบูร้อนตัว
"ข้าไม่ได้สงสัยท่านหรอก แต่คิดว่าอาจมีใครบางคน ให้ร้ายท่านทังโนก็เป็นได้
รีบไปตามหายอนให้พบเร็วๆ และพานางมาพบข้าด้วย" โทจินพบยอน และชวนไปหาที่เงียบๆ
คุยกัน โทจินถามว่ามีอะไรหรือ "หึ หึ อาจมีนักรบทมิฬมาถึงที่นี่
ข้าสงสัยว่าที่ชาวบ้านป่วยเป็นโรคประหลาด หึ เหมือนพิษบางอย่าง
ที่นักรบทมิฬได้รับการฝึกมา หึ ทำไงดีล่ะ ถ้าเป็นฝีมือพวกเขาจริง ทั้งท่านและคนๆ
นั้นก็อาจมีอันตรายทั้งคู่" "ข้ากับมูยุลไม่เป็นไรหรอก เจ้าอย่าห่วงนักเลย" "หึ
งั้นท่านต้องระวัง อย่าประมาทล่ะ" ด้านพระราชายูริทรงตรัสถามวิธีรักษาโรคระบาด
คูชูทูลว่าหมอหลวงกำลังหาวิธีอยู่ ทรงให้ส่งทูตไปเผ่าต่างๆ เพื่อขอความช่วยเหลือ
จากนั้นทรงถามถึงการตามหามูยุล คูชูบอกว่าคนของหน่วยข่าวกรองกำลังตามหาอยู่
แต่ยังไม่มีเบาะแส ยอนถามมาโนถึงมูยุล ทำให้รู้ว่าเขาหายตัวไป
ยอนจึงเตือนมาโนเรื่องชาวบ้านที่เป็นโรคนั้นเหมือนถูกยาพิษ ที่พวกนักรบทมิฬเคยใช้
มาโนฟังแล้วก็ตกใจมาก มาโนนำเรื่องนี้ไปบอกเล่าให้พวกเฮยากับเคยูฟัง เคยูถาม
"ยาพิษของนักรบทมิฬหรือ ใครเป็นคนพูด" "พ่อค้าชื่อมาวัง มีหมอเก่งคนหนึ่งน่ะครับ"
"อย่าเพ้อเจ้อได้ไหม พ่อค้าจะมีหมอไปอยู่ด้วยได้ไง" พักโซดุ เฮยาเสียงดังขึ้น
"พวกเจ้าเงียบก่อน หึ บ่อน้ำในเมืองหลวง หลังจากปนเปื้อนด้วยเลือด
ทำให้ชาวบ้านไม่สามารถดื่มกินได้ แต่ว่า จากนั้นไม่นานก็มีผู้ป่วยมากขึ้นเรื่อยๆ
ถ้าเป็นฝีมือนักรบทมิฬจริง เชื่อว่า น่าจะมีเบาะแสบางอย่าง" เฮยากับเคยูไไปดูบ่อน้ำ
เห็นว่าน้ำสกปรก แล้วก็พวกสารบางอย่าง เฮยาสั่งให้เคยูดูลาดเลาไปก่อน
ขณะที่พักโซก็กลับมารายงานว่าพบเห็ดมีพิษ และจับชายน่าสงสัยนำกลับมาให้มาโนดูสองคน
เฮยาถามว่า "เป็นนักรบทมิฬหรือเปล่า" "ไม่ใช่ครับ" มาโนตอบ เฮยาคาดคั้น
"ใครใช้ให้พวกเจ้ามา" ชายสองคนนั้นไม่ยอมตอบ โทจินเห็นก็กลับมารายงานแพกึย
"เจ้าว่าไงนะ พวกเขารู้ว่า เป็นพิษมาจากเห็ดงั้นหรือ" แพกึยตกใจ "ครับ"
"ถ้าอย่างงั้น รู้มั้ยว่าเป็นฝีมือพวกเราน่ะ" "ไม่ทราบครับ
เพราะข้าได้ทำลายหลักฐานเกี่ยวกับเผ่าพีรูจนหมดสิ้น คงไม่มีใครรู้" "เฮ่อ
แล้วพวกเขา จะหายาถอนพิษได้หรือเปล่า" "โปรดวางใจเถอะครับ
ยาถอนพิษไม่ใช่สิ่งที่หาได้ง่ายๆ" โทจินว่า
มูยุลปักใจเชื่อว่าหายนะทั้งหมดมีสาเหตุมาจากตนเพียงคนเดียวเท่านั้น
เมื่อเป็นเช่นนี้มูยุลจึงไปหายอนเพื่อชวนนางไปจากแคว้นโกคูรยอ
ยอนพบความจริงว่าการตายของทหารไม่ได้มีสาเหตุมาจากโรคร้าย
แต่สาเหตุที่แท้จริงมาจากพิษร้ายต่างหาก
เมื่อเป็นเช่นนี้ยอนจึงปฏิเสธคำเชิญชวนของมูยุลโดยขอตัวไปเข้าเฝ้าพระเจ้ายูริ
ตามที่เฮยามาบอก "ข้าไปด้วย ไม่ว่าเจ้าจะไปไหน ข้าก็ขอติดตาม" ยอนว่า มูยุลดีใจ "หึ
คุณหนู" "แต่ว่า ก่อนไป ข้ามีงานต้องทำอีก โรคประหลาดที่เกิดในเมืองนี้
ทำให้ชาวบ้านได้รับทุกข์ทรมาน และพิษชนิดนี้
ก็เกิดจากเห็ดพิษที่นักรบทมิฬของพูยอใช้อยู่" "แน่ใจว่า เป็นพิษจากพวกเขาหรือครับ"
"ใช่ คิดว่าไม่ผิด เป็นพิษที่นักรบทมิฬใช้กันบ่อยครั้ง เฮ่อ
เมื่อเป็นความผิดของแคว้นพูยอ ข้าก็ควรไถ่บาปให้" "แล้วคุณหนู หาวิธีถอนพิษได้ไหม"
"มียาถอนพิษในวังหลวงของแคว้นพูยอ แต่ด้วยสภาพของโกคูรยอคงไม่อาจไปขอได้"
มาวังพายอนไปเฝ้าพระราชายูริ ทรงตรัสถามว่า "ได้ยินว่าโรคประหลาดที่เกิดขึ้น
หลังจากตรวจสอบแล้ว เป็นพิษชนิดหนึ่ง ซึ่งสามารถแพร่ได้เร็วใช่ไหม มันเป็นพิษอะไร"
"เอ่อ รีบทูลฝ่าบาทเร็วเข้า ยอนจ๋า" "เป็นพิษจากเห็ดเพคะ" "พอมียารักษามั้ย" "เอ่อ
มีพะยะค่ะ แต่ค่อนข้างจะหายาก นางก็ไม่ละความพยายาม
เชื่อว่าไม่นานคงจะได้ยาถอนพิษมาแน่พะยะค่ะ" มาวังตอบแทน "ถ้าเจ้าสามารถรักษาได้
ก็เท่ากับช่วยข้าและโกคูรยอของเรา ข้าจะให้การสนับสนุนเต็มที่ ยังไงก็ต้องมียาถอน"
"เพคะ ฝ่าบาท" "เอ่อ ฝ่าบาท หม่อมฉันมีเรื่องบางอย่างจะทูล" "เชิญพูดมา"
"ทรงจำเรื่องอดีตได้ไหมพะยะคะ เหมือนอย่างตอนนี้
มีซากนกทั่ววังและบ่อน้ำกลายเป็นสีเลือด
สมัยก่อนหม่อมฉันรับคำสั่งจากองค์ชายแฮเมียง ให้ผ่าซากนกที่ตายจนพบเศษอาหารในท้อง
ปรากฎว่าเป็นพิษมาจากเผ่าพีรู" "หมายความว่า พิษที่แพร่ระบาด
ก็มาจากเผ่าพีรูงั้นหรือ" เฮยาแปลกใจ "ไหนท่านว่า
เป็นพิษที่นักรบทมิฬของพูยอใช้อยู่" มาวังตอบว่า "ก็นั่นแหละครับ
ถ้าเป้าหมายการวางยามีจุดประสงค์เดียวกับเมื่อก่อน การรักษาก็ไม่ยาก
แต่นี่กลับเป็นพิษที่นักรบทมิฬใช้อยู่ ลองคิดให้ดี มิเป็นเรื่องแปลกหรือพะยะค่ะ
เผ่าพีรู ไปใช้พิษของแคว้นพูยอ" "ความหมายก็คือ
เผ่าพีรูมีการติดต่อกับแคว้นพูยอหรือ" "เอ่อ คือ เรื่องนี้หม่อมฉันเองก็ไม่มั่นใจ
แต่หลังจากเกิดเรื่อง หม่อมฉันได้จับตาคนของเผ่าพีรู พบว่าหลายคนเก็บตัวเงียบ
ไม่ใช่ๆ ไม่มีใครซักคน ที่ถูกพิษชนิดนี้ มันน่าแปลกมั้ยล่ะพะยะค่ะ"
หลังจากมาวังกับยอนกลับออกไปแล้ว คูชูก็ทูลว่า "ถ้าท่านมาวังพูดจริงละก้อ
เราควรส่งทหารไปปราบเผ่าพีรูนะพะยะค่ะ" เฮยาแย้งว่า "นั่นไม่ใช่เผ่าเล็กๆ
ตราบใดที่ไม่มีหลักฐานชัด เราไม่ควรวู่วาม" "หัวหน้าหน่วยข่าวกรอง
ให้ไปจับตาดูความเคลื่อนไหวของเผ่าพีรู ถ้าพบเหตุการณ์ตรงกับที่มาวังพูดมา
ก็ให้รายงานทันที" "ทราบแล้วเพคะ" "ส่วนท่านคูชู ไปสั่งหมอหลวงทั้งหมด
ให้รีบหาทางรักษาโรคประหลาด เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุด คือช่วยราษฎรไว้ก่อน"
"ทราบแล้วพะยะค่ะ" พระราชายูริตรัสถามต่อว่า "มูยุลล่ะ ตอนนี้เขาเป็นไงบ้าง
ยังไม่เจอตัวอีกหรือ"

มูยุล มหาบุรุษพิชิตแผ่นดิน จบ 17


มูยุล มหาบุรุษพิชิตแผ่นดิน 18

โรคร้ายได้ระบาดไปทั่ว แม้แต่พระเจ้ายูริก็ทรงโชคร้ายได้รับพิษร้ายเข้าไปด้วย
มูยุลลอบเข้าไปในแคว้นพูยอเพื่อค้นหายาถอนพิษ บรรดาผู้เฒ่าของชนเผ่าทั้งหลาย
พากันมาชุมนุมกันที่หน้าพระตำหนักเพื่อคาดคั้นเอาความจริงจากพระเจ้ายูริถึงการสิ้นพระชนม์ขององค์ชายสาม
ซังกาทูลถาม "ฝ่าบาททรงประชวรมากหรือพะยะค่ะ" "ต้องการพบข้ามีเรื่องอะไร" "ฝ่าบาท
ทรงทราบเรื่องวุ่นวายที่เกิดในเมืองหลวง รวมถึงชาวบ้านล้มป่วยมั้ยพะยะค่ะ"
"ข้าเป็นพระราชา จะไม่รู้ได้ยังไง" "ถ้าอย่างงั้น
ทรงทราบถึงต้นตอเหตุร้ายเหล่านี้หรือไม่พะยะค่ะ" "ข้าอยากถามท่านมากกว่า
ที่ก่อให้เกิดเหตุอาเพศ ปล่อยข่าวลือทั่วเมือง
ทำให้ราษฎรเป็นปรปักษ์กับทางการเพื่ออะไรกันแน่" "ฝ่าบาท
ทรงสงสัยพวกเราหรือพะยะค่ะ" แพกึยทูล "ข้าไม่ได้สงสัย แต่เชื่อว่าจริง"
แพกึยไม่พอใจ "มีหลักฐานอะไรที่จะทรงเชื่อว่าเราเป็นคนทำ" ซังกาเสริม
"ชาวบ้านต่างเชื่อว่า เหตุร้ายที่เกิดขึ้น
เป็นเพราะองค์ชายที่น่าจะสิ้นพระชนม์เมื่อ 20 ปีก่อนเป็นต้นเหตุ" "ใช่แล้วพะยะค่ะ
เป็นความปักใจของชาวบ้านเอง แต่ฝ่าบาทกลับทรงระแวง ว่าเรากุเรื่องขึ้นมา
ใครกันแน่ที่ทำให้ราษฎรเดือดร้อน ใครกันแน่ที่หลอกลวงผู้คนแล้วไม่ยอมรับ"
"แปลว่าพวกท่านจะโยนบาปให้ข้าใช่ไหม" "ฝ่าบาท จนวันนี้ทุกคนยังจำได้
ว่าสมัยก่อนฝ่าบาททรงขจัดอาเพทของบ้านเมืองด้วยวิธีไหน แต่แล้ว ตอนนี้ราษฎร
กลับคิดว่าองค์ชายสามยังอยู่ ยังไม่สิ้นพระชนม์ เป็นเพราะอะไรกันแน่พะยะค่ะ"
"รับสั่งมาตามตรงเถอะ เพราะฝ่าบาททรงใจอ่อน ละเว้นชีวิตองค์ชายใช่ไหม" "ฝ่าบาท
เราแค่อยากรู้ความจริง โปรดรับสั่งมาเถอะพะยะค่ะ" "โปรดรับสั่งมาเถอะ"
"ทุกคนออกไปก่อน" "โปรดอย่าทรงเลี่ยงอีกเลยพะยะค่ะ ฝ่าบาทต้องเปิดเผยความจริง
ปัญหาถึงจะแก้ได้นะพะยะค่ะ" ซังกายังไม่ยอมไป คูชูเสียงดัง
"รับสั่งให้ออกไปไม่ได้ยินหรือไง" แพกึยตวาด "หุบปาก นึกว่าไล่เราไปแล้ว
จะขจัดข้อสงสัยของราษฎรทั้งหมดได้หรือ ถ้าหาก สิ่งที่ชาวบ้านรู้เป็นความจริง
พวกเราทั้งหลาย จะไม่อยู่เฉยอย่างแน่นอน คนที่หลอกชาวบ้าน หลอกลวงชนเผ่าทั้งหลาย
จะไม่คู่ควรเป็นพระราชาอีก" "บังอาจนัก ท่านกล้าปฏิเสธตำแหน่งของข้าหรือ โอ๊ะ"
พระราชายูริทรงล้มหมดสติ ทุกคนตกใจ "ฝ่าบาทๆๆๆๆ" ภายในวังหลวงเกิดความโกลาหลขึ้นมา
เมื่อพระราชายูริทรงประชวรหนัก
มูยุลต้องลำบากลำบนแสนสาหัสจนในที่สุดก็เดินทางกลับแคว้นโกคูรยอพร้อมด้วยยาถอนพิษ
มูยุลมอบยาถอนพิษให้ยอน "นี่มันเกิดอะไรขึ้น เจ้าหายไปไหนตั้งนานน่ะ" "หึ
ไปเอายาถอนพิษ ที่แคว้นพูยอ" "หา หึ เจ้าบอกว่า กลับไปพูยองั้นหรือ" "ใช่ครับ"
"ทำไมต้องไปเสี่ยงขนาดนั้น" "รีบเอายาพวกนี้ หึ ให้ผู้ป่วยกินเร็วเข้า" "หึ
แบ่งส่วนหนึ่งไว้ทางนี้ ที่เหลือเอาเข้าวังเถอะ เพราะตอนนี้ฝ่าบาท ก็ถูกพิษด้วย"
มูยุลได้ยินเช่นนั้นก็อึ้งไป มูยุลมาบอกเฮยาว่าเขาได้ยามารักษาพระราชายูริแล้ว
พอเขาออกมามาโนก็เข้ามาต่อว่า "บอกหน่อยได้ไหม เจ้าเล่นตลกอะไร
รู้มั้ยว่าเราเป็นห่วงน่ะ จะไปไหนก็น่าจะบอกกล่าวกันบ้าง" "ขอโทษก็ได้" พักโซบ่นต่อ
"เจ้าหมอนี่ พอเจ้าไม่อยู่ เขาก็แทบกินข้าวไม่ลง" "ถ้ายังหายไปเงียบๆ
เราไม่ต้องเป็นเพื่อนอีก" มาโนขู่ เคยูเห็นเฮยาเข้ามาก็รีบถาม
"ฝ่าบาททรงเป็นไงบ้างครับ" "ยังต้องรอดูอีกหน่อย แต่ถือว่าพ้นขีดอันตรายแล้ว"
"แสดงว่า มูยุลได้ช่วยชีวิตฝ่าบาทไว้ และโกคูรยอด้วย ใช่ไหมครับท่านหัวหน้า"
มาโนดีใจ เฮยาตอบ "ใช่" "นี่ ยืนเฉยทำไม รู้มั้ยว่าหัวหน้าเป็นห่วงเจ้าขนาดไหน
ยังไม่รีบขอโทษนางอีก" มาโนดุเพื่อน เฮยาสั่งว่า "พวกเจ้า ออกไปข้างนอกก่อน"
เมื่อพวกมาโน ออกไปแล้ว มูยุลก็กล่าวขอโทษเฮยา "หัวหน้าครับ ข้าขอโทษ" เฮยาคุกเข่า
"หม่อมฉันขออภัย องค์ชายด้วย นานแล้วที่หม่อมฉัน รู้ฐานะขององค์ชายดี
แต่ไม่เคยบอกให้รู้" "หึ ถ้าข้าไม่รู้อะไรเลย ถ้าหาก ข้าเป็นช่างเขียนรูปทั้งชาติ
หรือเป็นแค่ลูกน้องขององค์ชายแฮเมียง คงไม่ต้องเจ็บปวดขนาดนี้ แต่ว่า ข้าคือมูยุล
ที่เกิดมาพร้อมกับคำสาป อันน่ากลัว" "องค์ชาย" "ข้ารู้สึกยอมรับไม่ได้
ข้าไม่อยากเชื่อ ว่านี่เป็นเรื่องจริง" "ยอมรับชะตาเถอะเพคะ เราต้องยอมรับ
ถึงจะเอาชนะชะตากรรม และอยู่อย่างมีความหมาย" "จะให้ข้ายอมรับได้ยังไง ในเมื่อ
บอกว่าข้าจะฆ่าพ่อแม่ ฆ่าพี่น้อง แม้กระทั่งทำลายโกคูรยอ แล้วใครจะยอมรับได้ ต่อไป
ข้าจะไม่ทำอะไรอีก จะไปจากที่นี่ หึ" "ต่อให้หนีไป องค์ชายก็ไม่อาจ
กลับไปเป็นมูยุลคนเดิมได้อีก ถึงจะหลบหนีหรือปฏิเสธความจริง
ที่นี่ก็คือบ้านเกิดขององค์ชาย และสิ่งที่องค์ชายต้องทำ ก็คือปกป้องบ้านเมืองไว้
เพราะอะไรองค์ชาย ถึงถูกทอดทิ้ง ทำไมองค์ชายแฮเมียง ต้องจบชีวิตลง
ทำไมอ๋องเทโซมากดขี่เราครั้งแล้วครั้งเล่า ในเมืองหลวง ยังมีหัวหน้าเผ่าต่างๆ
ที่พร้อมจะทรยศ ไม่มีใครรู้ว่าโกคูรยอจะล่มสลายเมื่อไหร่
แล้วองค์ชายจะทิ้งไปได้หรือ" "เรื่องนี้อย่ามาถามข้า" "ไม่ องค์ชายต้องตอบมา"
"อีกไม่นานฝ่าบาทก็จะหายดี และยังมีองค์ชายยอจิน แล้วข้าจะทำอะไรได้ ทำไมต้องให้ข้า
แบกรับความอยู่รอดของบ้านเมืองด้วย" "นี่คือคำถามที่องค์ชายแฮเมียง
ฝากให้มาถามองค์ชายมากกว่า องค์ชายแฮเมียง เคยตรัสว่าถ้าองค์ชาย
สามารถต่อสู้จนพ้นจากชะตาอันเลวร้าย อีกหน่อย จะได้เป็นพระราชาองค์ใหม่
องค์ชายแฮเมียง แม้จะสิ้นพระชนม์ไปนานแล้ว แต่ก็ยังหวังว่า จะให้องค์ชายกอบกู้
แผ่นดินของเรา ที่เคยสูญเสียไป กลับคืนมาให้หมด นี่คือสิ่งที่องค์ชายทรงหวังไว้"
ด้านมาโนออกมาพร้อมกับพักโซและเคยู เขาก็อดบ่นอย่างน้อยใจมูยุลไม่ได้ว่า
"ทุกวันนี้มูยุล เหมือนไม่เห็นข้า อยู่ในสายตาอีก หึ รู้ทั้งรู้ว่าข้าเป็นห่วงเขา
ยังหายไปดื้อๆ ไม่บอกซักคำ หึ ท่านแม่ทัพ ทำไมเขาทำแบบนี้ครับ
ท่านน่าจะรู้ดีไม่ใช่หรือ ว่าข้ากับมูยุล ซี้กันขนาดไหน เมื่อก่อน
เราออกจากถ้ำกิเลนมาด้วยกัน ถูกท่านกลั่นแกล้งสารพัด
ตอนนั้นท่านก็น่าจะดูออกว่าเราสองคน เป็นเพื่อนตายแทนกันได้ ฮือ" พักโซบ่นเคยู
"ท่านแม่ทัพ ยังไม่ยอมบอกเราอีกหรือ เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่"
เคยูตัดสินใจบอกทั้งสอง "หึ หึ มูยุล ก็คือองค์ชายสาม" "หึ อย่าล้อเล่นได้ไหม
ไม่น่าขำหรอกนะ" "ใครมีอารมณ์พูดเล่นกับเจ้า หึ เป็นเรื่องจริง" มาโนยังอึ้งไป
"เอ่อ ท่าน บอกว่าไงนะ มูยุล เป็นองค์ชายสามงั้นหรือ" "หึ ต่อไป
ห้ามเรียกเขาว่ามูยุลอีก ต้องเรียกว่าองค์ชาย"000000000000000
แพกึยรู้จากบ่าวว่ามีคนพบยารักษา และพระราชายูริทรงมีอาการดีขึ้น
ก็ต่อว่าโทจินและสั่งให้ไปสืบหาสาเหตุมาโดยเร็ว
โทจินจึงไปหายอนและทราบว่ามูยุลไปเอายาถอนพิษมา "เจ้าบอกว่า
มูยุลไปเอายาถอนพิษมางั้นหรือ" "ใช่ค่ะ" "แสดงว่า เขาไปถึงพูยอด้วยน่ะสิ"
"ข้าก็ไม่นึกว่า เขาจะกล้าเสี่ยงขนาดนี้ แล้วทางท่านเป็นไงบ้าง ถ้าไงข้าจะแบ่งยาให้
ไปรักษาคนของเผ่าพีรูดีมั้ย" "ไม่ต้อง ในเผ่าพีรู ไม่มีใครถูกพิษชนิดนี้
ข้าไม่กวนล่ะ" โทจินออกไป โทจินกลับมารายงานแพกึย เขาสั่งให้โทจินฆ่ามูยุลซะ
ระหว่างนี้เคยูจับได้ว่ามีคนมาแอบดู จึงจะเข้าไปจัดการแต่เขากลับถูกทำร้าย
มูยุลเห็นก็รีบถาม "ท่านแม่ทัพ หา เอ่อ เกิดอะไรขึ้นน่ะ" "หึ มีคนแปลกหน้า หึ
มาดูความเคลื่อนไหวขององค์ชาย" "หา ไปทำแผลก่อน เร็วเข้า" "เฮ่ย มีเหตุผลอะไร
ถึงต้องทิ้งฝ่าบาทไป โอ๊ะ ข้าได้ยินหัวหน้าพูดแล้ว หึ พวกหัวหน้าเผ่า
ไม่รู้เมื่อไหร่จะแข็งข้ออีก แล้วทำไมองค์ชาย ไม่คิดช่วยฝ่าบาทบ้างหรือไง" "หึ
ท่านบาดเจ็บไม่น้อย ไปรักษาก่อนเถอะ" "บอกหม่อมฉันมาก่อน เพราะเป็นคนใจเสาะ
ไม่กล้าสู้ความจริงใช่ไหม ถ้าคิดไปจากที่นี่จริง จะเอายาถอนพิษมาทำไมอีก
ทำไมต้องไปเสี่ยงอันตรายเพื่อฝ่าบาทและโกคูรยอด้วย ไม่ว่ายังไงก็ช่าง องค์ชาย
ห้ามไปจากที่นี่ ถ้าไปจริง ก็แสดงว่าลืมองค์ชายแฮเมียงไปแล้ว ทรงลืมได้จริงหรือ"
ในวังหลวง พระราชายูริทรงรู้สึกพระองค์ คูชูรีบทูลถาม "ฝ่าบาท เอ่อ
ทรงรู้สึกยังไงบ้าง หึ ฝ่าบาท ทรงจำหม่อมฉันได้ไหม" "คนไข้ข้างนอกเป็นไงบ้าง" "เอ่อ
เฮ่อ ตอนนี้ ทรงหายห่วงได้แล้วพะยะค่ะ" "มียารักษาแล้วใช่ไหม" "พะยะค่ะ
องค์ชายมูยุลเป็นคนนำมาให้ หึ เสด็จไปแคว้นพูยอคนเดียวเพื่อหายาถอนพิษ เพราะองค์ชาย
เป็นคนช่วยชีวิตฝ่าบาทไว้" เฮยาบอกข่าวดีกับมูยุล
และบอกว่าพระราชายูริทรงอยากพบมูยุลมาก แถมยังเสด็จมาพบด้วยพระองค์เอง "เดินมาใกล้ๆ
ข้า รู้มั้ยว่านี่คืออะไร ของที่ข้านำมาจากพูยอเมื่อสมัยก่อนโน้น
เพราะเกิดมาข้าก็ไม่เคยเห็นหน้าพ่อเลย มันเป็นของสิ่งเดียว ที่พ่อข้าเหลือไว้ให้
อดีตพระราชาจูมง เห็นปลายกระบี่เล่มนี้ตรงกับด้ามที่เขามีอยู่ เลยยอมรับข้าเป็นลูก
ข้าเคยคิดว่าถ้าเจอพ่อ ความทุกข์ทั้งหลายก็จะหมดสิ้นไป
สมัยก่อนพ่อข้าทอดทิ้งข้ากับแม่ ออกจากแคว้นพูยอมา
ความเจ็บปวดและอ้างว้างที่ข้าได้รับ นึกว่าถ้าเห็นหน้าพ่อ ทุกอย่างก็จะหมดสิ้นไป
แต่ว่ามันไม่ใช่อย่างงั้น หลังจากได้รับยกย่องเป็นองค์ชาย
ข้ายังมีความน้อยใจต่อเสด็จพ่ออยู่ เพราะฉะนั้น ข้าถึงรู้ดีว่า เจ้าคิดยังไง
รู้มั้ยว่าข้าให้เจ้ามาที่นี่ทำไม เพราะที่แห่งนี้ โหรหลวงเคยทำนายชะตาเจ้า
แถมยังคิดจะเอาชีวิต ขณะเจ้ายังแบเบาะอยู่" "แล้วทำไมไม่ฆ่าหม่อมฉันซะล่ะ
ทำไมต้องทรงฝืนลิขิตสวรรค์ ปล่อยให้หม่อมฉันอยู่รอดถึงวันนี้ ฮือ นี่ยังไม่สายไป
ที่จะทรงฆ่าหม่อมฉัน หม่อมฉันอยากให้ฝ่าบาทช่วยยุติชะตาอันเลวร้าย ให้มันจบสิ้นไป"
"ข้าจะรับเจ้า เป็นลูกของข้า เป็นองค์ชายแห่งโกคูรยอ" "ทำแบบนี้
ซักวันฝ่าบาทอาจมีอันตรายได้ แม้กระนั้น ฝ่าบาท ยังจะทรงรับหม่อมฉันอีกหรือ ฮือ
ถ้าทรงรับหม่อมฉันจริง อย่าว่าแต่พวกหัวหน้าเผ่า แม้แต่ราษฎร
ก็จะเสื่อมศรัทธาต่อฝ่าบาท แม้กระนั้น ฝ่าบาท ก็จะทรงรับหม่อมฉันอีกหรือ"
"นับแต่นี้ ข้าจะไม่กลัวโชคชะตาอีกแล้ว ไม่ว่าอนาคตจะเลวร้ายยังไง
เจ้าก็คือลูกของข้า"
พระเจ้าเทโซทรงมีพระบัญชาให้กลุ่มนักรบทมิฬไปที่ร้านหมอของมาวังเพื่อลักพาตัวยอน
มูยุลมาเห็นและต่อสู้ ยอนกล่าวกับมูยุลว่า "ในเมื่อพวกเขารู้ร่องรอยของเรา
ที่นี่คงไม่ปลอดภัยอีก หึ รีบไปดีกว่า ไม่ว่าที่ไหน ข้าก็จะไปด้วย ทำไมหรือ
เจ้ายังเป็นห่วงอะไรอีก" "วันก่อน ที่ข้าบอกว่าจะไปจากที่นี่
นั่นเป็นความเห็นแก่ตัว ที่จะหลบหนีความจริง แต่ตอนนี้ ข้ามาคิดดูใหม่
รู้สึกว่าตัวเองคิดผิดไปมาก นับแต่นี้ ข้าจะไม่หนีอีกแล้ว คุณหนู นับแต่นี้ไป
ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นกับข้า เจ้าอย่าตกใจนะ ข้าจะไม่ลืมสัญญาที่ให้ไว้
อยู่กับคุณหนูตลอดไป" มูยุลกลับมาถึง
มาโนกับพักโซรีบเข้ามาขออภัยที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง "หึ จะบ้าหรือไง หึ
ถ้าแม้แต่พวกเจ้ายังทำแบบนี้ ข้าคงยิ่งอึดอัดมากขึ้น มาโน พักโซ พวกเจ้า
เป็นเพื่อนที่ข้าสนิทที่สุด ไม่มีวันเปลี่ยน หึ" ทั้งสองซาบซึ้งใจยิ่งนัก
พระเจ้ายูริก็ทรงมีรับสั่งให้ประชุมขุนนางใหญ่ทันที
องค์หญิงเซยูกับองค์ชายยอจินพากันแปลกพระทัยว่ามีเรื่องอะไร เฮยาก็ไม่ยอมบอก
"เชื่อว่าทุกท่านในที่นี้ คงได้ยินข่าวลือที่ชาวบ้านข้างนอกลือกันอย่างหนาหู
พวกเขาต่างเชื่อว่า
เพราะองค์ชายสามยังมีชีวิตอยู่จึงเป็นเหตุให้บ้านเมืองเกิดอาเพทต่างๆ
แต่ก็ได้พิสูจน์แล้วว่า เรื่องทั้งหมดเกิดจากฝีมือมนุษย์ และโรคประหลาด
ก็เกิดจากการวางยาของผู้ไม่ประสงค์ดีบางคน" "ถ้าอย่างงั้น
หม่อมฉันขอทูลถามว่าสมัยก่อนองค์ชายสามได้สิ้นพระชนม์จริงหรือไม่" ซังกาทูลถาม
แพกึยย้ำอีกว่า "ได้โปรดรับสั่งมาตามตรง องค์ชายยังอยู่หรือตายกันแน่" เฮยาร้องบอก
"เชิญเข้ามาได้"
มูยุลปรากฏกายต่อที่ประชุมขุนนางใหญ่ด้วยชุดองค์ชายอันทรงพระเกียรติ "หนุ่มคนนี้
ก็คือลูกชายข้า ชื่อว่ามูยุล" ซังกาทูลทันที "ฝ่าบาท ทำไมทรงรับเขาเป็นองค์ชาย
ทรงลืมรับสั่งเมื่อ 20 ปีก่อนแล้วหรือพะยะค่ะ บอกว่าองค์ชายสามทรงเป็นกาลกิณี
จะทำให้โกคูรยอถึงกาลวิบัติ แล้วทำไมมาวันนี้ กลับยอมรับเขาเป็นองค์ชายซะได้"
แพกึยเสริมต่อ "ต่อให้เป็นสายพระโลหิตจริง เราก็ไม่ยอมรับว่าเขาเป็นองค์ชาย
ถ้าฝ่าบาทจะทรงยืนกรานอย่างงั้น ต่อไปชนเผ่าทั้งหลาย
อาจไม่สวามิภักดิ์ต่อฝ่าบาทอีก" มูยุลกล่าวว่า "ข้ารู้ว่าพวกท่าน เป็นตายร้ายดี
จะไม่มีวันยอมรับข้า ในฐานะองค์ชาย และข้าก็รู้ ว่าพวกท่านมีความโกรธแค้น
ไม่พอใจแค่ไหน แต่ว่า ได้โปรด ให้โอกาสข้าซักครั้ง ให้โอกาสข้า
ได้พิสูจน์ชะตากรรมของตัวเอง ว่าเลวร้ายจริงหรือเปล่า"
"จะให้เราให้โอกาสยังไงไม่ทราบ" "ขอเพียง ให้เวลาข้าหน่อย ถึงจะเป็นองค์ชาย
แต่ถ้าไม่มีผลงานให้ผู้คนนับถือ ที่สำคัญ ให้ทุกท่านยอมรับความสามารถไม่ได้
ข้าก็พร้อมจะ จัดการ ปลิดชีพตัวเอง"
พระมเหสีมียูทรงคร่ำครวญกับอันซึงน้องชายของพระนางด้วยความเจ็บใจ
"ทำไมฝ่าบาททำกับข้าแบบนี้ ไม่มาปรึกษาด้วยซักคำ ก็ยอมรับเขาเป็นลูกอีกคน
ยังทรงเห็นข้าเป็นมเหสีหรือเปล่า หึ" "พี่ใหญ่" "ถ้าทรงห่วงยอจินของเราบ้าง
ฝ่าบาทคงไม่ทำแบบนี้" "ใจเย็นไว้ก่อน ยิ่งเป็นเวลานี้ เรายิ่งต้องใช้สติให้มาก"
"น่าเจ็บใจที่ไม่กำจัดหมอนี่ซะแต่แรก หึ อีกไม่นาน
มันต้องเป็นขวากหนามของยอจินแน่นอน แล้วตอนนี้ข้าจะทำไงดี หึ"
ด้านเฮยาเองก็รู้สึกหนักใจมาก "ทำแบบนี้มันเสี่ยงมากรู้มั้ย เท่ากับเอาชีวิตองค์ชาย
ไปฝากไว้กับพวกหัวหน้าเผ่า" มูยุลกล่าวว่า "เพราะไม่รู้จะทำให้พวกเขาหุบปากยังไง
เลยต้องพูดแบบนี้ เพราะสิ่งที่ข้ามีอยู่ ก็คือชีวิตเท่านั้น แต่ว่า
ข้าจะใช้ชีวิตนี้ เป็นเดิมพันครั้งใหญ่ที่สุด" มาโนไปรับยอนมาพบมูยุล พร้อมแนะนำว่า
"นี่คือองค์ชายมุยุล"

มูยุล มหาบุรุษพิชิตแผ่นดิน จบ 18


โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ และก็ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาอ่านค่ะ

เครดิต : www.oknation.net/blog/lakorn

Readlakorn เว็บเรื่องย่อละครรายตอนตามบทโทรทัศน์ช่อง3,5,7,นิยาย ไทยรัฐ,
ละครเกาหลี,ละครไต้หวัน (Series), ลิ้งค์(Links) ดูละคร Youtube
Readlakorn

Related Posts



9 comments:

Anonymous said...

ขอบคุณค่ะที่นำเรื่องมูยุลมาให้อ่าน สนุกมากมากค่ะ

Anonymous said...

ขอบคุณครับ...จุ๊บ...

Anonymous said...

ขอบคุณมากนะคะ ติดตามอ่านมาตลอดเลย
สนุกขึ้น น่าลุ้นขึ้น

Anonymous said...

ขอบคุณค่ะที่สละเวลาโพสให้อ่าน สนุกมากๆค่ะ
ปล.ติตตามอ่านมาตลอดเลยค่ะ

Anonymous said...

ขอบคุณครับ หน้าเว็บใหม่สวยจัง รอตอนใหม่ครับ

Tik on 8/05/2009 said...

ขอบคุณมากๆ ค่ะ คุณทำให้ชีวิตนี้สนุกขึ้นอีกเยอะเลย ชอบมากๆ

Porte du soleil on 8/06/2009 said...

ขอบคุณมากครับ
ติดตามตลอดตั้งแต่ ลีซาน แล้ว
เอามาลงต่อเร็วๆนะครับ

ball said...

บังเอิญว่าได้ไปเจอเว็บนึงที่ เอาเรื่องมูยุลมาขึ้นเว็บ Youtube ภาคภาษาไทย โดย ทีมภาคพันธมิตร
และนำหน้าทีวีและบทละครของคุณลิลลี่ ไปหลายตอน

ถ้าท่านใดสนใจที่จะดูละครนำหน้าทีวีและบทละคร ก็คลิ๊กที่ลิ้งนี้ได้เลยครับ

ตอนที่ 16-21
http://www.youtube.com/view_play_list?p=20D123BFFA567B5C&page=6

Lily on 8/07/2009 said...

ขอบคุณมากเลยค่ะ K.Ball ที่เอา youtube มาแนะนำ เป็นประโยชน์มากๆค่ะ ตามไปดูมาแล้วค่ะ
แล้วก็จะเอาลิ้งค์นี้ไปแปะไว้ในหน้าดูละคร youtube ด้วย เพื่อนๆคนอื่นๆ จะได้ดูกันทั่วถึงค่ะ ขอบคุณค่ะ

 

Recommended Product

  • ads
  • ads
  • ads
  • ads
  • ads
  • ads
  • ads
  • ads

My Blog List

Read Lakorn Copyright © 2009 Shopping Bag is Designed by Ipietoon Sponsored by Online Business Journal