Friday, July 10, 2009

มูยุล- เรื่องย่อละครตามบทโทรทัศน์ - มูยุล มหาบุรุษพิชิตแผ่นดิน (3)-(6)

มูยุล มหาบุรุษพิชิตแผ่นดิน 3

พระราชายูริทรงฝันร้ายถึงเรื่องราวต่างๆ ทรงตกใจตื่น
" เราจะใช้เลือดของเขา ระงับความโกรธของสวรรค์เบื้องบน ข้าจะลงมือ เอาเลือดของลูกชายข้า ลบล้างอาเพททั้งหลายที่เกิด จงพาเขาไปเมือง "โชบุน" เลี้ยงอย่างคนธรรมดาสามัญ ถือว่าได้ตายจากญาติพี่น้องไปหมดสิ้น และชื่อของเขา ให้ชื่อว่า "มูยุล" แปลว่าไม่มีเลือดเนื้อและจิตวิญญาณ"
คนร้ายทำร้ายมูยุล และขู่เฮยาว่าถ้าไม่บอกว่าสุสานจูมงอยู่ที่ไหนจะฆ่ามูยุลก่อน
"สุสานจูมงอยู่ไหน"
"สุสานของอดีตพระราชา เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ หน้าไหนกล้าย่ำยี มันจะไม่ได้ตายดี"
"เป็นหรือตายเป็นเรื่องของข้า เจ้าแค่พาข้าไปถึงที่ก็พอ"
เฮยาจำต้องพาไป เพราะไม่ใช่นั้นมูยุลอาการแย่มาก พอถึงที่หมาย หัวหน้าคนร้ายก็สั่งลูกน้องว่า
"เข้าไปในสุสาน ข้างในจะมีกระบี่เล่มหนึ่ง ไปเอามาให้ข้า"
พวกคนร้ายเข้าไปกันหลายคน แต่กลับออกมาคนเดียว
"เกิดอะไรขึ้น"
เฮยาจึงบอกว่า "ข้าเคยเตือนแล้วนี่นา ถ้าใครคิดย่ำยี มันจะไม่ตายดี"
"โอ๊ะ ข้างใน มีค่ายกล พวกเราตายหมดเลยครับ" พูดจบก็ตาย
"เจ้าต้องเข้าไปเองแล้ว" คนร้ายสั่งเฮยา
"ไม่มีประโยชน์หรอก ข้าเข้าไป ก็จะฆ่าตัวตายต่อหน้าแท่นบูชา"
"แต่ถ้าไม่เข้าไปเดี๋ยวนี้ ข้าจะตัดหัวเจ้าก่อน"
มูยุลว่า "เดี๋ยวก่อน หึ ข้าเข้าไปเอง จะเอากระบี่มาให้ท่าน"
เฮยาตกใจ "มูยุล"
"ไม่ต้องห่วง ข้าจะเข้าไปเอง"

"เจ้าคิดง่ายเกินไป ถ้าใครกล้าล่วงเกิน สุสานของอดีตพระราชา งั้นก็สู้ ตายอยู่ตรงนี้ดีกว่า"
" คนตายไปแล้วยังจะถือกฎอะไรอีก ข้าอยู่ในถ้ำนี้ตั้งแต่เด็ก เรื่องอะไรจะยอมตายในที่นี้ ข้าต้องอยู่ต่อไป มีชีวิตอยู่ ถึงสามารถช่วยท่านได้ หึ"
เฮยาร้องไห้ "มูยุลๆ ฮือๆๆๆ"
มูยุลนึกถึงสมัยเด็กที่เขากับมาโนเข้ามาเจอชายแก่คนหนึ่ง มูยุลถามว่า
"ท่านปู่มาทำอะไรที่นี่ครับ"
"ข้าหรือ เฮ่อๆๆ ข้ามีหน้าที่ คอยเฝ้าสุสานของพระราชาจูมง หึๆๆ"
"เมื่อกี้เห็นท่านทำอะไรอยู่ครับ"
"แหะๆๆ อยากรู้มากหรือไง แหะๆๆ ดูให้ดีล่ะ เฮ่อๆๆ อึ้บ"
มูยุลดูอย่างตื่นตาตื่นใจ "โห"
"เฮ่อๆๆ พวกนี้เขาเรียกว่าค่ายกล ค่ายกลที่ข้าสร้างขึ้น แม้แต่ "แฮวา" ก็ไม่มีทางทำลาย เฮ่อๆๆ"
"แฮวา เป็นใครหรือครับ"
"สมัยก่อนนานมา เป็นขุนนางคนหนึ่งของพระราชา "ทัมกุง" ลือกันว่าเชี่ยวชาญเรื่องค่ายกลเป็นที่หนึ่ง เฮ่อๆๆ"
มูยุลเข้าไปในสุสานนานแล้ว คนร้ายจึงหันมา คิดจัดการกับเฮยา โชคดีที่มาโนพาองค์ชายแฮเมียงมาช่วยไว้ทัน และจัดการกับคนร้าย
มาโนถามเฮยา "เป็นไงบ้างครับ"
องค์ชายแฮเมียงเข้ามาดูเฮยา "หึ เจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม"
"ไม่เป็นไร"
มาโนถาม "มูยุลล่ะครับ ตอนนี้เขาอยู่ไหน"
"เด็กคนนั้น เกิดอะไรขึ้นหรือไง"
เวลานั้นมูยุลบาดเจ็บหนัก องค์ชายแฮเมียงมองเข้าไปในสุสานและกล่าวว่า
"ข้างในนั้น เต็มไปด้วยค่ายกลสารพัด น่ากลัวมากไม่ใช่หรือ"
มาโนอึ้ง "งั้น มูยุลจะเป็นไงบ้างครับ มูยุล เขาจะตายหรือเปล่า"
เฮยามองแฮเมียง "องค์ชาย"
"ข้าจะไปดูให้เห็นกับตา ว่าเด็กคนนั้นเป็นหรือตายแน่ หลีกไป หึ"
แต่แล้วมูยุลก็นำกระบี่ออกมาได้ ทุกคนอึ้งและร้องเรียกมูยุล
แม่ทัพเข้ามารายงานองค์ชายแฮเมียงว่า
"ค้นตัวคนร้าย เจอของสิ่งนี้พะยะค่ะ"
องค์ชายแฮดมกลิ่น แม่ทัพกล่าวต่อว่า
" เรียกว่าผงปลิดชีพ ถ้าใครทำงานล้มเหลว กินเข้าไปจะตายทันที อีกอย่าง เสื้อผ้าที่พวกเขาใส่เป็นชุดหนังแกะ แสดงว่า น่าจะเป็นทหารของแคว้นพูยอ ที่ใส่ในยามหน้าหนาวเท่านั้น ดูจากรูปการณ์ น่าจะมาด้วยคำสั่งอ๋องเทโซเป็นแน่"
แคว้นพูยอ แชบูทูลพระราชาเทโซว่า
"นี่คือองครักษ์ที่เพิ่งรับมาใหม่พะยะค่ะ"
" เลือกคนที่เก่งที่สุดมาประลองกับข้าหน่อย เพราะต่อไปชีวิตข้าจะขึ้นกับพวกเขา ยังไงก็ควรมีอะไรดีบ้างไม่ใช่หรือ ข้าจะทดสอบด้วยตัวเอง"
ทังโนทูล "เฮ่อๆ ฝ่าบาท งั้นคงต้องเตรียมตัวหน่อย เพราะองครักษ์ชุดนี้ ไม่ใช่ปราบได้ง่ายๆ"
"ถ้าข้าเป็นฝ่ายชนะล่ะ"
"หม่อมฉันจะถวายทาสร้อยคนให้ฝ่าบาทดีมั้ย"
"ก็ดี ถ้าข้าเป็นฝ่ายแพ้ ก็มอบทาสร้อยคนให้ท่านเหมือนกัน งั้นก็เลือกคนเก่งมาให้ข้าเร็วๆ"
"ฝ่าบาท พวกเขาล้วนผ่านการคัดเลือกจากทหารที่มากประสบการณ์ และต้องฝึกซ้อมอย่างหนักจนมีวันนี้ เกิดทำร้ายฝ่าบาทเข้า"
"เฮ่อๆๆ ยิ่งใครมาสบประมาทว่าข้าแก่ก็ยิ่งต้องขอลองดู เฮ่อๆๆ เลือกมาซักคนเร็วเข้า"
เมื่อได้คนประลอง พระราชาเทโซตรัสว่า
"สัญญาระหว่างเราก็คือ ถ้าเจ้าสามารถชนะข้าได้ จะให้เป็นหัวหน้าองครักษ์ แต่ถ้าแพ้ละก้อ ข้าอาจสั่งประหารเจ้าก็ได้"
ปรากฏว่าทหารคนนั้นล้มพระราชาเทโซได้ ทรงแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าองครักษ์ และยังมอบทาสให้ทังโนอีกร้อยคน พร้อมตรัสว่า
"แต่ข้ามีงานสำคัญอย่างหนึ่งอยากให้ท่านช่วยหน่อย"
"เชิญรับสั่งมาได้"
"ไปดูความเคลื่อนไหวของทหารตามชายแดนและประเมินสถานการณ์ด้วย"
"หม่อมฉัน น้อมรับพระบัญชา"
ขุนนางเข้ามาทูลว่าหัวหน้ากลุ่มนักรบทมิฬกลับมาแล้ว พระราชาเทโซรีบออกไปสอบถามผลงาน พอทราบว่าล้มเหลวก็ทรงโกรธมาก
แชบูรีบเตือน "ฝ่าบาทอย่าทรงกริ้วเลย"
" เราใช้เวลาเป็นสิบปีในการหาสุสานของจูมง เพื่อกระบี่เล่มเดียว ข้าต้องทุ่มเทขนาดไหน แล้วมาบอกว่าล้มเหลวงั้นหรือ กว่าจะฝึกนักรบทมิฬขึ้นมา ข้าต้องเสียอะไรไปบ้าง แล้วจู่ๆ ก็ตายหมดซะอย่างงั้น หึ ถ้าไม่สามารถหากระบี่ให้พบ ข้ากับโกคูรยอ จะต้องเปิดศึกในเร็ววันนี้ หึ"
000000000000
ทางด้านพระราชายูริ คูชูนำธนูขึ้นมาถวายให้ทอดพระเนตร
"ธนูคันนี้ ทำจากไม้ "ถานมู่" จึงยิงได้ไกลกว่าปกติถึง 4 เท่า"
"ถ้าจะผลิตเพิ่มขึ้นแล้วส่งให้ทหารใช้ ต้องใช้เวลาแค่ไหน"
"ปัญหาอยู่ที่เวลาในการผลิต ถึงเร่งยังไงก็ต้องใช้เวลาถึง 2 ปีพะยะค่ะ"
"ยอจิน"
"พะยะค่ะ"
"ไปเอากระบี่มาซิ ข้าอยากดูว่าเพลงกระบี่เจ้าก้าวหน้าถึงไหน ตั้งใจฝึกหรือเปล่า เอากระบี่ของเจ้ามาเร็ว"
พระมเหสีมียู พระมเหสีองค์ใหม่ทรงดุ "ยืนเฉยทำไม ไปเอามาสิ"
องค์ชายยอจินทูลว่า "วันนี้ หม่อมฉันไม่ได้พกกระบี่ ที่ทรงประทานมาด้วย"
"ไม่ได้เอามาหรือ อย่าบอกนะว่าทำหายน่ะ"
" หม่อมฉัน ไม่ชอบเรื่องการต่อสู้ รู้ดีว่าไม่มีพรสวรรค์ ฉะนั้น จึงเอากระบี่ที่ทรงประทาน ไปมอบให้ช่างฝีมือคนหนึ่ง เพื่อแลกกับสิ่งที่หม่อมฉันต้องการ"
พระราชายูริทรงโกรธ "เป็นถึงองค์ชายแท้ๆ กลับไม่เห็นความสำคัญของกระบี่ ข้าเคยสั่งไว้ ต้องเก็บรักษาให้ดีไม่ใช่หรือ ของที่เอากระบี่ไปแลก มันคืออะไรบอกมาซิ"
องค์ชายยอจินอึกอัก นำออกมาให้พระราชายูริทอดพระเนตร
"นี่มันเป็นเครื่องประดับนี่"
"หม่อมฉันทำเองพะยะค่ะ หม่อมฉัน เอากระบี่ไปให้ช่างคนนั้น เพื่อแลกความรู้ในการทำเครื่องประดับ"
พระราชายูริทรงหัวเราะออกมา "ฮ่าๆ ฮ่าๆ ทำได้ขนาดนี้ ให้เจ้าเป็นช่างฝีมือก็คงดีไม่น้อย"
"ถ้าฝ่าบาททรงอนุญาต หม่อมฉันก็อยากเป็นช่างฝีมือ หม่อมฉันจะสร้างสรรค์ ของใช้ในงานพิธีต่างๆ"
พระ มเหสีมียูดุ "พูดเหลวไหลน่ะ ฝ่าบาท ให้โอกาสลูกคนนี้ ได้แสดงผลงานบ้างเถอะเพคะ เพราะวันๆ ไม่มีอะไรทำ ถึงได้สนใจแต่เรื่องไร้สาระ"
"ถ้าเจ้าสนใจทางนี้ ก็ไปห้องงานฝีมือ ประดิษฐ์สิ่งของไว้สำหรับงานพิธี นั่นก็มีความหมายเหมือนกัน"
"พะยะค่ะ หม่อมฉันจะทำให้ดี"
เมื่อเสด็จออกมาแล้ว พระมเหสีมียูทรงดุองค์ชายยอจินอีก
"เครื่องประดับหรือ เป็นถึงองค์ชายแท้ๆ กลับสนใจเรื่องเครื่องประดับ"
"นั่นเป็นสิ่งที่หม่อมฉันชอบ"
" ยังไม่รีบหุบปากอีก หึ องค์ชายใหญ่มีศัตรูรอบด้าน เกิดวันไหนเขาเป็นไรไป ใครจะขึ้นเป็นรัชทายาทแทน คือเจ้าเท่านั้น เพราะฉะนั้น เลิกสนใจสิ่งที่ไร้แก่นสารต่อชีวิตซะที"
เคยูมาเฝ้าปากถ้ำและชวนแม่ทัพคุย เขาถามท่านแม่ทัพว่า
"ว่าแต่ หัวหน้าช่างเขียน เป็นอะไรกับองค์ชายหรือครับ"
"หัวหน้าช่างเฮยา เป็นนางในขององค์ชายโทจู"
เคยูตกใจ "หา องค์ชายโทจู คือเชษฐาที่สิ้นพระชนม์ขององค์ชายแฮเมียงนี่"
" อึม หลังจากองค์ชายโทจูสิ้นพระชนม์ ตามหลักเฮยาต้องถูกฝังด้วย แต่องค์ชายทรงช่วยนางไว้ เลยทำให้องค์ชาย ถูกมองว่าพอพระทัยหญิงที่เป็นสมบัติของพระเชษฐา"
"จริงๆ พวกเขา ก็พอใจกันและกันอยู่"
องค์ชายแฮเมียงมีรับสั่งกับเฮยาว่า
" ข้าได้สั่งเพิ่มกำลังทหาร มาเฝ้าอยู่หน้าถ้ำแล้ว เจ้าคงจะวางใจได้ หลายปีนี้ เพราะข้าเลินเล่อเกินไป นึกว่าอยู่ห่างเจ้านั่นคือการปกป้อง ต่อไปจะไม่ทำอย่างงั้นอีก"
"องค์ชาย โปรดอย่าเปลี่ยนความตั้งใจ"
"เฮยา"
" เพราะหม่อมฉัน ทำให้องค์ชายลำบากมามาก และทรงเป็นทุกข์ จำไม่ได้แล้วหรือเพคะ หม่อมฉัน ไม่อยากเป็นอุปสรรค ต่ออนาคตขององค์ชาย แต่จนวันนี้ หม่อมฉันมีเรื่องขอร้อง บอกฐานะมูยุลให้หม่อมฉันรู้ เด็กคนนี้ สามารถเข้าถึงแท่นบูชา ที่ใครก็ไม่อาจเข้าถึงจนได้กระบี่ออกมา แม้ว่าหม่อมฉัน จะรู้ว่า เขาคงไม่ใช่คนธรรมดา แต่นี่ก็ทำให้ตกใจมากแล้ว เขาเป็นใครหรือเพคะ จริงๆ แล้ว เขาเป็นอะไรกับองค์ชายหรือเปล่า"
"ตอนนี้ ข้ายังบอกอะไรเจ้าไม่ได้ ถึงเวลาก็จะรู้เอง จงอย่าถามอีกเลย"
" หม่อมฉันจนปัญญา ไม่อาจสั่งสอนเขาให้ดีได้ เด็กคนนี้ คิดจะออกไปอยู่ตลอดเวลา สิ่งที่เขา สนใจต่อโลกภายนอกนั้น หม่อมฉันไม่รู้จะห้ามยังไงดี ต่อไป ให้องค์ชายสอนเขาเองดีกว่า"
องค์ชายแฮเมียงมาบอกเคยูว่าจะให้สอนมูยุลกับมาโนฝึกดาบ และเมื่อมูยุลกับมาโนมาพบเคยู เขาก็แนะนำตัว
" ข้าชื่อ เคยู นับแต่วันนี้ไป ชีวิตของพวกเจ้าจะอยู่ในมือข้า หรือก็คือ ข้าบอกให้ไปตายก็ต้องตาย บอกให้อยู่ก็ต้องอยู่ เอาล่ะ เรามาเริ่มได้แล้ว เด็กๆ"
"ครับ ท่านแม่ทัพ"
"เอากระบี่ให้พวกเขายืม"
มาโนรับมาแล้วร้อง "อุ๋ย"
" หึ นั่นคือกระบี่ของแท้ จะเอามาฆ่าข้าก็ตามสบาย แต่ถ้าฆ่าข้าไม่ได้ละก้อ ข้าอาจฆ่าพวกเจ้าแทนก็ได้ มองอะไร เข้ามาซี่ เฮ่อ พลาดโอกาสที่ข้ามอบให้ซะแล้ว ถึงทีข้าบ้างล่ะ เฮ้ย"
และเมื่อทดสอบฝีมือแล้วเคยูก็สั่งให้ทั้งสองไปอยู่คอกม้า
มา โนบ่น "โอ๊ย ข้าไม่อยากทำอีกแล้ว ออกจากถ้ำมาเพื่ออะไร วันๆ มีแต่เก็บอึม้ากับซักผ้า วันดีคืนดีก็ถูกซ้อมแทบกระอัก ข้าขอกลับไปดีกว่า ไปกับข้าเถอะนะ หือ"
"อยากไปก็ไปเอง ข้ามีงานต้องทำอีก"
"งานอะไร"
"ก่อนอื่น คือเอาชนะเคยู เรื่องอื่นข้าไม่อยากคิด คิดแต่จะชนะเขายังไง แค่นี้ก็พอแล้ว"
"เจ้าเพี้ยนแล้วหรือไง ฝีมือเขาอยู่ในเมืองโชบุนแทบไม่มีใครสู้ได้ แล้วเจ้าจะชนะได้ไง"
"ซักวันหนึ่ง คงชนะได้"
"วันนั้นคือวันไหนเล่า ถ้ายังทำงานอยู่อย่างงี้ โอ๊ย อยากจะบ้า อะไรก็ไม่รู้"
มู ยุลกับมาโนได้พบกับพักโซ มูยุลคิดจะทวงสร้อยคืน พอดีเขาเห็นเคยูจึงขอให้ช่วย ว่าแล้วมูยุลก็บุกเข้าไปทวงสร้อย แต่กลับถูกพักโซอัดไม่เป็นท่า แถมเคยูก็ไม่ช่วย เขาจึงต่อว่า แต่เคยูบอกว่า
"เมื่อกี้บอกว่าจะช่วยเราไม่ใช่หรือ" มูยุลต่อว่า
" ใช่ แต่ว่า ข้าไม่รู้ว่าพวกเขาเป็นนักเลงหัวไม้ ในฐานะแม่ทัพแห่งโกคูรยอ จะให้ลดตัวไปสู้กับอันธพาลได้ไง เรื่องแค่นี้ พวกเจ้าก็จัดการเองสิ เฮ่ย"
มูยุลโกรธแทบจะกินเลือดกินเนื้อ แต่เคยูกลับชอบใจ
"ดีมากเจ้าหนุ่ม ข้าอยากเห็นแววตาแบบนี้ เมื่อมีแววตาเคียดแค้นแล้ว พรุ่งนี้เราก็เริ่มฝึกการต่อสู้ได้"
องค์หญิงเซยูแอบเสด็จออกมาชมการค้าในเมืองหลวง องค์ชายแฮเมียงทรงเห็นก็เข้ามาทัก
"หึ เจ้าพี่"
"เฮ่อๆๆ เซยู ข้าเคยบอกแล้วไงว่า อย่าไปข้างนอกคนเดียว"
"ก็มันเบื่อนี่นา อยู่ในวังทุกวัน เหมือนนกน้อยในกรงทอง"
"เฮ่อๆ เจ้าน่าจะออกเรือนได้แล้ว พี่จะหาคนดีๆ ให้ หึๆ"
"ข้าน่ะ มีคนที่ชอบพออยู่แล้ว"
"หือ พี่รู้จักด้วยหรือเปล่า"
"รู้จักสิ เจ้าเมืองโชบุนไงล่ะคะ หึๆ"
"เฮ่อๆๆ อำพี่เก่งนักนะ เฮ่อๆๆ"
องค์หญิงเซยูหัวเราะชอบใจ
องค์ชายแฮเมียงเข้าเฝ้าพระราชายูริ ทรงตรัสถามว่า
"มีคนบุกรุกสุสานหลวง รู้หรือเปล่าว่าเป็นฝีมือพวกไหน"
"คิดว่าเป็นนักรบทมิฬ ของอ๋องเทโซพะยะค่ะ"
"นักรบทมิฬหรือ"
" ใช่ ได้ยินว่าหลายปีนี้ อ๋องเทโซได้ซุ่มฝึกปรือนักรบกลุ่มหนึ่ง เพื่อทำหน้าที่สอดแนมในประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากฝีมือสูงแล้ว ยังไปมาว่องไว ปกติ จะขึ้นตรงต่ออ๋องเทโซ ให้ทำงานอย่างลับๆ พะยะค่ะ ฝ่าบาท สุสานหลวง เป็นที่ๆ แม้แต่ชาวโกคูรยอยังไม่รู้จัก และไปไม่ถูกด้วยซ้ำ แต่กลับมีคนนอกไปบุกรุก ก็มีแต่ชาวพูยอเท่านั้น และการเจาะจงไปยังที่นั้น จุดประสงค์เพื่ออะไร ไม่บอกก็รู้อยู่แล้ว"
"ต้องการกระบี่ของพระราชาจู มง เพราะเทโซมีความเชื่อว่า ใครได้ครอบครองกระบี่เล่มนี้ก็จะเป็นจ้าวแห่งดินแดนทางเหนือ จึงต้องการเอากระบี่ไป จากนั้นค่อยมาตีโกคูรยอของเรา"
"ถ้าเขามีแผนแบบนี้จริง เราต้องหาทางรับมือนะพะยะค่ะ"
"หัวหน้าองครักษ์อยู่มั้ย"
แทชองเข้ามา "พะยะค่ะ"
"ไปตามท่าน แพกึย มาพบข้าเดี๋ยวนี้"
คูชูอธิบายให้องค์ชายแฮเมียงฟังว่า
"หึ คนๆ นี้ก็คือแพกึย เป็นลูกบุญธรรมของหัวหน้าเผ่าพีรู ฝ่าบาททรงแต่งตั้งให้เป็นอำมาตย์ฝ่ายขวา"
"ลูกชายหัวหน้าเผ่าพีรู ได้เป็นถึงอำมาตย์ ทำไมมอบตำแหน่งแบบนี้ ให้คนของเผ่าพีรูได้ล่ะ"
" หม่อมฉันก็เคยทูลเตือนฝ่าบาท แต่ทรงโปรดปรานและไว้วางพระทัยเขามากกว่าใคร ทุกวันนี้ ไม่ว่าราชกิจใหญ่น้อยก็ทรงหารือกับแพกึยคนเดียว"
ทางด้านแพกึยทูลพระราชายูริว่า
" ทุกวันนี้เทียนเฉาถูกบรรดาพระญาติกุมอำนาจไว้หมด จนไม่แก่ใจไปยุ่งกับพูยอ ยิ่งเทียนเฉาวุ่นวายเท่าไหร่ พูยอก็จะฉวยโอกาสมาตีเรา เราคงไม่มีทางรับมือได้"
"ฝ่าบาท หม่อมฉันแทชอง"
"เข้ามา"
"ฝ่าบาท พูยอส่งทูตมาพะยะค่ะ" แทชองทูล
แช บูเข้าเฝ้าพระราชายูริ "ทรงสำราญดีมั้ยพะยะค่ะ หม่อมฉันนำราชสาส์นจากอ๋องเทโซมาถวาย ทรงมีรับสั่งว่า เพื่อมิตรภาพที่ดีต่อกัน ขอเชิญพระราชาโกคูรยอเสด็จไปพบฝ่าบาทของเราซักครั้ง"
คูชูโมโห "ช่างบังอาจสิ้นดี กล้ามาสั่งฝ่าบาทของเราเชียวหรือ"
" จ้าวแห่งภาคเหนือมีคนเดียว คืออ๋องเทโซแห่งแคว้นพูยอ ต่อมาถึงมีท่านจูมง อ้างตัวเป็นโอรสแห่งสวรรค์ สถาปนาเป็นพระราชา พฤติกรรมที่โอหังแบบนี้ ฝ่าบาทของเราจะไม่นิ่งดูดายอีก"
แทชองโกรธ "หุบปากเดี๋ยวนี้ กล้ามาเพ้อเจ้อ อยากตายหรือไง"
พระราชายูริรับสั่งว่า "เจ้าถอยไป"
"เสด็จไปพบอ๋องเทโซ แล้วยอมอ่อนข้อซะดีกว่า มีแต่ทางนี้ถึงจะช่วยโกคูรยอได้"
องค์ชายแฮเมียงทรงคัดค้าน "ฝ่าบาทจะเสด็จไปพูยอ ไม่ได้ อย่าไปนะพะยะค่ะ"
แพกึยแย้งว่า "ถ้าไม่ไป สงครามก็จะเกิดขึ้น ถ้าฝ่าบาทไม่ยอมเสด็จไป ก็เท่ากับว่า เราจะประกาศศึกกับแคว้นพูยอ"
องค์ชายแฮเมียงขึ้นเสียง "ประกาศก็ประกาศไปสิ อย่างมากก็แค่ทำสงคราม แม้ว่ากำลังของเราจะน้อยกว่าพูยอ แต่จะยอมรับความอัปยศได้ยังไง"
แพ กึยปราม "องค์ชาย หม่อมฉันรู้ว่าข้อเรียกร้องของอ๋องเทโซถือว่าเกินไป แต่ว่า ถ้าเราเปิดศึกกับพวกเขาจริง นั่นคือสิ่งที่อ๋องเทโซต้องการจะเห็น แม้เราจะโกรธแค้น แต่นี่ยังไม่ใช่เวลาที่จะประกาศตัวเป็นศัตรูกับพูยอ"
พระราชายูริทรงเห็นด้วย "ท่านอำมาตย์พูดถูกแล้ว"
องค์ชายแฮเมียงไม่พอพระทัย "ฝ่าบาท ถ้าเราทำตามข้อเรียกร้อง ก็แปลว่าโกคูรยอยอมเป็นเมืองขึ้นของ พูยอ"
"ไม่ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร ขอเพียงอ่อนข้อแล้วเราได้ประโยชน์,ข้าก็ยินดีเสมอ ข้าจะไปพูยอด้วยตัวเอง ส่งข่าวให้บรรดาหัวหน้าเผ่ารู้ด้วย"
"พะยะค่ะฝ่าบาท"
แพกึยมาเข้าเฝ้าองค์ชายแฮเมียงเป็นการส่วนตัว
"หม่อมฉันคือแพกึย ตามหลักน่าจะมาเฝ้านานแล้ว แต่ติดขัดที่ฐานะก็เลยไม่สะดวก"
"ข้าไม่รู้ว่าท่านทำยังไงถึงเป็นคนโปรดของฝ่าบาท แต่ข้าไม่ไว้ใจคนของเผ่าพีรู"
" การที่ฝ่าบาททรงตั้งหม่อมฉันเป็นอำมาตย์ ก็เพื่อคลายความบาดหมางระหว่างราชสำนักกับชนเผ่าทั้งหลาย และตอนนี้ ถึงเวลาที่ควรปรองดองได้แล้ว"
"ข้าเห็นด้วยกับท่าน เราต้องปรองดองถึงจะแก้ปัญหาของบ้านเมืองให้ลุล่วงได้ แต่เผ่าพีรูของท่าน เหมือนพวกหน้าเนื้อใจเสือ ถ้ากล้าทำอะไรบุ่มบ่ามละก้อ ข้าจะไม่ให้อภัยท่าน จงจำไว้ด้วย"
แพกึยไปบอกข่าวนี้กับซังกา
"ยูริจะไปแคว้นพูยอหรือ"
"ใช่ครับ ข้าเป็นคนสนับสนุนเขาเอง"
" อึมม์ เจ้าตัดสินใจผิดแล้ว คิดว่าถ้ายูริยอมอ่อนข้อให้เทโซ จะเป็นผลดีหรือผลร้ายต่อเรา ยูริยอมก้มหัวเพื่อรักษาบัลลังก์ของเขาไว้แล้วหลังจากนั้น ถ้าเราคิดการใหญ่หวังโค่นล้มเขาก็จะยิ่งลำบากมากกว่าเดิมอีก เจ้าเป็นคนของเผ่าพีรู ไม่ใช่อำมาตย์ของโกคูรยอ ถ้าได้ตามยูริไปแคว้นพูยอก็ถือโอกาสนี้ สังเกตท่าทีของอ๋องเทโซแล้วมารายงานข้าเข้าใจมั้ย"
"ครับ" แพกึยออกไป
บ่าวของซังกากล่าวว่า "คนๆ นี้ ท่านไว้ใจเขาหรือครับ เขาคิดอะไรอยู่ในใจกันแน่ ข้าแทบอ่านไม่ออกเลย"
" ฮึ่ม นี่แหละคือเหตุผลที่ข้ารับเขาเป็นลูก รู้จักเก็บงำความรู้สึกทุกอย่าง ขนาดเป็นลูกบุญธรรมข้าแท้ๆ ยังเป็นคนโปรดของยูริได้เลย หึๆๆ"
พระราชายูริเสด็จไปเข้าเฝ้าพระราชาเทโซ
"ทรงสำราญดีมั้ยพะยะค่ะ"
"เดินทางมาไกลคงเหนื่อยสินะ"
"มียาที่กินแล้วช่วยให้อายุยืน ส่วนของใช้ที่ผลิตจากหยก ก็เป็นสิ่งมงคลที่หายาก ขอฝ่าบาทจงมีพระชนม์ยืนยาว"
" โกคูรยอ ว่าไปก็คือเมืองน้องที่แยกตัวไปจากพูยอของเรา เมื่อน้องยอมมาฝากเนื้อฝากตัวก็ถือเป็นเรื่องน่ายินดี ในเมื่อเป็นคนกันเอง ให้จัดงานเลี้ยงเต็มที่หน่อยนะ"
แชบูน้อมรับ "พะยะค่ะ"
พระราชาเทโซ ตรัสต่อว่า "เป็นสิ่งมงคลสื่อถึงความมีอายุยืนหรือ เฮ่อๆๆ ข้ากับจูมงเป็นพี่น้องที่โตด้วยกันมา เจ้าก็คือหลานข้า ต่อไปจะเรียกลุงก็ได้นะ"
"คำสอนของเสด็จลุง หม่อมฉันจะจำใส่ใจไว้"
" ข้าน่ะ เหมือนได้ลูกหลานมาเพิ่มอีกคน เฮ่อๆๆ ได้ข่าวว่าวันที่จูมงตาย มีมังกรเหินลงจากฟ้า และเขาก็ขี่มังกรขึ้นสวรรค์ไป จริงหรือเปล่า"
"นั่นเป็นคำพูดของชาวบ้าน ที่ลือกันส่งเดช"
" นั่นสิ ข้าก็ว่างั้น คนธรรมดาตายไป จะมีมังกรมารับไปขึ้นสวรรค์ได้ยังไง ขนาดผู้ยิ่งใหญ่อย่างจูมง สุดท้ายยังไม่พ้นความตาย ทิ้งอำนาจให้อยุ่เบื้องหลัง แต่ว่าถ้าต้องการเสวยอำนาจต่อไปละก้อ เจ้าคงต้อง ยอมก้มหัวให้กับแคว้นพูยอของเรา แล้วสงครามก็จะไม่เกิดขึ้น เข้าใจหรือเปล่า"
"เข้าใจพะยะค่ะ หม่อมฉัน ยินดีสวามิภักดิ์ต่อพูยอ"
"เฮ่อๆๆ จะให้ข้า เชื่อคำพูดของลูกชายจูมงได้ยังไง"
"ถ้าอย่างงั้น หม่อมฉันจะแสดงให้เห็นถึงความจริงใจ"
ทางด้านมูยุลกับมาโนก็กำลังฝึกซ้อมกับเคยูอยู่ เคยูบอกทั้งสองว่า
" วันนี้ข้าจะทดสอบความก้าวหน้าในการฝึกของพวกเจ้า ใครอยากสุ้กับข้าก็ออกมา ไม่ว่าจะใช้วิธีไหน ขอเพียงสามารถเอาชนะข้า ข้าจะแถมเบี้ยหวัดให้หนึ่งเดือน หึ แต่ละคนช่างใจเสาะจริงๆ หึ ออกมา"
"ท่านบอกว่า ใช้วิธีอะไรก็ได้ใช่ไหม" มูยุลถาม
"แน่นอน"
มูยูลย้ำ "พูดจริงหรือเปล่า"
"ทำไมจะไม่จริง จะสู้ยังไงก็แล้วแต่เจ้า ใช้อาวุธชนิดไหน หรือแม้แต่มือเปล่าก็ไม่รังเกียจ โอ๊ะ โอ๊ย"
แล้วมูยุลก็ชนะเคยู ทำให้ถูกเคยูสั่งให้ไปอยู่หอเตือนภัย มูยุลจึงถามว่า
"หา ทำไมส่งเราไปที่นั่น"
"พอใจซะอย่าง อย่าพูดมากให้รำคาญได้ไหม"
"จะแก้แค้นที่มูยุลชนะท่านใช่ไหม" มาโนว่า
" บ้าหรือ เห็นข้าเป็นอะไรน่ะ เฮ่ย นั่นเป็นชายแดนที่ติดกับพูยอ ต้องคอยเฝ้าให้ดี อย่าทำเป็นประมาท ไม่งั้นถูกทหารพูยอฆ่าตายไม่รู้ด้วย"
มาโนบอกมูยุลว่า "นี่ ออกมาก็ดีเหมือนกัน เทียบกับการอยู่ในคอกม้า ถูกคนแกล้งทั้งวัน สู้ไปหอเตือนภัย ห่างไกลผู้คนดีกว่า"
"ไปก่อนถึงจะรู้"
"อย่าห่วงเลยน่า ไม่ว่าใครจะอยู่ที่นั่น ข้าก็ประจบเขาได้ หึ"
และเมื่ออยู่ที่หอเตือนภัย เคยูก็ถามหาน้ำมัน มาโนแปลกใจ
"น้ำมันอะไรอีกล่ะ"
"หึ โง่ซะจริง มีแค่ฟืนอย่างเดียวจะจุดไฟได้หรือเปล่า มันต้องราดน้ำมันก่อนไม่ใช่หรือ"
"เอ่อ เราแค่ เอาของใช้ที่จำเป็นติดตัวมา"
"เฮ่ย กลับไปอีกรอบซิ"
มาโนอึ้ง "หา เดี๋ยวก่อน ทางไม่ใช่ใกล้ๆ นะ"
"บอกให้ไปก็ไปซี่"
" หึ จะบ้าหรือ หึ" มาโนไปกับมูยุลพลางบ่น "เฮ่ย นี่ ข้าว่าหมอนี่ จงใจเป็นศัตรูกับเราแน่ ว่ามั้ย โอ๊ย ไม่เอาแล้ว ข้าจะไม่ไปไหนอีก ยอมตายอยู่นี่ ดีกว่าฟังคำสั่งบ้าๆ นั่น"
แต่ระหว่างทางทั้งสองก็เห็นคนกลุ่มหนึ่ง
"หา เฮ้ย หมอนั่น พวกเขา นั่นไปชายแดนนี่นา นี่ พวกเขาทำอะไร จะข้ามชายแดนไปหรือ.
"ตามมาเร็ว"
"ไปไหน นี่ๆ รู้มั้ยว่าเรากำลังจะข้ามแดนแล้ว"
"เงียบๆ ได้ไหมเล่า" มูยุลดุ
มูยุลบุกเข้าไปทวงสร้อยคืนจากพักโซ แต่พักโซดุกลับ
"เจ้านี่มันบ้าจริงๆ แต่คงไม่ได้แล้ว เจ้ามาเห็นความลับของเรา คงต้องตายซะ"
ทหารเข้ามาจับตัวมูยุลไป มาโนรีบกลับไปบอกท่านแม่ทัพ
"ท่านแม่ทัพๆ เกิดเรื่องแล้ว หึ มูยุลน่ะครับ เขาถูกทหารพูยอจับไป"
แม่ทัพรีบทูลองค์ชายแฮเมียง ทรงรับสั่งว่า
"ไปสั่งการเดี๋ยวนี้ เราจะระดมพล"
"องค์ชาย"
"ถ้าให้พวกมันนึกว่าเป็นไส้ศึก อาจจะถูกตัดหัวหมด"
"งั้นเราส่งสาส์นเจรจาไปก่อน ขอคุยกับแม่ทัพชายแดนแคว้นพูยอก็ได้"
"กว่าจะเจรจาสำเร็จ มูยุลคงถูกฆ่าไปแล้ว"
มูยุล มหาบุรุษพิชิตแผ่นดิน จบ 3

มูยุล มหาบุรุษพิชิตแผ่นดิน 4
มู ยุลซึ่งถูกควบคุมตัวไปยังชายแดนแคว้นพูยอนั้นถูกทรมานแสนสาหัส ด้วยความที่มูยุลถูกเข้าใจผิดคิดว่าเป็นสายลับ ทำให้มูยุลกำลังตกอยู่ในอันตรายไม่รู้ตายวันตายพรุ่งอย่างไร
เมื่อ องค์แฮเมียงทรงรู้เรื่องนี้ พระองค์ก็ทรงนำกำลังทหารไปประชิดชายแดนแคว้นพูยอเพื่อช่วยชีวิตมูยุลโดยทรง ไม่คำนึงว่าพระเจ้ายูริกำลังทรงเจริญสัมพันธไมตรีกับพระเจ้าเทโซที่แคว้นพู ยอ
แม่ทัพทูลองค์ชายแฮเมียงว่า
“ถ้าเราข้ามแดนไป จะถอยกลับไม่ได้อีกแล้ว ตอนนี้พวกหัวหน้าเผ่ายิ่งกำลังหาข้ออ้างสารพัดที่จะเล่นงานองค์ชายอยู่ ทำแบบนี้เท่ากับเข้าทางพวกเขานะพะยะค่ะ”
องค์ชายแฮเมีปยงทรงตรัสว่า "ถอยกลับไป”
"องค์ชาย ไหนๆ ก็ตัดความสัมพันธ์ไปนานแล้ว ถ้าไง ทรงลืมซะดีกว่า"
"ข้ามเขา ชอนมา แล้วใช้ทางลัด" พูดจบองค์ชายแฮเมียงก็ออกไปทันที
อีกด้านหนึ่ง นายกองกล่าวกับยอน
"ยังไงก็ต้องตายอยู่แล้ว อย่าเสียแรงเปล่าเลย"
"แม้จะเป็นศัตรู แต่ก็ไม่ควรเห็นชีวิตคนเป็นผักปลานะ" ยอนว่า
" ที่นี่เป็นชายแดนและเราเป็นทหาร ไม่จำเป็นต้องสงสารศัตรูที่รุกล้ำดินแดนของเรา คุณหนูทำแบบนี้เท่ากับช่วยเหลือคนผิด หากใครกล้าฝ่าฝืนจะถูกลงโทษอย่างหนัก นี่คือกฎของเราจงรู้ไว้ด้วย"
"ในเมื่อรู้กฎของทหารดี แล้วทำไมไม่รู้กฎหมายระหว่างบ้านเมืองบ้างล่ะ ตอนนี้พระราชาโกคูรยอมาอยู่ในแคว้นพูยอของเรา ท่านแม่ทัพไม่อยู่ อย่าทำให้เรื่องบานปลายจะดีกว่า" ยอนว่าแล้วก็เดินไป
นายกองหันไปดุทหาร "เฮ่ย สั่งแล้วว่าห้ามใครเข้ามาไง"
"ขอโทษครับ"
"หึ ฆ่าพวกมันซะ ข้าบอกให้ฆ่าพวกนั้นให้หมด"
ทหารไปนำตัวพวกพักโซและมูยุลออกมาจะประหาร พวกพักโซร้องขอชีวิต
"หยุดเดี๋ยวนี้" มูยุลเสียงดังกว่า
"ทำไม มีเรื่องสั่งเสียก่อนตายหรือไง" นายกองถาม
" ข้าน่ะ เป็นสายลับ หึ ส่วนพวกเขา เป็นชาวบ้านธรรมดาที่ไม่เกี่ยวข้องด้วย ปล่อยพวกเขาซะ หึ ทหารพูยอมีกฎอยู่ว่า จะไม่ฆ่าชาวบ้านที่ไม่ใช่สายลับ ไม่งั้นจะทำให้พวกท่านถูกผู้คนประณาม" มูยุลว่า
"ใครจะเป็นสายลับ หรือชาวบ้านก็ช่าง ข้าไม่สนใจทั้งนั้น สิ่งสำคัญก็คือ พวกเจ้าล่วงล้ำดินแดนของเรา ไม่งั้นรู้มั้ยว่า จะกลายเป็นข้ออ้างที่ดี ให้เรายกทัพไปตีโกคูรยอ ฆ่าให้หมด"
พวกนักเลงร้องขอชีวิตกันให้วุ่นวาย พอดีหัวหน้าทหารเข้ามารายงานว่ามีคนมาจู่โจม นายกองรีบถามว่าเกิดอะไรขึ้น
"ทหารโกคูรยอมาครับ"
"อะไรนะ รีบจัดการพวกเขาซะ" นายกองสั่ง
แต่มูยุลและพวกพักโซฮึดสู้ แล้วพากันหนีออกไป มูยุลได้พบกับพวกมาโนที่ตามมาช่วย
ภาย ในแคว้นพูยอ เนื่องจากพระราชาเทโซและพระราชายูริทรงมีความสัมพันธ์ฉันท์ลุงหลานกัน พระราชพิธีเลี้ยงต้อนรับได้ถูกจัดขึ้นอย่างสมพระเกียรติ พระราชาเทโซทรงประกาศว่า
"พระราชายูริกลับมาเป็นหลานข้าแล้ว นับแต่นี้โกคูรยอและพูยอจะเป็นบ้านพี่เมืองน้อง และข้าขอให้สัญญาว่า จะไม่ถือสาเรื่องเก่าเพื่อกระชับความสัมพันธ์อันดี เหล้าจอกนี้ ดื่มให้กับพูยอและโกคูรยอ เป็นมิตรที่ดีสืบไป มา ทุกคนดื่ม หลานรัก ออกมาหน่อยซิ มาประลองฝีมือกับข้า"
ทังโนทูลว่า "ฝ่าบาท ไม่ได้นะพะยะค่ะ ทำแบบนี้เท่ากับไม่ให้เกียรติโกคูรยอ"
"อะไรกัน ก็แค่ลุงกับหลานจะประลองฝีมือเท่านั้น จะต้องคิดถึงเกียรติบ้าบออะไรอีก ว่าไงล่ะ ยังไม่รีบออกมาหรือ เฮ่อๆๆ"
พระราชายูริรีบตรัสขึ้นก่อนที่เหล่าขุนนางจะทูลคัดค้านว่า "ไม่เป็นไร"
พระ ราชาเทโซตรัสถามพระราชายูริว่า "จะประลองยังไงดี เฮ้ยๆ ใช้กระบี่ เฮ้ย หรือว่าทวน หรือว่าธนู หรือจะใช้มือเปล่า ทุกอย่างแล้วแต่จะเลือก บอกมาเร็วว่าจะใช้อย่างไหน"
"หม่อมฉันขอเลือกกระบี่"
"ตกลง ไม่ได้ยินหรือไง เอากระบี่มาเดี๋ยวนี้ อยากรู้นักว่าหลานคนนี้จะเก่งแค่ไหน แสดงให้ข้าดูหน่อยซิ"
พระราชาทั้งสองต่อสู้กัน แล้วพระราชาเทโซก็ทรงหัวเราะออกมา
"ฮ่าๆๆ เจ้าน่ะ ถือว่าได้ออมมือให้คนแก่อย่างข้า เฮ่อๆๆ"
"ไม่ได้ออมมือหรอกพะยะค่ะ หม่อมฉันสู้ไม่ได้จริงๆ"
พระราชาเทโซทรงหัวเราะ แชบูเข้ามาทูล
"ฝ่าบาท หม่อมฉันมีเรื่องด่วนจะทูล"
แชบูเข้ามาทูลรายงานว่าองค์รัชทายาทแฮเมียงทรงยกทัพประชิดชายแดนแคว้นพูยอ พระราชาเทโซทรงกริ้วมาก
" ข้าอุตส่าห์หวังดีรับเจ้าเป็นหลาน แต่เปลือกนอกเจ้ามาคุกเข่าให้ข้า เบื้องหลังคือเล่นตลกใช่ไหม เด็กๆ จับตัวยูริและคนของโกคูรยอ ไปกักบริเวณไว้ก่อน"
แชบูทูลต่อว่า "ไม่ต้องลังเลอะไรอีกแล้ว รีบประหารยูริซะ แล้วประกาศสงครามเถอะ ฝ่าบาท นี่เป็นโอกาสทองของเรา"
ทังโนปรามไว้ "สืบให้รู้ความจริงก่อน ค่อยลงมือก็ยังไม่สาย"
แชบูไม่สน "พวกเขามาหยามเราชัดๆ มีอะไรต้องสืบอีก อย่าให้โกคูรยอมีเวลาตั้งตัว เราต้องรีบเผด็จศึกซะ"
ทัง โนค้านอีก "แต่ตอนนี้พระราชายูริยอมก้มหัวให้เราแล้ว แถมยังอยู่ในแคว้นพูยอของเราอีก ใครจะโง่ถึงขนาดก่อเรื่องในเวลานี้ หม่อมฉันว่า คงมีเบื้องหลังที่แม้แต่พระราชายูริ ก็ไม่ทรงทราบก็เป็นได้"
" ไม่ต้องให้พวกเขาเป็นเมืองขึ้นหรอก สู้เข้ายึดครองดีกว่า สังหารพระราชายูริ กำจัดองค์ชายแฮเมียง ทุกอย่างก็จบแล้ว นี่เป็นโอกาสทองที่หายาก ท่านยังกลัวอะไรอีก ฝ่าบาท โปรดอย่าทรงคิดอีกเลย สังหารยูริแล้วเปิดศึกกับ โกคูรยอซะ"
ด้านองค์ชายแฮเมียงก็มีรับกับเคยูว่าให้ส่งตัวมูยุลกลับไปที่ถ้ำเหมือนเดิม พร้อมสั่งให้ปิดเป็นความลับ เคยูพาทั้งสองเดินทางไปถ้ำ
มาโนถามว่า "ท่านแม่ทัพ เราจะไปไหนน่ะ"
"ไปถ้ำกิเลน" เคยูตอบ
"ไปถ้ำกิเลนหรือ ทำไมจะกลับไปที่นั่นอีก ข้ายอมรับโทษทุกอย่างแล้วไง ขอไม่กลับไปที่ถ้ำได้ไหม" มูยุลโวยวาย
เค ยูตบหน้ามูยุล "จนป่านนี้ ยังไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรลงไปอีกหรือ เพราะพวกเจ้าจะทำให้โกคูรยอกับพูยอเกิดสงคราม แม้แต่ฝ่าบาทก็อาจมีอันตราย เพราะตอนนี้ฝ่าบาท ประทับอยู่ในแคว้นพูยอ แต่ว่าเรากลับไปปะทะกับทหารชายแดน แล้วคิดว่าอ๋องเทโซจะยอมปล่อยพระองค์มั้ย ข้าไม่เข้าใจว่าทำไมองค์ชายถึงต้องช่วยพวกเจ้า แต่ถ้าไม่อยากตาย ก็จงไปอยู่ในถ้ำซะดีๆ ฮึ่ม"
เฮยาเห็นสภาพมูยุลก็บอกว่าต้องรักษาตัวก่อน
พระราชายเทโซให้แชบูมาตามพระราชายูริไปเฝ้า
"ฝ่าบาท ที่หม่อมฉันแสดงความจริงใจไปนั้นยังไม่พออีกหรือ จะให้ทำไงถึงเชื่อว่าหม่อมฉันภักดีจริง" พระราชายูริตรัส
"ข้ายังเชื่อใจเจ้าอยู่"
"ถ้าอย่างงั้น ทำไมถึงให้กักตัวหม่อมฉันไว้ หม่อมฉันทำอะไรผิดไม่ทราบ"
"เจ้าน่ะ ผิดที่อบรมลูกไม่เป็น องค์ชายแฮเมียงพาทหารมาล่วงล้ำชายแดนของเรา"
"เรื่องนี้เป็นไปไม่ได้ คิดว่าฝ่าบาท คงได้รับรายงานข่าวที่เป็นเท็จมากกว่า"
" ใช่ ข้าก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกัน เพราะฉะนั้นเลยส่งคนไปสืบแล้วสืบอีก สุดท้ายก็เป็นเรื่องจริง องค์ชายแฮเมียงเข่นฆ่าทหารของเราอย่างเหี้ยมโหด ทำไมเขาถึงทำเรื่องแบบนี้ออกมาได้ พ่อยังอยู่ในเมืองพูยอแท้ๆ ทำไมเขาถึงไม่คิดและกล้าบุ่มบ่าม หรือว่าเบื้องหลังคืออยากให้เจ้าตายซะ ลูกชายเจ้า คิดจะครองบัลลังก์แทนเจ้าซะแล้ว"
"หม่อมฉันไม่เชื่อ เป็นไปไม่ได้"
" หึ ดื่มเร็วเข้า ข้าเข้าใจความรู้สึกของเจ้าในตอนนี้ดี เหมือนที่สมัยก่อนข้าไว้ใจจูมง แล้วเขาก็หักหลังข้า มันเป็นความรู้สึกที่เจ็บปวดนัก เฮ่อๆๆ ที่จริงแล้ว ข้าสามารถฆ่าเจ้าและไปตีโกคูรยอ แต่ข้าจะปล่อยเจ้าเพราะไหนๆ ก็เป็นหลานชาย ข้าควรใจกว้างกับเจ้าหน่อยจริงมั้ย"
"พระเมตตาของฝ่าบาท หม่อมฉันจะไม่มีวันลืม"
" แต่ว่า เจ้าต้องจำไว้เรื่องหนึ่ง กลับไปเข้มงวดกับลูกชายให้ดี ถ้ากล้ามาล่วงเกินพูยอของเราอีก ข้า จะให้เขาจบชีวิตต่อหน้าต่อตาเจ้า"
มูยุลนึกถึงคำพูดของเคยู เขาจึงถามเฮยาว่า
" ข้ามีเรื่องจะถาม องค์ชายเป็นคนยังไงครับ ทำไมต้องช่วยข้าไว้ ยอมเสี่ยงกับการทำสงคราม เพื่อช่วยชีวิตคนต่ำต้อยอย่างข้า ข้าไม่เข้าใจเลย"
" องค์ชายที่ข้ารู้จัก ก็คือคนแบบนี้ ทุกอย่างที่อยู่ในโกคูรยอ แม้แต่สัตว์เลี้ยงก็ยังให้ความเมตตา สาอะไรกับคนที่เขารู้จัก กำลังจะมีอันตราย แล้วจะไม่ช่วยได้ยังไง"
"แต่ข้าผิดวินัยทหาร ต่อให้ทรงมีเมตตาขนาดไหน กับคนที่ทำความผิด ไม่น่าจะให้อภัยง่ายขนาดนี้ ทำไมข้าถึงได้รับสิทธิ์พิเศษอยู่เรื่อยครับ"
"เรื่องนี้ ไว้ถึงเวลา เจ้าไปถามเขาเองดีกว่า"
องค์ชายแฮเมียงได้รับข่าวว่าพระราชายูริเสด็จกลับแล้ว และเสด็จมาที่นี่ เมื่อพระราชายูริพบหน้าองค์ชายแฮเมียงทรงตรัสถามทันที
"ทำไมทำเรื่องแบบนี้โดยไม่บอกก่อน"
"หม่อมฉันสมควรตาย หม่อมฉันยินดีรับการลงโทษทุกอย่าง แล้วแต่เสด็จพ่อ"
" เป็นถึงรัชทายาท กลับทำให้พ่อตัวเองและบ้านเมืองเดือดร้อน มันก็ควรตายอยู่แล้ว แต่ข้าอยากรู้ว่า อะไรทำให้เจ้าสิ้นคิดขนาดนี้ บอกมาเร็วๆ ทำไมไม่ยอมอธิบายล่ะ จะรนหาที่ตายใช่ไหม เจ้าคิดชิงบัลลังก์จากข้าจริงหรือ"
"หม่อมฉัน จะไม่อธิบายอะไรทั้งสิ้น"
"เจ้าลูกชั่ว บังอาจลบหลู่ข้าถึงเพียงนี้หรือ ถ้าไม่พูด ข้าจะฆ่าเจ้า"
คูชูช่วยทูลกล่อม "ฝ่าบาท สงบสติไว้ก่อน"
เวลานั้นแพกึยทราบเรื่องจากผู้ช่วยก็แปลกใจ
"เพียงแค่จะช่วยทหารคนหนึ่ง ถึงกับไม่ลังเลเชียวหรือ"
"ข้าก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกัน แต่มันเป็นเรื่องจริงครับ"
"แล้วทหารคนนั้นเป็นใคร มีเหตุผลอะไร ถึงทำให้องค์ชายวู่วามขนาดนี้"
"ทหารที่ถูกช่วยมา หลังจากเกิดเหตุแล้ว ก็หายตัวไปจากค่ายฝึกน่ะครับ ไม่มีใครรู้ว่า เขาไปอยู่ไหนแน่"
พระราชายูริยังทรงเคืองพระทัยองค์ชายแฮเมียงไม่น้อย
" แฮเมียง เป็นถึงรัชทายาทกลับทำความผิดที่ไม่อาจให้อภัย เห็นแก่ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างโกคูรยอกับแคว้นพูยอ ข้าจึงคิดว่าจะจัดการเรื่องนี้เพื่อให้อ๋องเทโซพอใจ โดยการลงโทษแฮเมียงให้หนัก ฉะนั้นไม่เพียงปลดจากตำแหน่งเจ้าเมืองโชบุนเท่านั้น ยังให้ลดอำนาจของการเป็นรัชทายาทด้วย"
คูชูถอนใจ "เฮ่อ ฝ่าบาท องค์ชายมีความผิดก็จริง แต่ลงโทษเช่นนี้ออกจะหนักไปหน่อย ขอทรงไตร่ตรองใหม่ด้วย"
แม่ทัพก็เห็นด้วย "ฝ่าบาท องค์ชายปกครองเมืองโชบุนจนร่มเย็น และชาวบ้านที่นี่ก็รักองค์ชายมาก ถ้าไงทรงถอนรับสั่งคืนด้วย"
"แล้วทำไงถึงจะให้พูยอหายโกรธเราได้ ให้เปิดศึกกับพวกเขาหรือไง"
องค์ชายแฮเมียงก้มลง "หม่อมฉัน น้อมรับพระบัญชาของฝ่าบาท"
"ท่านอำมาตย์ขวา" พระราชายูริเรียก
แพกึยน้อมรับ "พะยะค่ะฝ่าบาท"
"ให้ท่านอยู่เมืองโชบุนแทน ทำหน้าที่เป็นคนกลางไกล่เกลี่ย รักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับพูยอไว้"
"หม่อมฉันจะทำงานให้ดี ไม่ให้ฝ่าบาททรงผิดหวังพะยะค่ะ"
"ส่วนเจ้าก็ช่วยท่านอำมาตย์ทำงาน เพื่อชดเชยความผิด เขาเป็นคนฉลาด เจ้าจะได้เรียนรู้ ว่าอะไรคือการผูกสัมพันธ์กับแคว้นอื่นๆ"
"รับด้วยเกล้าพะยะค่ะ"
"ก่อนจะกลับไปเมืองหลวง ข้าจะไหว้สุสานของพระราชาจูมง ท่านอำมาตย์ ช่วยไปเตรียมการด้วย"
"พะยะค่ะฝ่าบาท"
เคยูไม่พอใจกับรับสั่งของพระราชายูรินัก
"ทำแบบนี้ไม่ถูกนะพะยะค่ะ องค์ชายจะเป็นลูกน้องท่านอำมาตย์ได้ยังไง"
แม่ทัพเห็นด้วย "หรือไม่ทูลฝ่าบาท ขอกลับไปเมืองหลวงจะดีกว่า"
องค์ ชายแฮเมียงกลับบอกว่า "อยู่อย่างงี้ก็ยิ่งดี หลายปีนี้ข้าแทบไม่มีเวลาเป็นส่วนตัว ต่อไปจะได้ไปล่าสัตว์กับพวกเจ้า อ่านหนังสือที่น่าสนใจบ้าง"
"องค์ชาย"
"ข้ายังมีงานต้องทำในโชบุนมากนัก ข้าอยู่ได้ ไม่ต้องห่วงหรอก"
ที่ถ้ำ มาโนเห็นมูยุลทำอะไรอยู่ก็เข้าไปขอดู แต่มูยุลบอกว่าไม่มีอะไร
"เชอะ อ้อ ฝ่าบาทเสด็จมาสุสานหลวงแน่ะ" มาโนว่า
มูยุลหน้าตื่น "ถ้าอย่างงั้น องค์ชายแฮเมียงมาด้วยหรือเปล่า"
"ถ้าฝ่าบาทเสด็จมา องค์ชายก็น่าจะมาด้วย"
เวลานั้นองค์ชายแฮเมียงกราบทูลพระราชายูริว่า
"นางเป็นผู้ดูแลถ้ำนี้ และยังเขียนภาพ ชื่อเฮยาพะยะค่ะ"
เฮยานำเสด็จ "ห้องนี้ มีความชื้นมากกว่าห้องอื่นๆ ใช้หินปูนก็ไม่คงทน ฉะนั้น จึงต้องใช้สีระบายแทนเพคะ"
"อึม ขอคบเพลิงให้ข้า ภาพในห้องเซ่นไหว้เป็นฝีมือของใคร"
เฮยาเรียก "ออกมาข้างหน้าซิ คนนี้แหละเพคะ"
พระราชายูริทอดพระเนตร "อายุยังน้อย เขียนภาพได้สวยงามขนาดนี้ นับว่ามีพรสวรรค์ ท่านคูชู"
"พะยะค่ะ"
"ไม่เพียงหนุ่มคนนี้ แม้แต่ช่างเขียนอื่นๆ ก็ให้รางวัล เป็นกำลังใจให้แก่ความเหนื่อยยาก จัดสรรตามความเหมาะสมล่ะ"
"พะยะค่ะฝ่าบาท ฝ่าบาท จะเสด็จไปสุสานของพระมเหสีมั้ยพะยะค่ะ"
" ทุกครั้งที่ไปไหว้ ข้าจะนึกถึงเรื่องน่าเศร้าในอดีตเสมอ ข้ามีเรื่องจะคุยกับองค์ชาย คนอื่นถอยไปก่อน เด็กคนนั้น รู้มั้ยว่าเขาเป็นไงบ้าง"
"ทรงหมายถึง มูยุลหรือพะยะค่ะ เอ่อ ตอนนั้น หม่อมฉันไปได้ครึ่งทาง ก็มอบให้ชาวบ้านสองผัวเมียช่วยเลี้ยงดูไป"
"จากนั้นมีการติดต่อมั้ย"
"พอไปหาอีกที พวกเขาก็ไม่อยู่แล้ว ถ้าฝ่าบาทจะทรงตามหาเขา หม่อมฉันจะรับหน้าที่ให้เอง"
" ไม่ต้อง คำทำนายเห็นผลตั้งขนาดนี้ ถึงหาเขาพบก็ไม่มีประโยชน์ มันคงเป็นชะตาระหว่างข้ากับเขา หึ แฮเมียง อนาคต ข้าหวังจะให้เจ้าเป็นพระราชาผู้ยิ่งใหญ่แห่งโกคูรยอ การถอดเจ้าออกจากตำแหน่งเจ้าเมืองโชบุนก็เพื่อเป็นการปกป้อง ดูแลตัวเองดีๆ ล่ะ" พระราชายูริรับสั่งกับองค์ชายแฮเมียง
00000000000000000
ซังกามาถึงพระมเหสีมียูก็รีบเชิญนั่งและถามว่าได้ข่าวมาหรือยัง
"เฮ่อๆๆ เกี่ยวกับเรื่องที่ลูกบุญธรรมหม่อมฉัน ได้เป็นเจ้าเมืองโชบุนหรือพะยะค่ะ"
"ใช่ เห็นว่าฝ่าบาท ทรงริดรอนอำนาจขององค์ชายแฮเมียงทั้งหมด"
"หม่อมฉันก็ได้ยินมาอย่างงั้น เฮ่อๆๆ"
"วันนี้ที่เชิญท่านมาพบ เพราะมีเรื่องหนึ่งจะไหว้วาน"
"เชิญรับสั่งมาได้"
" ถึงเขาจะไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของข้า แต่ก็เปรียบเสมือนลูกคนหนึ่ง การที่ฝ่าบาท ทรงริดรอนอำนาจของเขาทั้งหมด ก็เท่ากับลบความผิดที่เขาก่อไปด้วย แต่สำหรับพวกท่าน หัวหน้าเผ่าต่างๆ คงไม่คิดอย่างงั้นสินะ ข้าอยากให้ท่านไปพูดกับหัวหน้าเผ่าทั้งหลาย ให้ยกโทษให้องค์ชายแฮเมียงด้วย"
เมื่อออกมาซังกาก็ถามบ่าวคนสนิทว่า
"เจ้าคิดว่านั่นคือจุดประสงค์ของนางหรือเปล่า"
"ไม่ใช่หรอกครับ เป้าหมายแท้จริงของนาง คืออยากให้ปลดองค์ชายแฮเมียงและแต่งตั้งองค์ชายยอจินแทนมากกว่า"
"หึๆ ถูกต้อง ใครๆ ก็รู้ว่าพระมเหสีคิดยังไงทั้งนั้น แต่นางกลับไม่รู้จักเก็บงำความทะเยอทะยานให้มิดชิดกว่านี้หน่อย"
"แล้วท่านคิดว่า จะร่วมมือกับนางมั้ยครับ"
" ให้คนอ่อนแออย่างองค์ชายยอจินเป็นรัชทายาท คิดๆ ไปมันก็ดีเหมือนกัน แพกึยเป็นคนโปรดของยูริไปแล้ว อีกไม่นานหรอก แผ่นดินอาจเป็นของเผ่าพีรูเราก็เป็นได้ เฮ่อๆๆ"
แพกึยมาดูองค์ชายแฮเมียงยิงธนู
"ยิงอีกครั้ง มันก็ร่วงแล้วพะยะค่ะ" แพกึยว่า
"แค่นี้พอแล้ว"
"ฝีมือยิงธนูขององค์ชาย ว่ากันว่าแม่นนัก ทำไมไม่ยิงต่อล่ะพะยะค่ะ"
"ข้าอยากยิงหัวใจของอ๋องเทโซมากกว่า แค่นกตัวเดียวช่างมันเถอะ"
"ทุกวันนี้โกคูรยอ ได้สวามิภักดิ์ต่อพูยอแล้ว ถ้าคิดปองร้ายอ๋องเทโซจะเป็นเรื่องใหญ่ได้" แพกึยเตือน
"ข้าไม่เคยคิดจะก้มหัวให้แคว้นพูยอเหมือนอย่างเสด็จพ่อ สำหรับข้าแล้ว พวกเขาเป็นศัตรู ยะ"
"ถ้าจะให้ฝ่าบาททรงหายกริ้ว น่าจะอยู่ใกล้ชิดพระองค์มากกว่า"
องค์ชายแฮเมียงทรงย้อนว่า "ข้าอยู่โชบุน เป็นภาระให้ท่านหรือไง"
"เฮ่อๆๆ หม่อมฉันเพียงแต่ เตือนด้วยความหวังดีต่อองค์ชาย"
" หึ ข้าน่ะ ชอบอยู่โชบุนมากกว่า อาจเพราะข้าเกิดที่นี่ มีความทรงจำในวัยเด็กอยู่ที่นี่มากมาย ข้าจะพยายามไม่เป็นภาระให้ ท่านไม่ต้องรู้สึกเครียดหรอก"
"เครียดอะไรกัน ไม่มีหรอกพะยะค่ะ ถ้าไม่เหนือบ่ากว่าแรง หม่อมฉันต้องช่วยองค์ชายอยู่แล้ว"
"หึ ขอบคุณมาก"
" แต่ว่า มีเรื่องหนึ่งต้องขอทูลให้รู้ อำนาจสั่งการทางทหาร ตอนนี้อยู่ในมือหม่อมฉัน ถ้ายังบุ่มบ่ามพาคนไปไหนต่อไหน หรือก่อเหตุวิวาทกับแคว้นพูยอ หม่อมฉันคงไม่อยากให้เกิดขึ้น"
"ข้าเข้าใจ และจะจำคำพูดท่านไว้ แต่ข้าก็มีเรื่องจะรบกวน"
"เชิญรับสั่งมาได้"
"ข้าขอนำทหาร ไปสำรวจชายแดนด้วยตัวเอง"
องค์ชายแฮเมียงไปดูมูยุลกับมาโนสู้กัน พลางรับสั่งบ่น
"ช่างไม่เอาไหนนัก"
เคยูทูล "แบบนี้เรียกว่าฝึกซ้อมหรือ พบองค์ชายยังไม่รีบคำนับอีก"
"จงตามข้ามา" องค์ชายแฮเมียงไป
"ท่านแม่ทัพ เราจะไปไหนอีกหรือครับ"
" เพราะพวกเจ้าทำให้องค์ชายต้องเสียตำแหน่งเจ้าเมืองโชบุนไป และยังถูกริดรอนอำนาจของการเป็นรัชทายาท เมื่อทำความผิดก็ต้องรับโทษอยู่แล้วไม่ใช่หรือ" เคยูว่า
มาโนรีบถาม "ถ้า ถ้าอย่างงั้น เรา ต้องตายหรือเปล่า"
"ความผิดที่พวกเจ้าก่อ ตายร้อยครั้งก็ยังไม่พอ ตามมาเร็วเข้า"
มาโนถึงกับร้องไห้ออกมา
เฮยาทูลถามองค์ชายแฮเมียงว่า
"เขาทำให้องค์ชาย เดือดร้อนอย่างมาก ถ้าเอาตัวกลับไปอีก จะไม่เป็นภาระหรือเพคะ"
" ไม่หรอก ที่จริงต้องขอบใจพวกเขา ทำให้ข้าโล่งอกขึ้น ได้ปลดแอกจากการเป็นรัชทายาทมาหลายปี สามารถไปท่องเที่ยวที่ไหนก็ได้ หึๆ น่าจะให้รางวัลมูยุลด้วยซ้ำ ข้าอยากพาเขาไปเปิดหูเปิดตาข้างนอก เพราะสิ่งที่เขาเห็นตั้งแต่เกิด ก็คือถ้ำกิเลน และเมืองโชบุนเท่านั้น การได้ไปดูโลกภายนอกสำหรับเขาแล้ว เหมือนเป็นรางวัลที่ยิ่งใหญ่"
องค์ชายแฮเมียงพามูยุลกับมาโนออกไปข้างนอก
"รู้มั้ยว่าเรากำลังจะไปไหน" องค์ชายแฮเมียงถาม
มาโนตอบว่า "ท่านแม่ทัพบอกว่า เราจะไปเมืองเทียนเฉาและเมืองฮวางยง"
"ไม่ใช่หรอก เราจะไปแคว้นพูยอ"
เคยูตกใจ "องค์ชาย ไปที่นั่นมันเสี่ยงมาก ถ้าหากฐานะองค์ชายถูกเปิดเผยละก้อ"
"อาจต้องแลกด้วยชีวิต แต่ว่าข้าอยากเข้าถึงศูนย์กลางของศัตรู เพื่อดูสถานการณ์ กลัวหรือเปล่า"
มูยุลตอบว่า "ไม่ หม่อมฉันเอง ก็อยากไปเที่ยวพูยอเหมือนกัน"
"งั้นก็ดี ถ้าไปที่นั่นก็ต้องปิดบังฐานะ ต่อไปอย่าเรียกข้าว่าองค์ชายอีก"
"เอ่อ ถ้างั้น จะให้เรียกอะไรดี"
"เรียกพี่ใหญ่จะดีมั้ย ไหนลองเรียกดูซิ"
"เอ่อ คือ หม่อมฉันไหนเลยจะกล้าบังอาจ"
"หึๆ ไม่เป็นไร ลองเรียกเร็วเข้า"
มูยุลลองเรียกก่อน "เอ่อ พี่ใหญ่"
"คำที่เจ้าเรียก ฟังเพราะมาก หึๆๆ" องค์ชายแฮเมียงทรงหัวเราะชอบใจ
และค่ำคืนนั้นองค์ชายแฮเมียงก็พบมูยุลยังไม่นอน
"นอนไม่หลับหรือไง"
"พะยะค่ะ คือ หม่อมฉัน ขอถามอะไรหน่อยได้ไหม"
"ได้สิ ถามมาเลย"
"เพราะหม่อมฉัน ทำให้องค์ชายต้องมาตกระกำลำบาก ทำไมต้องช่วยคนต่ำต้อยอย่างหม่อมฉัน หม่อมฉันไม่เห็นเข้าใจเลย"
" ข้า เป็นองค์ชายแห่งโกคูรยอ ซึ่งราษฎรทุกคนที่นี่ ก็เหมือนเป็นลูกหลานข้า คนเป็นพ่อ จะช่วยลูกที่อยู่ในห้วงอันตราย คงไม่ต้องมีเหตุผลอ้างอิงมากนัก พอใจหรือยัง แล้วเจ้า เคยได้ยินเมืองพูโต มั้ย"
"ไม่เคย" มูยุลตอบ
" นั่นเป็นที่ๆ พ่อบังเกิดเกล้า ของพระราชาจูมง รวมถึงบรรพชนเคยอยู่อาศัย เป็นที่ทำกินมา สมัยก่อนพระราชาจูมง เคยตั้งความหวังไว้ว่า จะเอาดินแดนผืนนี้ หรือก็คือพูโต กลับคืนมา ทุกวันนี้โกคูรยอ แม้จะถูกพูยอและเทียนเฉากดขี่ แต่ความหวังของข้า ก็คือซักวันจะได้ยึดครองพูโต เจ้ายินดีจะช่วยข้า สร้างฝันให้เป็นจริงได้ไหม"
"หึ องค์ชายทรงเมตตา ช่วยชีวิตหม่อมฉันไว้ หม่อมฉันแม้จะไม่มีความสามารถ แต่ก็ขอถวายชีวิตให้ จงรักภักดีต่อองค์ชาย"
"งั้นเจ้าจงจำไว้ ที่ๆ เราจะช่วยกันกอบกู้คืนมา เรียกว่าเมืองพูโต"
ในตัวเมือง เสียงจอแจ เคยูต้องคอยดุมาโนกับมูยุลไม่ให้ทำตัวมีพิรุธ และในตัวเมืองมาโนก็ถูกมาวังจังตัวไปต่อว่า
"เจ้าเป็นใคร หือ มาจากไหนด้วย กล้าดียังไงมาขัดขวางการซื้อทาสของข้า ขอเตือนไว้ก่อน ถ้าไม่อยากตายก็รีบพูดมาเร็วๆ" มาวังขู่
องค์ชายแฮเมียงเผยตัวออกมา "ปล่อยเขาเดี๋ยวนี้"
มาวังตกใจ "เฮ้ย"
"ข้าแค่ล้อเล่นหน่อยเดียว ไม่นึกว่าท่านจะโกรธ"
"องค์ องค์ องค์ชายหรือนี่ อ้อ ทำไมเสด็จมาถึงพูยอล่ะพะยะค่ะ"
"ข้ามาดูลาดเลา ถ้าจะเปิดศึกจริงก็ควรรู้สถานการณ์บ้านเมืองเขาหน่อย หึๆ"
"นี่ไม่ใช่ล้อเล่นนะพะยะค่ะ เกิดใครรู้ว่าองค์ชายมาอยู่ที่นี่ อาจมีอันตรายถึงชีวิต"
"ข้าถึงต้องการความช่วยเหลือจากท่านไง หึ ระหว่างที่ข้าอยู่ในพูยอ ช่วยรับรองฐานะให้หน่อยได้ไหม"
มาวังอึกอัก "เอ่อ"
"ยังมีอีกเรื่อง ค่ายฝึกของพวกนักรบทมิฬอยู่ไหน ข้าอยากไปดูให้เห็นกับตา ช่วยพาไปหน่อยได้ไหม"
" เอ่อ หึ ถ้าไงทรงฆ่าหม่อมฉันดีกว่า หม่อมฉันเพิ่งจะมาปักหลักได้ไม่นาน ได้ เรื่องรับรองฐานะ หม่อมฉันพอมีทางช่วยได้ แต่ว่าที่จะไปค่ายฝึกของพวกนักรบทมิฬ ว้าย อย่า มันเป็นไปไม่ได้หรอกนะ"
"ข้ารู้ว่าไม่มีอะไรที่ท่านจะทำไม่ได้"
"ว้าย ระวัง ได้โปรดเถอะองค์ชาย"
" เอาเถอะ ต้องการอะไรตอบแทนบ้าง ถึงยอมทำงานให้ข้า ถ้าอีกหน่อยข้าได้ครองราชย์ ให้ท่านได้สัมปทานการค้าในเผ่าพีรู ทั้งหมดเลยดีมั้ย เป็นไงล่ะ เงื่อนไขแบบนี้ พอจะให้ท่านทำงานได้หรือยัง"
"หม่อมฉันจะไปสืบข่าวก่อน พวกเขาเป็นใคร" มาวังถามถึงพวกมูยุล
"ผู้ติดตามของข้า หึๆๆ"
เวลาต่อมามาวังกลับมา องค์ชายแฮเมียงรีบถามว่าได้เรื่องหรือยัง
" พะยะค่ะ สามารถติดต่อร้านค้าที่ส่งเสบียงไปยังค่ายฝึกเดือนละครั้งได้แล้ว ถ้าทรงปลอมเป็นคนงานในนั้น น่าจะเข้าไปได้ หึ ที่หม่อมฉันช่วยได้ก็มีแค่นี้ ที่เหลือนั้น อยู่ที่องค์ชายจะทรงจัดการเอง"
"แค่นี้ก็พอแล้ว เฮ่อๆๆ ท่านนี่นะ ไม่น่าเป็นแค่พ่อค้าธรรมดาเลย เอางี้มั้ย ไว้ข้าได้ครองราชย์ จะให้เป็นขุนนางซักตำแหน่ง"
"ฮ่าๆๆ ไม่ล่ะ ขอบพระทัย หึ ขอแค่สัมปทานการค้าในเผ่าพีรูก็พอใจแล้ว"
มาวังออกมาเห็นมูยุลสวมสร้อยก็เข้าไปถาม
"เจ้า เห็นบอกว่าเป็นผู้ติดตามองค์ชายหรือ"
"หึ ใช่ ข้าเป็นทหาร ที่ผ่านการฝึกมา หึ" มูยุลตอบ
"แล้วสร้อยเส้นนี้เอามาจากไหน"
"หึ พ่อแม่ข้า เหลือไว้ให้"
มีการต่อสู้กันขึ้น ทหารคนหนึ่งบาดเจ็บบางคนถูกซ้อม หัวหน้าถามโทจินว่า
"คำพูดที่ว่า "ต้านทานสารพัดพิษ" หมายความว่าไง"
โท จินตอบว่า "หมายถึงไม่ว่าพิษชนิดไหนก็ไม่มีผลต่อร่างกาย คนที่รับยาพิษหรือกินในปริมาณน้อยทุกๆ วัน ร่างกายจะเกิดภูมิต้านทาน ไม่กลัวพิษชนิดไหนอีกเลย"
"นี่คือ พิษที่ไร้สีไร้กลิ่น ไร้รสชาติ มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น แต่สามารถฆ่าคนได้อย่างชะงัดนัก สามารถผลิตได้ยังไง"
" ใช้ตะขาบ งู คางคก แมงมุมและแมงป่อง ให้รวมอยู่ในกล่อง แล้วฝังลงใต้ดินอย่างมิดชิด ให้พวกมันทำการต่อสู้ในนั้น จากนั้น 2-3 วัน เปิดกล่องออกมาดูจะเห็นว่า ตัวที่อ่อนแอจะถูกกิน เหลือแต่ตัวที่แข็งแกร่งที่สุด นั่นจะเป็นพิษที่ร้ายกาจ เรียกว่า พิษโกตู"
"ตอบดีมาก พาเข้ามาซิ"
เชลย 2 คนดิ้นรน
หัวหน้ากล่าวว่า "นี่คือพิษที่ได้จากแมงป่องตัวสุดท้าย ส่วนนี่คือพิษจากตะขาบ ลงมือได้"
เชลย 2 คนร้องขอชีวิต แต่หัวหน้าไม่สนใจ
"ทุกคนดูให้ดี คนหนึ่งถูกพิษตะขาบ อีกคนถูกพิษแมงป่อง"
เคยูมองแล้วสยอง "ถึงขนาดใช้คนจริงๆ ทดลองกับยาพิษ ช่างน่ากลัวนัก"
กงชอนรีบบอกมาวังว่าทาศที่ซื้อมาด้วยราคาสูงโดนยาพิษ มาวังรีบตามหมอมาช่วย ยอนตามหมอมาด้วยและตรวจอาการ
"เหมือนจะกินยาพิษเข้าไปค่ะ" ยอนบอกหมอ
"ถ้าอย่างงั้น ทำให้นางอาเจียนก่อน"
ยอนจัดการทำให้ทาสหญิงคนนั้นอาเจียนออกมา จากนั้นหมอก็นำยามาให้กิน และฝังเข็มให้
"เฮ่อๆๆ ขอบคุณมากน่ะครับ" มาวังกล่าว
"ไม่ต้องเกรงใจ"
ยอนกล่าวว่า "พอนางรู้สึกตัว นอกจากโจ๊กแล้ว อย่าเพิ่งให้กินอย่างอื่นนะคะ"
"ได้ครับ" มาวังรับคำ
หมอบอกให้ยอนดูแลคนไข้ต่อ ยอนจึงย้อนถามว่า
"ยังมีคนไข้อีกเยอะ ท่านจะไปไหนคะ"
"ข้ารู้สึกเพลียจนไม่ไหวแล้ว ขอไปดื่มเหล้าคลายเครียดหน่อย"
"ดื่มเหล้ามากๆ ก็มีพิษเหมือนกันนะคะ" ยอนเตือน
"หึ เจ้าอย่าบ่นเป็นยายแก่นักสิ เฮ่อๆๆ"
"คนต่อไปเชิญค่ะ ไม่สบายตรงไหนหรือคะ" ยอนตรวจคนไข้ต่อ
มูยุลเข้ามา ยอนตรวจให้ พ่อบ้านก็เข้ามาเชิญยอนกลับ แต่ยอนบอกว่า
"ไม่เห็นหรือว่ายังมีคนไข้อีกเยอะ ไว้เสร็จแล้วข้าจะกลับเอง"
"ถ้าท่านไม่ยอมกลับ เราอาจต้องใช้กำลังก็ได้ เร็วเข้า"
พวกลูกน้องเข้ามา ยอนจำต้องกลับ นางบอกให้คนไข้กลับไปก่อน แต่มูยุลกลับพายอนหนีออกมา พ่อบ้านรีบสั่งให้ลูกน้องตามไปทันที
มูยุลหอบ "ไม่เป็นไรนะครับ"
พูดจบมูยุลก็ถูกยอนตบหน้า
ยอนกลับถึงบ้านก็ถูกทังโนผู้เป็นพ่อพาเข้าเฝ้าพระราชาเทโซ
"กลับมาแล้วหรือ" พระราชาเทโซรับสั่งถาม
"ฝ่าบาททรงสำราญดีมั้ยเพคะ"
"ไม่เห็นเจ้านาน ๆ ก็ชักคิดถึง เดี๋ยวนี้ยังไปตรวจคนไข้ข้างนอกอีกหรือ"
"ฝ่าบาททรงห่วงใยราษฎร หม่อมฉันก็ห่วงเหมือนกัน"
ทังโนดุ "ลูกยอน ห้ามเสียมรรยาทต่อฝ่าบาท"
" เฮ่อๆๆ ไม่เป็นไร ที่ข้าชอบนางก็เพราะเป็นคนพูดตรงนี่แหละ มีศักดิ์เทียบเท่าองค์หญิง กลับไม่รังเกียจชนชั้นต่ำไปรักษาให้พวกเขา นับว่าหายากนัก เฮ่อๆๆ เฮ่อๆๆ"
พ่อบ้านตามจับมูยุล แต่มูยุลก็หนีไปจนได้
มูยุล มหาบุรุษพิชิตแผ่นดิน จบ 4

มูยุล มหาบุรุษพิชิตแผ่นดิน 5

มูยุลถูกทังโนนำตัวไปลงโทษที่มาพาตัวยอนหนี
ขณะที่ทังโนกับยอนยังเฝ้าพระราชาเทโซอยู่
ทัง โนทูลว่า “อึ้ม เฮ่อๆๆ เพราะความสามารถในการบริหารของฝ่าบาท เทียบกับสมัยก่อน นับว่าเจริญกว่ามากนัก ถ้าไงต่อไปอย่าทรงงานให้หนัก ห่วงพระวรกายไว้บ้าง”
"ทำไมอยากให้ข้าวางมือซะจริง เฮ่อๆๆ เจ้าเห็นด้วยหรือเปล่า" พระราชาเทโซถามยอน
"หม่อมฉันเห็นแต่สีพระพักตร์ไม่สู้ดี คงถึงเวลา ควรจะสละบัลลังก์ได้แล้ว"
ทังโนตกใจรีบดุ "ลูกยอน"
พระ ราชาเทโซยกมือปราม "เฮ่อๆๆ ไม่เป็นไร หมู่นี้ข้าก็รู้สึกอ่อนเพลียอย่างบอกไม่ถูก ก็น่าอยู่หรอก กรำศึกมาหลายสิบปี ไม่เหนื่อยก็แปลกแล้ว ถ้าไงข้าคงต้องใช้งานพ่อเจ้าให้มากขึ้น ท่านอำมาตย์"
"พะยะค่ะฝ่าบาท"
" ข้าอยากให้ท่าน รับตำแหน่งผู้ดูแลเชื้อพระวงศ์ และเหล่าขุนนางทั้งหลายให้อยู่ในกรอบ เชื่อว่าท่านน่าจะทำงานได้ดี ให้ราชสำนักเป็นที่เทิดทูนยิ่งกว่าทุกวันนี้"
"หม่อมฉันพร้อมจะทำตามพระบัญชา"
"เฮ่อๆๆ เป็นไงล่ะ โอนงานบางส่วนให้พ่อเจ้าแล้ว ข้ายังจะครองบัลลังก์ต่อไปได้ไหม"
"ได้เพคะ หม่อมฉันขอดื่มให้ฝ่าบาท"
"เฮ่อๆๆ ขอบใจมาก เฮ่อๆๆ"
ยอนกับทังโนกลับออกมาจากตำหนัก ยอนกล่าวกับทังโนว่า
"ข้าดูยังไง ก็รู้สึกพระพักตร์ไม่ค่อยปกติ เหมือนพระอนามัยของฝ่าบาทไม่สู้ดีน่ะค่ะ"
" หึๆ เจ้าอย่าห่วงนักเลย ทุกวันนี้ฝ่าบาททรงอยู่ใกล้หมอเพื่อจะให้พระชนม์ยืนยาว และเพื่อป้องกันการถูกวางยา ทั้งเครื่องเสวยและโอสถล้วนมีการตรวจอย่างเข้มงวด ลำพังแค่องครักษ์ก็มีถึงร้อยกว่าคน อีกหน่อยอาจเอาอย่างจิ๋นซีฮ่องเต้ ส่งคนไปแสวงหายาอายุวัฒนะ เจ้าไม่ต้องห่วงแทนหรอก หึๆๆ"
ขณะที่มูยุลอยู่ในห้องขัง สายลับเมืองฮวางกุกซึ่งต้องโทษประหารไหว้วานให้นำจดหมายลับออกไป มูยุลรับปากให้ความช่วยเหลือ
"เอานี่ไปให้พ่อค้าในตัวเมือง ที่ชื่อ "ซองแป" ให้ได้"
"เราอยู่ในสภาพเดียวกัน ข้าจะส่งไปได้ยังไง"
นักโทษไม่ทันได้ตอบก็แน่นิ่งเสียชีวิตไปก่อน
ทังโนรู้เรื่องนักโทษเสียชีวิตจากแทชอง เขาดุแทชองว่า
"อะไรนะ ไม่ทันพูดจะปล่อยให้ตายได้ไง"
"ขอโทษด้วยครับ"
ทังโนเดินออกไป ยอนเห็นก็ถามพ่อบ้านว่า
"มีเรื่องอะไรน่ะ"
"ได้ตัวสายลับมาจากเมือง "ฮวางยง" แต่ตายในระหว่างไต่สวนน่ะครับ คุณหนูข้าจับหมอนั่นมาได้แล้ว"
ยอนไปพบมูยุล และถามเขาว่า
"เจ้าเป็นใครกันแน่ วันก่อนอยู่ชายแดน เจ้าใส่ชุดทหารของโกคูรยอ เมื่อเป็นคนต่างเผ่าแล้วมาอยู่ในพูยอได้ยังไง เป็นสายลับใช่ไหม"
" ไม่ใช่ครับ ตอนเจอคุณหนูครั้งแรก ข้าเป็นทหารก็จริง แต่เพราะหนีข้ามพรมแดนมาก็เลยถูกจับ สุดท้าย เลยมาอยู่พูยอซะเลย วันนั้นบังเอิญเจอคุณหนูในตัวเมือง เลยตามไปที่โรงหมอ นึกว่าคุณหนูถูกพวกเขาจับตัว อยากตอบแทนบุญคุณก็เลยออกหน้าไปช่วย ทำให้ล่วงเกินคุณหนูไป ต้องขอโทษด้วย"
"มาอยู่พูยอมีที่พักหรือยัง ที่นี่ เป็นบ้านใต้เท้า "ทังโน" ซึ่งเป็นเชื้อพระวงศ์และอำมาตย์แห่งพูยอ เพราะข้ามารักษาใต้เท้าบ่อยๆ เลยสนิทกับเขามาก แค่พูดคำเดียว เขาจะช่วยให้เจ้ามีที่อยู่อาศัย"
"อ้อ ไม่ต้องหรอกครับ ข้าพอรู้จักพ่อค้าคนหนึ่งและตอนนี้พักอยู่กับเขา ขอแค่ปล่อยข้าออกไป ก็เป็นพระคุณมากแล้ว"
"งั้นก็ได้ ถ้าไงวันหลัง อยากให้ช่วยอะไร ก็ไปหาที่โรงหมอได้"
ยอนปล่อยตัวมูยุลออกมา มาโนเห็นหน้ามูยุลก็รีบถาม
"ไปไหนมาน่ะ เกิดอะไรขึ้นใช่ไหม ข้ารอจนจะแย่"
"เปล่า แค่ไปเดินเล่นในตัวเมือง"
"รีบไปเถอะ องค์ชายกลับมาแล้ว"
"ปลอดภัยดีมั้ย"
มาโนพยักหน้า "อึ้ม"
เวลานั้นองค์ชายแฮเมียงทรงคุยกับมาวัง
"หึ เป็นไงบ้าง ไปดูค่ายฝึกแล้วน่าทึ่งขนาดไหน" มาวังถาม
"หึ ข้าพอรู้แล้วว่า ทำไมพูยอถึงเป็นแคว้นที่เข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆ หึ เพราะใช้คนเป็นๆ ทดสอบยาพิษ"
" หลายปีก่อน อ๋องแห่งแคว้น "ฮวางยง" ลอบปลงพระชนม์อ๋ององค์ก่อนเพื่อหวังชิงบัลลังก์ พูยอก็มีส่วนร่วมด้วย แต่อ๋องเทโซไม่ต้องใช้กำลังทหาร แค่อาศัยนักรบทมิฬก็สามารถส่งคนของตัวเองครองราชย์ได้แล้ว"
"ข้าอยากรู้ความเคลื่อนไหวของอ๋องเทโซ มีบ้างมั้ย กำหนดการไปไหนมาไหน ถ้ามีละก้อ เขาจะไปไหนเมื่อไหร่ บอกเวลาและเป้าหมายให้ข้ารู้"
"ถามทำไม เฮ้ย ล้อเล่น"
"ใช่ ท่านคาดการณ์ถูกแล้ว ถ้าเราไม่กำจัดอ๋องเทโซซะ ก็ไม่อาจชนะความแข็งแกร่งของแคว้นพูยอ และโกคูรยอ ก็จะเป็นเบี้ยล่างพูยอตลอดไป"
"หา องค์ชาย ข้างกายอ๋องเทโซมีองครักษ์นับไม่ถ้วนนะพะยะค่ะ เราจะสามารถลงมือได้หรือ"
"ขอแค่รู้กำหนดการเดินทางของเขา เราก็จะหาช่องโหว่ได้" องค์ชายแฮเมียงยืนยัน
มูยุลนึกถึงตอนที่เขาได้คุยกับนักโทษในคุกว่า
นักโทษกล่าวว่า "ข้า เป็นชาวเมือง "ฮวางยง" ที่จะมาลอบฆ่าเทโซ หึ"
"พูยอกับแคว้นฮวางยง เป็นมิตรที่ดีไม่ใช่หรือ" มูยุลแปลกใจ
" ทุกวันนี้ อ๋องที่ครองราชย์อยู่ เพราะแผนชั่วของเทโซ ช่วยให้เขาเป็นใหญ่ หึ และข้า เป็นองครักษ์ของอดีตอ๋อง แห่ง แคว้นฮวางยง เอานี่ไปให้พ่อค้าในตัวเมือง ที่ชื่อ "ซองแป" ให้ได้"
"หึ ใต้ปากมีสองขา ใต้ตามีสองขา ใต้ขุนนางมีสองขา จะทำการลับๆ หึ แปลว่าอะไรนะนี่" มูยุลอ่านข้อความของนักโทษแล้วงง
มู ยุลให้มาโนพาไปหาพ่อค้าที่ชื่อซองแป พอเห็นร้านเขาก็สั่งให้มาโนรอเขาอยู่ที่หนึ่ง ส่วนตัวเขาก็ตรงไปที่ร้านค้า แต่เผอิญทหารมาจับคุม แทชองเห็นมูยุลก็สั่งทหารให้ไล่จับกุม มูยุลวิ่งหนีพลางร้องบอกให้มาโนวิ่งหนีด้วย พวกทหารไล่ตามมูยุลไปเรื่อยง
ทางด้านพระราชาเทโซก็ทรงทราบว่าในอาหารมียาพิษ ทรงตรัสถามทังโนว่า
"อะไรกันนี่ เกิดอะไรขึ้นน่ะ"
"เพื่อลอบปลงพระชนม์ฝ่าบาท ไส้ศึกของเมืองฮวางยง ได้แอบเข้ามาถึงในวังพะยะค่ะ"
"ลอบฆ่าข้าหรือ"
"พอรู้ว่าฝ่าบาทโปรดการแช่น้ำแร่ จึงผสมยาพิษในน้ำมันหอมระเหย ตอนนี้ฝ่าบาท ได้รับพิษเข้าสู่พระวรกายแล้ว"
"เป็นไปได้ไง ทำไมมีคนร้ายเข้ามา แต่ไม่มีใครรู้"
"ฝ่าบาท หม่อมฉันยินดีรับความตาย" แชบูกล่าว
ทัง โนทูลพระราชาเทโซว่า "ระยะนี้ เครื่องบรรณาการของเมืองฮวางยงมักถูกปล้นชิงอยู่เรื่อย ก็เป็นฝีมือทหารที่คิดกบฎพะยะค่ะ พวกเขาเอาของที่ปล้นได้ ไปเปิดร้านขายในตัวเมือง เพื่อเป็นเงินสมทบทุน ในการลอบปลงพระชนม์ต่อไป ฝ่าบาท ดูจากรูปการณ์แล้ว น่าจะมีผู้ก่อการร้าย ที่แฝงตัวเป็นพ่อค้าอยู่ในเมืองพูยอเป็นจำนวนมาก แต่เราก็ยากจะสืบได้พะยะค่ะ"
"สั่งเพิ่มกำลังตรวจตราให้มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มการค้าที่มาจากต่างแดน เจอใครน่าสงสัยก็ให้จับไว้ อย่าปล่อยออกไป"
"พะยะคะฝ่าบาท"
แทชองนำทหารออกไปตรวจค้นพวกชาวบ้าน
พวกองค์ชายแฮเมียงเห็นเหตุการณ์ก็แปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้น มาโนบอกว่า
"คือว่า จริงๆ พวกทหารจะไปจับพ่อค้าต่างเมืองที่ต้องสงสัยมากกว่า แต่บังเอิญเราเจอลูกหลงด้วยน่ะครับ"
มาวังวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา "องค์ชายๆ เกิดเรื่องใหญ่แล้วพะยะค่ะ ต้องรีบหาที่หลบก่อน"
"เกิดเรื่องอะไร"
" หึ ทหารเมืองฮวางยง ปลอมเป็นพ่อค้ามาอยู่ในเมืองพูยอ ถูกคนจับได้ หึ หึ ตอนนี้พวกทหารกำลังตรวจค้นร้านค้าของพ่อค้าต่างเมืองเป็นการใหญ่ ถ้าอยู่ต่อจะมีอันตรายมาก"
"ที่พวกเจ้าถูกตามล่าก็เพราะอย่างงี้หรือ"
"หึ ไม่มีเวลาอีกแล้ว รีบไปเถอะพะยะค่ะ ถ้าองค์ชายถูกจับ หม่อมฉันจะพลอยแย่ไปด้วย"
แม่ทัพคนหนึ่งมาเคาะเรียกให้เปิดประตูเร็ว องค์ชายแฮเมียงสั่งให้ทุกคนรีบไป ทั้งหมดวิ่งหนีออกมา และมาพักที่หนึ่ง
"คงต้องข้ามเขา "โชยอง" ไปอีก แม้เส้นทางจะคดเคี้ยว แต่จะถึงโชบุนได้เร็วขึ้น"
"ท่านแม่ทัพ" มาโนเข้ามา
เคยูถาม "ได้อะไรมาบ้าง"
"เชิญไปดูทางโน้นก่อน ดูนั่นสิครับ"
เคยูตามไปดู "เป็นเครื่องบรรณาการของเราที่จะส่งไปพูยอ"
พวกเคยูเห็นพวกทาสถูกทารุณ มูยุลจะเข้าไปช่วย เคยูห้ามไว้
"อย่า จะทำอะไร"
"ข้ากลัวจะมีคนตาย ต้องไปช่วยเขา"
"ที่นี่เป็นเขตพูยอ ต่อให้พวกเราเอง ก็ไม่มีสิทธิ์ปล้นเครื่องบรรณาการหรอกนะ"
"แต่ว่า หึ"
มาโนถาม "ถ้าอย่างงั้น จะปล่อยให้พวกมัน"
"ยังไม่เงียบอีก ขืนมีเรื่องบาดหมางกับแคว้นพูยออีก ใครจะรับผิดชอบผลที่ตามมา"
เคยูทูลองค์ชายแฮเมียง "ไปเถอะพะยะค่ะ องค์ชาย"
"ข้าอยากไปช่วยพวกเขา"
"องค์ชาย"
" ชั่วชีวิตมูยุลกับมาโน ที่เขียนภาพฝาผนังอยู่ในถ้ำ พวกเขาเห็นความทุกข์ของการเป็นทาสอย่างดี สิ่งที่พวกเขายังรู้ แล้วข้าเป็นองค์ชายกลับไม่รู้สึกรู้สม มันคงน่าละอาย"
000000000000000
ทังโนจับพวกพ่อค้าที่ต้องสงสัยว่าจะมีส่วนในการลอบปลงพระชนม์พระราชาเทโซ ยอนมองหานึกว่าจะเห็นมูยุล
องค์ชายแฮเมียงทำให้เกิดไฟไหม้แล้วเข้าไปช่วยพวกทาสมาได้
"ข้า คือองค์ชายโกคูรยอชื่อแฮเมียง"
พวกทาสตกใจนิดหนึ่งก่อนจะดีใจ "หา เอ่อ ขอบพระทัยที่มาช่วยเรา ขอบคุณองค์ชาย ขอบพระทัยมาก ขอบพระทัยเพคะ"
" ข้า ไม่คู่ควรได้รับคำขอบคุณจากพวกท่าน การช่วยพวกท่านคราวนี้ อาจทำให้เกิดความหวังที่จะรอดชีวิต หรือยิ่งมีความเป็นอยู่ลำบากกว่านี้หรือเปล่า ข้าก็ไม่รู้ได้ เพราะไม่อาจพาพวกท่านกลับไปโกคูรยอได้อีก ไม่อาจรับรองความปลอดภัยในอนาคตวันหน้า ในฐานะเป็นองค์ชาย สิ่งที่ข้าจะทำเพื่อพวกท่านได้ ก็มีเพียงแค่นี้ แต่ว่าข้าขอให้สัญญากับพวกท่าน จะลบล้างความอัปยศในคราวนี้ ให้พวกท่าน ได้กลับไปบ้านเกิด อยู่กับญาติพี่น้องโดยเร็ว"
พวกทาสร้องไห้ออกมา "ฮือๆๆ"
"ไปซะ ก่อนที่ทหารพูยอจะตามมา รีบไปจากที่นี่"
"องค์ชาย เราก็รีบไปเถอะ"
"ข้าจะไม่กลับโชบุน จะไปเมืองหลวง เข้าเฝ้าฝ่าบาทแทน"
เมื่อถึงเมืองหลวง องค์ชายแฮเมียงก็เข้าวังหลวงทันที มียูตรัสว่า
"นานแล้วที่ไม่ได้อยู่กันพร้อมหน้านะ"
องค์ชายยอจินว่า "เจ้าพี่ ถ้ายังไง กลับมาอยู่เมืองหลวงเถอะนะ"
"หึ ข้าน่ะ ทำผิดใหญ่หลวง กำลังอยู่ในช่วงรับโทษ และมีงานต้องทำที่โชบุนอีก ปล่อยให้เจ้าช่วยฝ่าบาทดีกว่า"
องค์ หญิงเซยูรับสั่งทันทีว่า "วัน มีแต่ทำเครื่องประดับ บ้านเมืองเกิดอะไรขึ้น ดีหรือร้ายยังไง ไม่เห็นเขาจะสนใจเลย แล้วจะช่วยฝ่าบาทได้ยังไง"
พระ มเหสีมียูรีบตรัสว่า "นั่นเพราะองค์หญิงไม่เข้าใจต่างหาก ยอจินก็ได้ทำหน้าที่องค์ชาย เรียนรู้หลักการปกครองชั้นสูงจากขุนนางที่มีประสบการณ์"
"ขุนนางที่พระมเหสีทรงหมายถึง ก็คือ ท่านซังกาแห่งเผ่าพีรูใช่ไหม"
"หมายความว่าไง"
"หึ คนในวังพูดกันอย่างงั้น ว่าหมู่นี้ ทรงให้ท่านซังกาเข้าเฝ้าบ่อยๆ"
พระมเหสีมียูรีบปฏิเสธ "เอ่อ ไม่จริงเลยซักนิด ฝ่าบาทเพคะ ถ้าได้ยินข่าวลืออะไรก็อย่าทรงใส่พระทัยนะเพคะ เพราะมันเหลวไหลมาก"
พระราชายูริไม่ทรงสนพระทัย ตรัสถามองค์ชายแฮเมียงว่า
"เจ้าเมืองโชบุนส่งข่าวมาว่าเจ้าขอไปเมืองเทียนเฉา แล้วยังไง เหตุการณ์ทางโน้นเป็นไงบ้าง"
"หม่อฉัน ไม่ได้ไปเมืองเทียนเฉา"
พระราชายูริทรงแปลกพระทัย องค์ชายแฮเมียงให้มูยุลนำของเข้ามา
"หนุ่มคนนี้ เป็นช่างเขียนรูปที่อยู่ในสุสานพระราชาจูมงนี่นา" พระราชายูริทรงจำได้
"พะยะค่ะ หม่อมฉันให้เขามา เป็นคนอารักขาความปลอดภัย เอาของมา เชิญทอดพระเนตร โครงสร้างทางทหารของพูยอ และกำหนดการของอ๋องเทโซ"
"เจ้าไปถึงค่ายฝึกนักรบทมิฬจริงหรือ"
" พะยะค่ะ หม่อมฉันได้ไปดูของจริงกับตา เห็นพวกนักรบทมิฬ ใช้คนเป็นทดลองยาพิษ เพิ่มประสิทธิภาพของนักฆ่า หลายปีก่อน เกิดเหตุจลาจลในเมืองฮวางยง ก็เป็นฝีมือนักรบทมิฬของอ๋องเทโซ หม่อมฉันคิดว่าช้าเร็ว เขาต้องส่งคนกลุ่มนี้มากุมอำนาจการปกครองของเราแน่ ฝ่าบาททรงมอบทหารให้หม่อมฉันเพื่อที่จะ ลอบสังหารอ๋องเทโซเถอะ แม้ว่ากำลังของพูยอจะเหนือกว่าเรามาก แต่ถ้าไม่มีอ๋องเทโซซักคน กำลังใจของทหารก็จะสั่นคลอนอย่างมาก ถึงตอนนั้นเราค่อยเปิดศึกกับพวกเขาก็ยังไม่สาย"
"ถ้าไม่มีอ๋องเทโซซักคน แน่นอนว่าโอกาสจะเป็นของเรา แต่เราจะทำไงถึงสังหารเขาได้"
"ทุกวันนี้เขาต้องไปเยี่ยมทหาร ที่นอกเมืองเดือนละครั้งเป็นกิจวัตรประจำ ถึงตอนนั้นถ้าเราจะลงมือ อาจมีหวังก็ได้"
"ถ้าเข้าไปถึงพูยอ ถูกจับได้ เจ้ากับทหารจะตายหมด ข้าไม่เห็นด้วย"
"ขอเพียงเอาชีวิตเทโซได้ หม่อมฉัน พร้อมจะพลีชีพพะยะค่ะ"
"แล้วที่ข้าคุกเข่าให้อ๋องเทโซ ยอมรับความอัปยศเพื่ออะไรกัน ไม่ใช่เพื่อรอโอกาสหรอกหรือ เพราะฉะนั้น ข้าจะไม่ให้เจ้าทำอะไรวู่วาม"
ขณะที่พระมเหสีมียูมีรับสั่งให้คนไปตามซังกามาเฝ้า
"ท่านมาแล้วหรือ รู้หรือยังว่า องค์ชายแฮเมียงได้กลับมาเมืองหลวง"
"รู้พะยะค่ะ แล้วมีอะไรไม่ทราบ"
" เขากำลังวางแผนจะทำสิ่งที่น่ากลัว ไปขอทหารจากฝ่าบาทเพื่อลอบสังหารอ๋องเทโซ ตั้งแต่เขาเสียตำแหน่งเจ้าเมืองไป อำนาจทางทหารก็ถูกลดลงด้วย เลยพยายามทำทุกอย่างที่จะกอบกู้ฐานะคืนมาใหม่ ซึ่งเราจะเปิดโอกาสให้เขาไม่ได้ คำพูดของข้า ท่านเข้าใจความหมายใช่ไหม"
ซังกาฟังแล้วอึ้งคิดหนัก
เมื่อมีโอกาสอยู่กันตามลำพัง องค์ชายเซยูก็ตรัสกับองค์ชายแฮเมียงอีกว่า
" ใครๆ ก็รู้ว่านางคิดยังไง จะใช้หัวหน้าเผ่าพีรู ช่วยให้ยอจินได้เป็นรัชทายาท เรื่องของเรื่อง เพราะเจ้าพี่ไม่ค่อยได้อยู่เมืองหลวง ฝ่าบาทก็ดูเหมือนจะหายกริ้วมากแล้ว หึ ถ้าไงกลับมาอยู่นี่เถอะนะ"
"ข้ายังมีงานต้องทำอีกมาก ไว้เสร็จงานทั้งหมดแล้ว ค่อยกลับมาดีกว่า หึ"
ด้านมูยุลก็นั่งคิดเรื่องจดหมายที่เขาได้มา มาโนเข้ามาถามก็ปฏิเสธว่าไม่มีอะไร แต่มาโนเห็นจดหมายเสียก่อน
" ไม่มีอะไรก็มาดูซี่ ชอบมีความลับกับข้าเรื่อย เฮ้ย นี่มัน กำหนดการของเบื้องสูง วันที่ 10 เดือน 10 ใต้ปากมี 2 ขา ใต้ตามี 2 ขา ใต้ขุนนางมี 2 ขา"
"เบื้องสูงคงหมายถึงอ๋องเทโซ แต่นอกนั้น ไม่รู้ว่าหมายถึงอะไรบ้าง"
" ใต้ปากมี 2 ขาๆ ใต้ตามี 2 ขา ใต้ขุนนางมี 2 ขา ใต้ปากจะมีขาได้ไง ปากบวกกับ เฮ้ย มูยุล นี่มัน เป็นอักษร "จี" ใช่ไหม นี่ไง ใต้ปากมีขา เห็นหรือเปล่า ส่วนนี่ ใต้ตามี 2 ขาก็คืออักษร "แพ" ใช่แล้ว เห็นมั้ย"
มูยุลอึ้ง "เจ้า"
"แหม ก็แค่ปริศนากล้วยๆ"
มูยุลตาโต "จริงหรือ ถ้าอย่างงั้น ใต้ขุนนางมี 2 ขา ก็คือ "ยอน" "จีแพยอน" อ๋องเทโซ วันที่ 10 เดือน 10 จะเดินทางไป จีแพยอน"

มูยุล มหาบุรุษพิชิตแผ่นดิน 5 ต่อ
คู ชูทูลพระราชายูริว่า "หัวหน้าเผ่าทั้งหลายรวมถึงท่านซังกา ล้วนไม่เห็นด้วยที่จะสู้กับพูยอ หากอ๋องเทโซสิ้นพระชนม์เมื่อไหร่ แคว้นพูยอจะมีปัญหาเรื่องการสืบบัลลังก์ แต่เราก็ไม่มั่นใจว่าจะชนะพวกเขา เลยไม่ควรเสี่ยงพะยะค่ะ"
"แทชองเข้ามาซิ ไปตามองค์ชายแฮเมียงมาพบข้า"
แทชองรับคำ "พะยะค่ะ"
องค์ชายแฮเมียงเข้าเฝ้าพระราชายูริตามรับสั่ง
" ข้าถามความเห็นหัวหน้าเผ่าทั้งหลายแล้ว พวกเขาคัดค้านที่เราจะเปิดศึกกับแคว้นพูยอ ต่อให้อ๋องเทโซตายไป ถ้าไม่มีทหารจากเผ่าต่างๆ มาช่วย เราก็ไม่อาจต่อกรกับพูยอได้"
"หม่อมฉัน สามารถทำงานนี้ให้สำเร็จ ฝ่าบาท โปรดเชื่อหม่อมฉันเถอะพะยะค่ะ"
"อย่าเพิ่งคิดการใหญ่ตอนนี้เลย กลับไปโชบุนเถอะ"
องค์ชายแฮเมียงอึ้ง "ฝ่าบาท"
มาโนเห็นเคยูมองบางอย่างก็เข้าไปทัก
"ยืนดูอะไรแทบไม่กระพริบตา"
เคยูกระแอม มาโนตาโต "ว้าว ผู้หญิงอะไรจะเก่งขนาดนี้"
"มานี่ซิ" องค์หญิงเซยูเรียก "ถ้าเดาไม่ผิด พวกเจ้าคงเป็นทหารที่มาใหม่ ถ้าเอาชนะข้าได้ ข้าจะช่วยให้เลื่อนตำแหน่งเร็วๆ"
องค์หญิงเซยูสู้ เคยูก็ลงมือทันที ก่อนจะบอกว่า
" ไม่รู้ว่าเจ้ามีหน้าที่อะไรในวัง รู้แต่หน้าตาไม่เลว แถมฝีมือก็ใช้ได้ หึ ข้าน่ะ เป็นคนสนิทขององค์ชายแฮเมียงชื่อว่า "เคยู" ต่อไป ให้ข้าช่วยเจ้าดีกว่า"
มูยุลรีบเข้ามาบอก "เฮ้ย ท่านแม่ทัพ หึ องค์หญิง หึ โปรดอภัยให้ด้วย หึ ท่านแม่ทัพ ไม่รู้ว่าทรงเป็นองค์หญิง"
"เอ่อ หม่อมฉันไม่รู้ว่าเป็นองค์หญิง ขอทรงอภัยด้วย หึ"
องค์หญิงเซยูไม่ว่าอะไร เสด็จออกไป เคยูหันมาเล่นงานมาโน
"เฮ่ย เจ้าตัวแสบนี่ ทำไมไม่บอกก่อนว่านางเป็นใคร"
"ก็ ไหนท่านบอกว่า รู้ทุกอย่างในวังดีไงล่ะ แล้วทำไม แม้แต่องค์หญิงยังไม่รู้จัก"
เคยูสะอึก "หึ เฮ่ย"
"หึๆ มูยุล วันนี้ข้าอารมณ์ดี เราไปเดินเล่นในตัวเมืองมั้ย นี่อะไรน่ะ โอ๊ะ อะไร"
"ไปเถอะน่า"
มาโนบ่น "โธ่เอ๊ย ซื้อของไปฝากหัวหน้าดีกว่า นี่ดีมั้ย"
"ก็พอไหว"
"เป็นของดีนะครับ มาจากเมืองฮวางยง คุณภาพชั้นหนึ่งเลยล่ะ แหะๆ"
"แสดงว่าท่าน รู้จักเมืองฮวางยงหรือ"
พ่อค้าบอกว่า "ก็เป็นชาวฮวางยงแท้ๆ จะไม่รู้จักได้ไง แหม"
"ถ้าอย่างงั้น คำว่า "จีแพยอน" หมายถึงอะไรน่ะ"
พ่อ ค้าบอกมาว่า "จีแพยอน? ก็เป็นที่ตั้งวังหลวงเมืองฮวางยงไงล่ะน้องชาย สมัยก่อนตอนสถาปนาเมืองฮวางยง ใครๆ ก็เรียกที่นั่นว่าจีแพยอน ทุกวันนี้แม้แต่ชาว ฮวางยงเองก็ลืมเรื่องนี้ไปหมดแล้ว ว่าแต่ เจ้าไปฟังมาจากไหนน่ะ"
มูยุลรีบไป มาโนรีบเรียก "เดี๋ยว เฮ้ย มูยุล"
มูยุลไปเฝ้าองค์ชายแฮเมียง
"องค์ชาย หม่อมฉันมูยุล"
"อ้อ เข้ามาสิ"
"หม่อมฉันมีเรื่องสำคัญ จะมาทูลให้องค์ชายทราบ"
"เรื่องอะไร"
"หม่อมฉัน ปิดบังเรื่องบางอย่างต่อองค์ชาย"
มูยุลนำจดหมายของนักโทษมอบให้องค์ชายแฮเมียง
"นี่มันอะไรกัน"
" นี่คือ วันที่ 10 เดือน 10 อ๋องเทโซจะทำพิธีบูชาฟ้า ในเขตวังหลวงของเมืองฮวางยง เป็นข่าวที่ได้จากสายลับคนหนึ่ง ที่คิดวางแผนลอบปลงพระชนม์ เชื่อว่าคงไม่ผิดแน่"
"ให้เคยูกับมาโนมาพบข้า"
"พะยะค่ะ"
เมื่อทุกคนมาครบ องค์ชายแฮเมียงตรัสว่า
"เราจะเดินทางกลับเมืองโชบุน ไปเก็บของซะ"
"มีเรื่องด่วนหรือพะยะค่ะ"
"เราจะวางแผน ฆ่าอ๋องเทโซ"
ทัง โนทูลพระราชาเทโซว่าเครื่องบรรณาการที่โกคูรยอส่งมา ถูกทหารเมืองฮวางยงดักปล้นอีกแล้ว คนของเราล้มตายหมด ทั้งข้าวของและทาส อันตรธานหายไปไม่รู้ร่องรอย
พระราชาเทโซตรัสถาม "แน่ใจหรือว่าเป็นฝีมือทหารเมืองฮวางยงน่ะ"
" ในที่เกิดเหตุ พบธนูของเมืองฮวางยงพะยะค่ะ และจากสาส์นท้ารบที่พวกมันส่งมา จากเหตุการณ์คราวที่แล้ว อาจมีการแก้แค้นตามมาเป็นระยะ ฝ่าบาท ที่จะเสด็จไปเมืองฮวางยง ทรงยกเลิกดีมั้ยพะยะค่ะ ตราบใดที่ยังปราบพวกกบฎไม่ได้ มันจะเสี่ยงเกินไป อีกอย่าง ถ้าให้พวกมันรู้เส้นทางการเสด็จละก้อ"
แชบูถาม "รู้ได้ไง มันเป็นความลับสุดยอดไม่ใช่หรือ ฝ่าบาท นี่เป็นงานที่ถูกกำหนดไว้นานแล้ว หากยกเลิกกระทันหัน จะมีผลต่อพระเกียรติของฝ่าบาท ส่วนเรื่องความปลอดภัย หม่อมฉันจะดูแลให้เอง ทรงวางพระทัยได้"
"ท่านเจ้ากรม มั่นใจขนาดนี้เชียวหรือ ท่านกล้ารับรองความปลอดภัยของฝ่าบาทได้หรือ"
"ข้าได้เตรียมถวายอารักขาอย่างรัดกุม ไม่ต้องห่วงหรอก"
"เตรียมการยังไง ทำไมข้าไม่เห็นรู้ซักนิด" ทังโนว่า
พระราชาเทโซทรงปราม "อย่าทะเลาะกัน ข้าจะไปตามกำหนดเดิม"
"ฝ่าบาท"
" คนอย่างข้ามีหรือจะกลัวคนถ่อยพวกนี้ ถ้าเราจะต่อกรกับเทียนเฉา ก็ต้องรักษาสายสัมพันธ์กับเมืองฮวางยงไว้อย่างเหนียวแน่น เพราะฉะนั้น ทุกคน ไปเตรียมตัวได้"
ทังโนกลับไปด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ยอนเห็นจึงถาม
"ท่านพ่อ กลุ้มใจอะไรหรือคะ"
"อึม เรื่องที่ฝ่าบาท จะเสด็จไปเมืองฮวางยงให้ได้"
"ไปเมืองฮวางยงตอนนี้ มันจะค่อนข้างเสี่ยงนะคะ"
"พ่อก็ทูลแล้วทูลอีก แต่ฝ่าบาทก็ทรงดื้อแพ่งไม่ยอมฟัง พ่อก็เลยจนปัญญา"
"งั้น" ยอนอึกอักไปนิด
"มีอะไรจะพูดอีกหรือ"
"ข้าอยากไปค่ายฝึกนักรบทมิฬค่ะ"
ทังโนมองหน้าลูกสาว "หือ"
"เพราะพี่ "โทจิน" เขียนจดหมายมา บอกว่ามีหลายคนรับการฝึกจนบาดเจ็บสาหัส ข้าอยากไปช่วยพวกเขาน่ะค่ะ"
"หึ ถ้าเจ้าต้องการอย่างงั้น ก็ตามใจเถอะ แต่ว่า ที่นั่นค่อนข้างเข้มงวด ต้องระวังด้วยล่ะ"
ยอนดีใจ "ค่ะ"
มูยุลกับมาโนนำของฝากมามอบให้เฮยา
เฮยาชม "หึ น่ารักดี"
"ซื้อมาจากเมืองหลวงน่ะครับ" มาโนคุย
"ไปถึงเมืองหลวงเชียวหรือ"
"ครับ"
"ได้เปิดหูเปิดตาสมใจแล้วสิ ออกไปเห็นโลกภายนอก รู้สึกยังไง"
" ก็ดีครับ โดยเฉพาะ ได้ติดตามองค์ชายผจญภัย ก็ยิ่งสนุกมากขึ้น างครั้งที่อยู่กับองค์ชาย มีความรู้สึก อยากให้ตัวเองมีพ่อหรือพี่ชายซักคน"
"มีความคิดแบบนี้ก็ดี จะได้ตั้งใจช่วยองค์ชายมากขึ้น เพราะคนๆ นี้ ไม่เคยทำให้ใครผิดหวัง"
มูยุลเข้าใจ "อึม"
"ถ้าอย่างงั้น เราคงต้องขอลา"
"ดูแลตัวเองดีๆ และตั้งใจทำงานล่ะ" เฮยาอวยพร
มูยุลรับคำ "ครับ"
แม่ทัพเมื่อได้รับรู้แผนการขององค์ชายแฮเมียงก็อึ้งไป
"รับสั่งว่า จะลอบสังหารอ๋องเทโซหรือ"
"วันที่ 10 เดือน 10 เมืองฮวางยงจะมีพิธีบูชาฟ้า อ๋องเทโซจะไปร่วมด้วย และข้าจะไปลอบสังหาร อ๋องเทโซในระหว่างเดินทาง"
" องค์ชาย แต่ตอนนี้ไม่มีกำลังทหาร เราไม่มีผู้ช่วยแล้วจะคิดการใหญ่ได้ยังไงพะยะค่ะ ถ้างานนี้ล้มเหลว อาจไม่ใช่แค่ปลดจากตำแหน่งเจ้าเมืองเท่านั้น หมายถึงชีวิตองค์ชายด้วย นี่ยังไม่ถึงเวลา รอให้ครองราชย์แล้วมีกำลังเพียงพอ ซักวันเราต้องเอาชีวิตอ๋องเทโซได้"
"ใช่ ท่านพูดมาก็ถูก ซักวันหนึ่ง ทหารนับหมื่นของโกคูรยอ คงได้ปะทะ กับพูยออย่างเอาเป็นเอาตาย แต่ว่า ตอนนี้แค่ให้ข้าตายคนเดียวเท่านั้น"
เคยูถามว่า "องค์ชาย แล้วเรื่องทหารจะทำยังไง"
"ข้าจะใช้ทหารรับจ้างที่อยู่ในป่า ส่วนใหญ่คนพวกนี้ ก็พลัดพรากจากบ้านเกิดเพราะถุกพูยอรุกราน เชื่อว่าน่าจะยอมช่วยเรา"
"ทหารรับจ้างเก่งกาจก็จริง แต่มีจำนวนแค่หลักสิบ จะให้สู้กับทหารพูยอ มันจะไหวหรือพะยะค่ะ"
"ขอเพียงมุ่งมั่นในการทำงาน ไม่ว่าอะไรก็ต้องสำเร็จ"
มาโนไปสืบหาที่อยู่ของพักโซจนพบ แล้วมูยุลก็เข้าไปคุยกับพักโซ
"เฮ้ย นั่นใครน่ะ เจ้าสองคนเองหรือ เรื่องที่ชายแดน เราซาบซึ้งก็จริง แต่ถ้ามาหาเรื่องอีก คงไม่ยอมง่ายๆ หรอกนะ"
"ข้าไม่ได้มาหาเรื่อง แต่จะช่วยพวกเจ้า แต่ว่ามีเรื่องจะพูดก่อน"
มูยุลบอกความประสงค์ให้พักโซรับทราบ พักโซสบถออกมา
"จะบ้าหรือ งานแบบนี้ทำไมเราต้องไปเสี่ยง"
"ไปหรือไม่ไป อยู่ที่ความสมัครใจ แต่ถ้าไปจะคุ้มกว่า"
"เพราะอะไร"
" ถ้าพวกเจ้ายอมไปด้วย จะมีผลงานให้องค์ชายได้เห็น และองค์ชายแฮเมียง ก็คือว่าที่พระราชา อาจช่วยให้พวกเจ้าเกิดการเปลี่ยนแปลง ไม่งั้นจะอยู่ในบ่อนทั้งชาติ ขายของเถื่อนตลอดไปหรือ โอกาสไม่ได้มีบ่อยหรอกนะ"
"เราไม่ได้สนิทกันมากมาย และข้าก็ไม่คิดจะเป็นผู้ยิ่งใหญ่ อยู่แบบนี้ก็พอแล้ว"
"หึ แต่ถ้าเปลี่ยนใจเมื่อไหร่ พรุ่งนี้ไปพบข้าที่เนินขา "ชางชอน" ได้"
ผู้ ช่วยของแพกึยมาบอกว่ามีการฝึกทหารรับจ้างสิบกว่าคน แพกึยจึงไปดูด้วยตัวเอง พอดีมาโนกับมูยุลเห็น มูยุลสั่งให้มาโนรีบกลับไปที่ค่ายฝึกเพื่อบอกองค์ชายแฮเมียงให้รู้
"แล้วเจ้าล่ะ" มาโนถาม
"ข้าจะหลอกพวกเขาไปอีกทาง ยังไม่ไปอีก"
มาโนรีบไปบอกองค์ชายแฮเมียง ทรงสั่งใหสลายตัวก่อน ส่วนมูยุลก็หลอกล่อพวกแพกึยไปอีกทางหนึ่ง และเจอกับพวกพักโซ
พักโซถาม "เกิดอะไรขึ้น"
"หึ เดี๋ยวค่อยบอกให้รู้ รีบไปจากที่นี่ก่อน"
ว่าแล้วก็พากันหนีไปอย่างเร็ว ผู้ช่วยนำแพกึยตามมาแต่ไม่ทัน
"พวกมันหายไปหมดเลยครับ"
"องค์ชายระดมพลขนาดนี้ จุดประสงค์เพื่ออะไรกันแน่"
"หรือว่า จะวางแผนก่อกบฏหรือเปล่า"
"กบฏหรือ"
"ใช่ครับ เพราะสภาพขององค์ชายตอนนี้ อาจคิดว่าถูกฝ่าบาทมองข้ามความสำคัญก็ได้
"หึ เขาไม่ใช่คนโง่ขนาดนั้น น่าจะมีแผนอื่น มีแผนอะไรที่เราไม่รู้ ไปหาร่องรอยองค์ชายให้พบ"
แม่ทัพสองคนกำลังปรึกษากับองค์ชายแฮเมียง
"แพกึยมาด้วยตัวเอง แสดงว่ารู้ความเคลื่อนไหวขององค์ชายดี"
"ถ้าอย่างงั้น ที่เราวางแผนจะสังหารอ๋องเทโซ เขาก็รู้ด้วยน่ะสิ"
"ไม่หรอก คิดว่าตอนนี้เขายังไม่รู้ แต่ว่า คงรู้ถึงความผิดปกติบางอย่าง จะทำไงดีพะยะค่ะ"
"อย่าให้พลาดโอกาสที่หายาก ป่านนี้แพกึยคงจะเที่ยวสืบหาร่องรอยพวกเรา เราต้องรีบเดินทางแล้ว"
แม่ทัพเข้าใจ "อึม"
องค์ชายแฮเมียงกล่าวต่อว่า "ขบวนของอ๋องเทโซ เป็นไปได้ว่า อาจจะผ่านตรงจุดนี้ ก่อนอื่น เราจะอยู่ที่นี่ วางกำลังไว้ก่อน"
"พะยะค่ะ พวกเรา ไปได้แล้ว"
"ทำงานได้แล้ว รีบไปเร็ว พวกเรา"
0000000000000
ยอนเดินทางมาหาโทจิน
"พี่โทจิน"
"หึ พอส่งจดหมายไปแล้ว ข้ารู้สึกคิดผิด"
"ทำไมล่ะ"
"เพราะไม่รู้เจ้าจะมาหรือเปล่า วันๆ เฝ้ารอแล้วรออีก ไม่เป็นอันฝึกฝน แต่ว่า ไม่นึกว่าเจ้าจะมาเร็วขนาดนี้"
"ท่านมีเรื่องไหว้วาน ข้าจะไม่ช่วยได้ไง แล้วท่านเป็นไงบ้าง คนอื่นมีแต่เจ็บหนักทั้งนั้น"
" ข้ายังอิจฉาพวกเขามากกว่า ที่ได้นอนสบายบนเตียง ทุกวันนี้ แค่คิดว่าตัวเองยังอยู่รอดก็เหมือนปาฏิหาริย์แล้ว พ่อเจ้าเป็นไงบ้าง สบายดีมั้ย"
"สบายดี แต่จะตามฝ่าบาทไปเมืองฮวางยง"
"ฝ่าบาทจะเสด็จเมืองฮวางยงหรือ ไม่เห็นรู้เลย"
"ในเมืองพูยอ ก็มีน้อยคนจะรู้เรื่องนี้"
องค์ชายแฮเมียงเสด็จไปดูที่หมายด้วยตนเอง
เคยูกล่าวว่า "พรุ่งนี้เช้าขบวนของอ๋องเทโซจะผ่านมาทางนี้"
"คงมีทหารอารักขาเป็นจำนวนมาก ต่อให้ซุ่มโจมตี คนของเราก็น้อยกว่าอยู่ดี"
"ทำตามแผนที่วางไว้"
แม่ทัพถึงกับถอนหายใจกล่าวอะไรไม่ออก
เวลานั้นพักโซก็ถามมูยุลว่า
"นี่ ตอนนี้จะบอกได้หรือยัง"
"อะไร" มูยุลย้อนถาม
"ศัตรูที่เราจะเล่นงานเป็นใคร"
"แหะ รู้แล้วจะทำไม"
"เผื่อเห็นท่าไม่ดีจะได้เผ่น พวกเจ้าเป็นทหารต้องทำตามคำสั่งองค์ชาย แต่เราไม่ใช่ เรื่องอะไรยอมตายง่ายๆ"
"มาถึงขนาดนี้ กลับลำไม่ทันแล้ว ครั้งแรกในชีวิตที่ได้ทำงานสำคัญ หึ ตั้งใจหน่อยล่ะ"
"เขาพูดอะไร"
"อยากรู้มั้ยว่าศัตรูเป็นใคร"
"พูดมาสิ"
"หึ อ๋องเทโซ" มาโนตอบ
พักโซตกใจ "อะไรนะ"
"ถ้าสังหารเขาได้ เราจะเป็นวีรบุรุษของโกคูรยอ"
"วีรบุรุษหรือ หัวจะหลุดน่ะสิ สงสัยจะบ้าแล้ว"
"ตอนนี้ ถึงกลับตัวก็สายไปแล้ว หึ หึๆ" มาโนขำ
องค์ชายแฮเมียงเห็นมูยุลยังไม่นอนก็เข้ามาคุยด้วย
"อ้อ หึ ยังไม่นอนอีกหรือ"
"พะยะค่ะ หม่อมฉันนอนไม่หลับ"
"กลัวหรือไง"
"พะยะค่ะ มันก็ กลัวนิดหน่อย"
"ถ้าอย่างงั้น เปลี่ยนใจตอนนี้ยังทันนะ"
" ไม่พะยะค่ะ ถึงจะกลัว หม่อมฉันก็ขอสู้ เพราะองค์ชาย เป็นแรงบันดาลใจให้หม่อมฉัน สมัยก่อนที่อยู่ในถ้ำ หม่อมฉันเคยตั้งความหวังไว้ว่า ซักวันจะออกไปดูโลกภายนอก ก็ไม่รู้ทำไม ถึงอยากออกไปผจญภัยนักหนา รู้แต่ว่าต้องออกมาให้ได้ แต่ว่า พอได้รู้จักกับองค์ชาย หม่อมฉันถึงรู้ว่าจะทำอะไร และอยู่เพื่ออะไรกันแน่ รู้ว่าหม่อมฉันเป็นชาวโกคูรยอ มีหน้าที่หวงแหน และปกป้องบ้านเมืองให้พ้นภัย ตอนเห็นชาวบ้านถูกจับไปแคว้นพูยอ นั่นเป็นครั้งแรก ที่รู้สึก แค้นจนอยากทำอะไรซักอย่าง แม้จะรู้สึกกลัวบ้าง แต่ความแค้นที่อยู่ในใจ ทำให้หม่อมฉันกล้าขึ้น"
"ความแค้น สามารถทำให้คนเรา เกิดพลังในการทำลายล้าง แต่มนุษย์จะอยู่ด้วยความแค้นไม่ได้ ยังมีสิ่งที่สำคัญกว่านี้อีก"
"นั่นคือ อะไรหรือพะยะค่ะ"
" หึๆ มันคืออะไร อีกหน่อยเจ้าจะเข้าใจเอง นี่คือนกหวีด ถ้าใช้มันร่วมกับการยิงธนู มันจะออกเสียงคล้ายๆ สัตว์ป่า เป็นสิ่งที่ทหารทั้งหลาย ใช้บอกทิศทางของศัตรู เฮ่อๆๆ ตอนข้าออกศึกครั้งแรก เสด็จพ่อประทานให้ข้า"
"ของมีค่าแบบนี้ จะมาให้หม่อมฉันได้ไง"
" เฮ่อๆๆ เจ้ามีสิทธิ์รับไว้อยู่แล้ว นี่เป็นศึกที่หนักหน่วงนัก เจ้าต้องอยู่รอดให้ได้ ถ้าเราได้กลับไปอีกครั้ง ข้าจะสอนวิธีใช้นกหวีดตัวนี้"
มูยุล มหาบุรุษพิชิตแผ่นดิน จบ 5

มูยุล มหาบุรุษพิชิตแผ่นดิน 6

ทังโนทูลพระราชาเทโซให้ยุติการเดินทาง พระราชาเทโซแปลกพระทัย
"ทำไมต้องยุติ"
"ทหารที่ไปดูลาดเลาจนป่านนี้ยังไม่กลับ แสดงว่า ต้องเกิดเรื่องอะไรขึ้นแน่ ก่อนจะสืบให้รู้ เราอย่าเพิ่งเดินทางเลย"
"เตรียมการเดินทางเดี๋ยวนี้" พระราชาเทโซตรัสเสียงเข้ม
"แต่ว่าฝ่าบาท นี่เป็นเขตของเมืองฮวางยง มีกลุ่มกบฏอยู่ทั่ว ไว้ใจไม่ได้นะพะยะค่ะ"
"ถ้ามัวแต่กลัวทหารแค่หยิบมือ ข้าคงไม่ต้องทำอะไรแล้ว"
แชบูทูลว่า "ถ้าเราหยุดการเดินทางตอนนี้ จะไม่ทันฤกษ์บูชาฟ้าของเมืองฮวางยงนะ"
"ก็แค่งานบวงสรวง จะสำคัญกว่าชีวิตฝ่าบาทได้ยังไง"
"ความปลอดภัยของฝ่าบาท ข้าบอกแล้วว่าจะดูแลเอง" แชบูว่า
"เดินทางต่อไปเหมือนเดิมแหละ" พระราชาเทโซตรัส
ระหว่างที่ดักทำร้ายพระราชาเทโซ องค์ชายแฮเมียงก็ได้รับบาดเจ็บ มูยุลต้องร้องบอกให้ทุกคนถอย
เคยูเรียก "องค์ชาย"
องค์ชายแฮเมียงเห็นมีคนตามมารีบบอก "มีทหารตามมาอีก รีบหนีเร็ว"
"ถ้าไปต่ออีก องค์ชายจะมีอันตราย"
"เราจะขวางพวกมันไว้เอง องค์ชายหนีไปก่อน หึ มูยุล มาโน พักโซ พวกเจ้าคุ้มครององค์ชายไว้" เคยูสั่ง
ทั้งสามรับคำ "ครับ"
มูยุลพาองค์ชายแฮเมียงไปที่ถ้ำ เฮยาเห็นองค์ชายได้รับบาดเจ็บก็ตกใจมาก รีบทำแผลให้ จนองค์ชายแฮเมียงรู้สึกตัว
"ทรงรู้สึกตัวแล้วหรือเพคะ"
"โอ๊ะ โอย มูยุล หึ"
"พะยะค่ะ"
" เจ้ารีบกลับไป เมืองหลวงเดี๋ยวนี้ ทูลฝ่าบาทให้รู้ ว่าอ๋องเทโซสิ้นพระชนม์แล้ว หึ หึ ถ้าแสดงป้ายนี้ ก็จะได้เข้าเฝ้าทันที ไม่ว่ายังไงก็ตาม เจ้าต้อง ไปทูลให้ได้ หึ หึ"
"ทรงวางพระทัย หม่อมฉัน จะไปทูลฝ่าบาทให้รู้"
มู ยุลเดินทางไปเมืองหลวงทันที และบอกทหารเพื่อขอเข้าเฝ้าพระราชายูริ แต่ทหารไม่ยอมให้เข้า มูยุลต้องมอบป้ายขององค์ชายแฮเมียงให้ทหารดู
แทชองถาม "องค์ชายให้เจ้ามา มีเรื่องสำคัญอะไรงั้นหรือ"
"ขอโทษด้วยครับ ถ้าไม่ได้เข้าเฝ้า ข้าจะบอกใครไม่ได้"
"บังอาจรู้มั้ยว่าข้าเป็นใคร หัวหน้าองครักษ์ของฝ่าบาท ถ้าข้าไม่อนุญาต ใครก็ห้ามเข้าเฝ้า บอกมาเร็วเข้า"
มูยุลไม่ยอมบอก แทชองจำยอมพามูยุลเข้าเฝ้าพระราชายูริ
"มีข่าวมาจากองค์ชายแฮเมียงพะยะค่ะ"
"เขาให้เจ้ามามีเรื่องอะไรหรือ"
"ไม่ได้ยินหรือ รีบทูลฝ่าบาทเร็วเข้า" แทชองดุ
"เจ้าออกไปก่อน" พระราชายูริปราม
"เอ่อ แต่ว่าฝ่าบาท แม้จะเป็นคนที่องค์ชายส่งมา แต่ว่า ถ้ามีจุดประสงค์อื่น"
"บอกให้ออกไป" แทชองยอมออกไป
"เดินมาใกล้ๆ ซิ เอาล่ะ ทีนี้พูดได้หรือยัง เขาให้เจ้ามาส่งข่าวอะไร"
"เอ่อ อ๋องเทโซ สิ้นพระชนม์แล้ว"
"เจ้าเอาอะไรมาพูด"
"องค์ชายแฮเมียง เสด็จไปเมืองฮวางยง สังหารอ๋องเทโซได้แล้ว"
"เป็นความจริงหรือนี่"
"พะยะค่ะ หม่อมฉันเอง ก็ได้เห็นกับตาว่าสิ้นพระชนม์ไปแล้ว"
พระราชายูริเรียกแม่ทัพ คูชู และขุนนางเข้าเฝ้ายามดึก
"ฝ่าบาท ทำไมรับสั่งให้มาประชุมตอนนี้ล่ะพะยะค่ะ"
" สิ่งที่ข้าจะพูด ให้ถือเป็นความลับ ห้ามแพร่งพรายออกไป โดยเฉพาะพวกเผ่าต่างๆ อย่าให้รู้เด็ดขาด เมื่อกี้องค์ชายแฮเมียง ได้ส่งข่าวมา ใจความของข่าวนั้น คืออ๋องเทโซซึ่งเดินทางไปเมืองฮวางยง ได้ถูกเขาสังหารแล้ว"
"หา ฝ่าบาท ถ้านี่เป็นเรื่องจริง เราต้องเรียกประชุมหัวหน้าเผ่าเพื่อเตรียมทำสงคราม เพราะถ้าอ๋องเทโซสิ้นพระชนม์ พูยอต้องมาเปิดศึกกับเราแน่"
"แต่ไม่ใช่แค่ฟังข่าวมาก็จะเคลื่อนย้ายทหาร แม่ทัพใหญ่"
"พะยะค่ะ"
"ตรึงกำลังที่ชายแดนให้เข้มงวด เพราะถ้าอ๋องเทโซสิ้นพระชนม์จริง ทหารพูยอคงไม่ปล่อยเราไว้"
"พะยะค่ะ ฝ่าบาท"
"ท่านคูชู"
"พะยะค่ะ"
"ติดต่อสายลับของเราที่อยู่พูยอ ให้สืบดูว่าอ๋องเทโซสิ้นพระชนม์จริงหรือเปล่า"
"พะยะค่ะ"
แม่ทัพมาบอกเล่าให้ซังกาฟัง บ่าวถามว่า
"ท่านบอกว่าองค์ชายแฮเมียง สังหารอ๋องเทโซได้จริงหรือ"
"คนขององค์ชายกลับมาแจ้งข่าวอย่างงั้น แต่จะจริงหรือไม่ ไม่มีใครรู้"
" ถ้าอ๋องเทโซสิ้นพระชนม์จริง ฝ่าบาทคงต้องเปิดศึกกับแคว้นพูยอและถ้าชนะ พระเกียรติก็จะยิ่งเป็นที่เลื่องลือ และความหวังของท่าน ที่จะเลื่อนฐานะเผ่าพีรูของเราให้เป็นแว่นแคว้น มิต้องสิ้นหวังหรอกหรือ"
"แต่ถ้าหัวหน้าเผ่าทั้งหลายคัดค้านการเปิดศึก ฝ่าบาทก็จะทำอะไรไม่ได้"
" ท่านคาดการณ์ผิดแล้ว ถ้าตอนนี้อ๋องเทโซสิ้นพระชนม์จริง พระราชายูริ ไม่ต้องอาศัยเสียงสนับสนุนจากชนเผ่า แค่นำทหารจากส่วนกลาง ก็สามารถเปิดศึกได้แล้ว"
"ถึงมีกำลังจากส่วนกลางก็ไม่ถึง 2 หมื่นนาย จำนวนแค่นี้ไม่พอรับมือทหาร พูยอได้หรอกครับ"
" แต่แคว้นพูยอ เติบใหญ่ได้ก็ด้วยบารมีของอ๋องเทโซที่สั่งสมมานาน ถ้าไม่มีเขาก็พร้อมจะล่มสลายได้ทันที ฉะนั้นถึงเรามีทหารแค่ 2 หมื่นก็สามารถเอาชนะพวกเขาได้ รีบส่งข่าวไปยังแพกึย ให้จับตาความเคลื่อนไหวของแคว้นพูยอ"
องค์หญิงเซยูให้นางในไปตามมูยุลมาเฝ้า
"ได้ยินว่าเจ้าพี่แฮเมียงสังหารอ๋องเทโซได้หรือ"
"พะยะค่ะ"
"แล้วตอนนี้เขาอยู่ไหน ทำไมไม่กลับมาพร้อมเจ้า"
"เพราะองค์ชาย ได้รับบาดเจ็บสาหัสพะยะค่ะ แต่มีหมอรักษาแล้ว ทรงวางพระทัยได้"
"พาข้าไปหาเขา ข้าจะดูแลด้วยตัวเอง"
"ขอทรงอภัย หม่อมฉัน ยังต้องรอรับสั่งจากฝ่าบาท ทันทีที่มีพระบัญชา หม่อมฉันถึงจะกลับได้"
ทางด้านยอนกับโทจินก็ทราบเรื่องการลอบสังหารจากพวกนักรบ ยอนจะกลับไปดูด้วยตัวเอง เพราะต้องการเห็นกับตา โทจินบอกว่าจะไปด้วย
ด้านองค์ชายแฮเมียงก็คอยถามข่าวจากเฮยาว่ามีข่าวจากมูยุลหรือยัง เฮยาบอกว่ายัง
" หม่อมฉันมีเรื่องจะทูลถาม องค์ชายกับเขา มีความสัมพันธ์อะไรแน่ จะบอกหม่อมฉันได้หรือยัง หม่อมฉันเห็นมูยุล มีความสามารถที่เหนือกว่าคนอื่น แล้วทำไมองค์ชาย ถึงได้ห่วงเขา คอยปกป้องอยู่ตลอดเวลา เพราะอะไรหรือเพคะ"
"เพราะมูยุล เป็นองค์ชาย แห่งโกคูรยอ และเป็นน้องข้า เมื่อก่อนตอนเขาเกิดมา โหรทำนายว่าชะตาของเขา จะทำให้โกคูรยอไปสู่ความหายนะ ทางเดียวที่จะแก้คำสาปนี้ได้ ก็คือต้องเอาชีวิตเขา แต่เสด็จพ่อทรงใจอ่อน ไม่อาจเข่นฆ่าเลือดเนื้อเชื้อไข แค่ให้ปลดเป็นสามัญชนและไปอยู่ข้างนอกก็พอ นี่ก็คือ สาเหตุที่เจ้า เป็นผู้เลี้ยงดูเขามาแต่เกิด"
"ถ้าอย่างงั้น จะให้เขา อยู่อย่างงี้ตลอดไปหรือเพคะ"
" หึ ไม่หรอก ทุกวันนี้เขา เติบใหญ่เป็นหนุ่มที่มีความสามารถ ข้ากำลังหาโอกาสจะช่วยเขา ให้คืนตำแหน่งองค์ชายเหมือนเดิม และคิดว่าวันนั้นคงอยู่ไม่ไกลนัก"
เวลานั้นมูยุลไปขอเข้าเฝ้าพระราชายูริแ
"ให้เข้ามา มีอะไรจะพูดใช่ไหม"
" เอ่อ หม่อมฉันมาทูลเรื่องของอ๋องเทโซ นี่ก็ผ่านไป 5 วันแล้ว ทำไมป่านนี้ ในเมืองยังเงียบสงบอยู่ องค์ชายเสี่ยงชีวิตเปิดโอกาสถึงขนาดนี้ ฝ่าบาทจะไม่ทำอะไรบ้างหรือพะยะค่ะ"
"เจ้ากล้าเสียมรรยาทต่อฝ่าบาทหรือ" คูชูดุ
"เดินมาใกล้ๆ ซิ ไม่พอใจข้าใช่ไหม"
"พะยะค่ะ"
"เพราะข้า ยังไม่เชื่อสนิทใจว่า อ๋องเทโซจะตายจริงๆ"
"แต่ว่าฝ่าบาท นี่เป็นสิ่งที่ หม่อมฉันเห็นกับตานะพะยะค่ะ"
" ข้าจำเป็นต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของบ้านเมือง ไม่ควรตัดสินใจบุ่มบ่ามจนพาให้ทุกคนไปตาย ฉะนั้น เจ้าพูดจริงหรือไม่ แฮเมียงสังหารอ๋องเทโซจริงหรือเปล่าก็ยังไม่แน่ แต่ข้าจะไม่ให้ผลงานของเขาเสียเปล่าแน่ เจ้าออกไปได้"
"เอ่อ หึ" มูยุลออกไป
คูชูทูลว่า "เป็นเด็กหนุ่มที่ใจกล้ามากนะพะยะค่ะ คล้ายกับ ฝ่าบาทสมัยยังหนุ่มไม่มีผิด"
"ข้าดีใจที่แฮเมียงมีลูกน้องที่ดี"
แทชองเข้ามา "ฝ่าบาท สายที่อยู่แคว้นพูยอส่งข่าวมาแล้วพะยะค่ะ ตอนนี้ทหารพูยอกำลังจะมาประชิดชายแดนของเรา"
"เรียกประชุมหัวหน้าเผ่าเดี๋ยวนี้"
"พะยะค่ะ"
เวลาต่อมาหัวหน้าเผ่ามาเข้าประชุม พระราชายูริตรัสว่า
" ข้า จะขอประกาศศึกกับแคว้นพูยอ หัวหน้าเผ่าทั้งหลาย แม้จะแสดงท่าทีไม่ต้องการสู้รบกับพูยอก็จริง แต่ถึงพวกท่านจะคัดค้าน ข้าก็ยังจะเปิดศึกอยู่ดี"
"ฝ่าบาท ถ้าเราไม่เห็นด้วย จะทรงโยกย้ายทหารไม่ได้ แล้วทำไม ยังจะดึงดันสู้รบอีก"
"เพราะมีโอกาสชนะ องค์ชายแฮเมียง ได้สังหารอ๋องเทโซแล้ว เป็นเรื่องจริงที่ข้าตรวจสอบแน่ชัด ท่านซังกา"
"พะยะค่ะฝ่าบาท"
"มีความเห็นยังไง"
" หึ หม่อมฉันก็ได้ข่าว เกี่ยวกับเหตุร้ายที่เกิดกับอ๋องเทโซเช่นกัน เมื่อมีหวังชนะแล้วเรื่องอะไรจะไม่สู้ เผ่าพีรูจะส่งทหาร 3 หมื่นและยุทโธปกรณ์เป็นกองหนุน"
เมื่อเลิกประชุมแล้ว แทชองก็ทูลถามพระราชายูริอีกครั้ง
"เราตัดสินใจจะรบกับพูยอแล้ว"
"จริงหรือครับ"
"จริงสิเจ้าหนุ่ม ยังไงก็ตาม เป็นผลงานของเจ้า" มูยุลหัวเราะหึๆ
000000000000000
แพ กึยกับชองบูไปดูที่ชายแดน เขาแปลกใจว่าถ้าพระราชาเทโซสิ้นพระชนม์แล้วทำไมถึงมีองครักษ์มาอยู่แถวชาย แดน ความจริงคือพระราชาเทโซยังไม่สิ้นพระชนม์ แถมพระราชาเทโซยังสั่งแชบูว่า
"ไปบอกพระราชายูริเดี๋ยวนี้ ให้พาองค์ชายแฮเมียงมาลงโทษต่อหน้าข้า ไม่งั้นข้าจะกวาดล้างโกคูรยอให้ราบเป็นหน้ากลอง"
"พะยะค่ะ"
ทังโนทูล "ฝ่าบาท ลูกยอนกับโทจินมาพะยะค่ะ"
"ฝ่าบาท หึ"
"โทจินก็มาด้วยหรือนี่"
"ขอบคุณสวรรค์ที่ยังทรงปลอดภัย หม่อมฉันได้ยินว่าฝ่าบาทถูกทหารโกคูรยอลอบปลงพระชนม์ระหว่างทาง แล้วทรงเป็นไรหรือเปล่าเพคะ"
พระ ราชาเทโซทรงหัวเราะ "ฮ่าๆๆ พวกโกคูรยอมันโง่ สังหารตัวแทนของข้ายังไม่รู้เรื่องอีก เฮ่อๆๆ ข้าไม่เป็นไร อย่าห่วงเลย เฮ่อๆๆ การฝึกของพวกเจ้าเป็นไงบ้าง"
"นักรบทมิฬกำลังรอฟังคำสั่ง เพื่อจะแก้แค้นให้ฝ่าบาท"
"อึม ท่านอำมาตย์"
"พะยะค่ะ"
"ศึกนี้ไม่จำเป็นต้องให้นักรบทมิฬเข้ามาร่วมด้วย การทำงานของพวกเขา ต้องรัดกุมให้มาก"
ทังโนรับคำ "พะยะค่ะ"
พอออกมายอนกับโทจินก็ถามทังโนว่า
"นี่มันอะไรกันคะ ข้านึกว่าฝ่าบาททรงแย่แล้วจริงๆ"
"รับสั่งว่าคนที่ตายคือตัวแทน จริงหรือเปล่าครับ"
ทัง โนว่า "หึ แม่ทัพแชบู คำนึงถึงความปลอดภัย จึงหาคนที่คล้ายฝ่าบาทมาเป็นตัวแทน แม้แต่ข้าก็ถูกปิดหูปิดตาด้วย เราต้องระวังคนๆ นี้ให้มาก เพราะชอบชี้นำความคิดของฝ่าบาทนัก ซักวันเขาจะเป็นศัตรูกับข้าแน่"
โทจินรับคำ "ข้าจะจำไว้ครับ"
มูยุลมาเฝ้าองค์หญิงเซยู และทูลขอความช่วยเหลือว่า
"หม่อมฉันอยากให้องค์หญิงช่วยพูดกับหัวหน้าองครักษ์หน่อย เพื่อจะรีบกลับไปหาองค์ชาย"
"หึ ไว้เตรียมการณ์ออกศึกพร้อมแล้ว ฝ่าบาทจะตามเจ้าไปพบเจ้าพี่ด้วยกัน และข้าก็จะตามเสด็จไปด้วย อดทนหน่อยเถอะนะ"
องค์ชายยอจินเสด็จเข้ามา "พี่หญิง"
"หึ แปลกตาดี เจ้ายอมใส่ชุดทหารด้วยหรือ"
"หม่อมฉันได้รับพระบัญชาให้ไปออกศึกด้วย เลยอยากให้พี่หญิงช่วยฝึกการต่อสู้ให้หน่อย"
"หึๆ เอาสิ ไปที่ลานฝึกเร็ว เอาไม้พลองมาให้ข้า ไม่ต้องหรอก ให้เจ้าสอนองค์ชายยอจิน"
มูยุลกล่าวว่า "เอ่อ หึ หม่อมฉันมิบังอาจ"
"ให้หม่อมฉัน ฝึกกับทหารงั้นหรือ ทำไมไม่สอนหม่อมฉันเอง"
องค์ หญิงเซยูทรงตรัสสอนว่า "อยู่ในสนามรบ คนที่จะฆ่าเจ้ามีอยู่ทั่ว ไม่เกี่ยงฐานะชนชั้น แม้แต่ไพร่ก็ลงมือได้ จำไว้ให้ดี หึ สอนเขาโดยไม่ต้องยั้งมือ"
องค์ชายยอจินยอมฝึกกับมูยุล พระมเหสีมียูเสด็จมาเห็นก็ทรงโกรธมาก รับสั่งให้หยุด แล้วทรงตบหน้ามูยุล
องค์ชายยอจินตกพระทัย "เสด็จแม่"
"ทำแบบนี้หมายความว่าไง ปล่อยให้ไพร่คนหนึ่งมาล่วงเกินองค์ชาย แล้วเจ้ายังยืนดูเฉยอีก"
"เสด็จแม่ หม่อมฉันขอสู้กับเขาเอง"
"หึ ทำไมทำอย่างงั้นล่ะลูก ดูหน้าตาเข้าซิ พวกเจ้ายืนเฉยทำไม ไม่รีบพาองค์ชายเข้าไปอีก หึ" พระมเหสีมียูเสด็จไปเลย
"ทรงอภัยด้วย" มูยุลทูลองค์หญิงเซยู
"หึ ไม่ใช่ความผิดของเจ้า หึ"
ทางด้านพระราชายูริทรงตรัสกับแม่ทัพว่า
"ข้าจะนำทัพใหญ่ไปทางทุ่งหญ้า "พยองชอง" เพื่อตรึงกำลังไว้ ส่วนแม่ทัพซัง ให้ข้ามแม่น้ำ "พีริว" บุกจากทางเหนือลงไป"
"พะยะค่ะฝ่าบาท"
แพกึยกระหืดกระหอบเข้ามา "ฝ่าบาท หึ"
"อะไรกันนี่ เจ้าเมืองโชบุนจู่ๆ มาเมืองหลวงทำไม"
"ฝ่าบาท ระงับการเคลื่อนพลไว้ก่อน"
"ทำไมต้องให้ระงับ"
"อ๋องเทโซยังไม่ตายพะยะค่ะ หม่อมฉันเห็นกับตา ว่าอ๋องเทโซยังมีชีวิตอยู่พะยะค่ะ"
แชบูเข้าเฝ้าพระราชายูริและทูลว่า
" ฝ่าบาททรงสำราญดีมั้ย ชาวเมืองโกคูรยอ ต่างคิดว่าองค์ชายแฮเมียงปลงพระชนม์อ๋องเทโซได้ ฝ่าบาททรงคิดอย่างงั้นด้วยหรือเปล่า แต่คนที่ถูกสังหาร คือตัวแทนของอ๋องเทโซต่างหาก แคว้นพูยอเรา คำนึงถึงความปลอดภัยเสมอ จึงมีการเตรียมบุคคลไว้เป็นตัวสำรอง เรียกคนพวกนี้ว่า ตัวตายตัวแทนแห่งเบื้องบน และคนที่องค์ชายแฮเมียงสังหาร ก็คือตัวแทนคนหนึ่งของอ๋องเทโซ ตอนนี้ฝ่าบาทของเรา กำลังจะข้ามพรมแดนโกคูรยอมาแล้ว ทรงมีรับสั่งว่า ให้จับกุมองค์ชายแฮเมียงไว้ นำไปลงโทษต่อหน้าพระพักตร์ให้เห็น ไม่อย่างงั้น ชาวเมืองโกคูรยอทั้งหลาย จะเป็นผู้รับเคราะห์แทน"
บ่าวเข้ามาบอกข่าวแพกึยว่า
" ทหารพูยอยึดเมือง "ปูซาน" กับ "นัมซอ" ได้แล้ว กำลังจะต่อไปยัง "พยองชอง" น่ะครับ พวกมันไปถึงไหนก็เผาทำลายถึงนั่น ชาวบ้านก็ถูกฆ่าอย่างเหี้ยมโหด"
" สิ่งที่เกิดขึ้น องค์ชายแฮเมียงต้องรับผิดชอบ เราไปจับเขามา แล้วมอบให้อ๋องเทโซดีกว่า ได้ยินว่าคนส่งข่าว ป่านนี้ยังอยู่ในเมืองหลวง ต้องจับคนๆ นี้ไว้ก่อน"
พวกทหารจะมาจับตัวมูยุล เขาต่อสู้และหนีไปได้
มูยุลเข้าเฝ้าองค์หญิงเซยูและทูลยืนยัน
"เป็นไปไม่ได้ หม่อมฉัน เห็นกับตาว่าเขาตายชัดๆ"
"หึ คนที่เจ้ากับเจ้าพี่ไปสังหาร คือตัวแทนอ๋องเทโซต่างหาก เจ้ารีบกลับไปหาเจ้าพี่ บอกความจริงให้รู้และหาที่หลบซ่อนตัวก่อน"
"หลบซ่อนตัว ทำไมองค์ชายต้องหลบด้วย"
" หึ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้น เจ้าพี่ต้องรับผิดชอบ ถ้าให้พวกหัวหน้าเผ่ารู้ว่าตอนนี้เขาอยู่ไหน จะมีอันตรายถึงชีวิตทันที รีบไปเร็วเข้า"
มูยุลออกเดินทางทันที เวลานั้นคูชูถามแทชองว่า
"คนส่งข่าวขององค์ชายเป็นไงบ้าง"
"ได้ยินว่าหนีออกจากวังไปแล้ว" แทชองตอบ
"ถ้าอย่างงั้น ก็ไม่มีใครรู้ที่ซ่อนขององค์ชายน่ะสิ"
"ครับ แต่คงไปได้ไม่ไกล ส่งคนไปตามดีมั้ยพะยะค่ะ"
"ไม่ต้อง" พระราชายูริตรัส
"ฝ่าบาท ถ้าให้พวกหัวหน้าเผ่าพบเห็นองค์ชายก่อนจะมีอันตราย เพราะฉะนั้น เราต้องไปคุ้มครองไว้ก่อนนะพะยะค่ะ"
"ทุกวันนี้โกคูรยอ ไม่มีที่ไหนปลอดภัยอีกแล้ว"
"หึ หนุ่มคนนั้นไม่ยอมบอกใครว่าองค์ชายอยู่ไหน แสดงว่าเป็นคนฉลาดไม่น้อย ไม่ต้องห่วงหรอกพะยะค่ะ"
มูยุลกลับไปทูลองค์ชายแฮเมียงถึงความจริงทั้งหมด องค์ชายแฮเมียงทรงตกพระทัย
"ข้าจะกลับเมืองหลวงเดี๋ยวนี้"
"เอ่อ กลับไปไม่ได้ ตอนนี้องค์ชาย ต้องหาที่ซ่อนตัวก่อน"
"เกิดเรื่องขนาดนี้จะให้ข้าหลบซ่อนได้ยังไง"
"หึ ตอนนี้อ๋องเทโซ พาทหารพูยอจำนวนมากข้ามพรมแดนของเรามาแล้ว พวกหัวหน้าเผ่าก็รวมตัว บอกว่าทั้งหมดนี้องค์ชายต้องรับผิดชอบ หึ"
เฮยาแทรกขึ้น "มูยุลพูดถูกนะเพคะ ก่อนที่เรื่องจะกระจ่าง ทรงหลบก่อนดีกว่า"
" ถ้าหาก องค์ชายเกิดเป็นไรไปละก้อ หม่อมฉัน จะเป็นคนแรกที่ต้องเสียใจไปชั่วชีวิต เพราะเป็นคนมอบหนังสือเกี่ยวกับกำหนดการเดินทางของอ๋องเทโซให้ทอดพระเนตร เพราะหม่อมฉันสะเพร่า ถึงทำให้องค์ชาย หลงกลศัตรูจนตกที่นั่งลำบาก"
"ไม่เกี่ยวกับเจ้าหรอก เพราะข้าประมาท ไม่รู้ทันแผนของศัตรู"
"หึ องค์ชาย หม่อมฉัน จะไปช่วยแม่ทัพทั้งสองกลับมาก่อน แต่ตอนนี้ ขอได้โปรด ทรงดูแลตัวเองดีๆ ได้ไหม"
มาวังหาหญิงสาวมามอบให้ซังกา
" เป็นไงบ้างครับ ถึงจะแต่งตัวพื้นๆ ไปหน่อย แต่หน้าตาผิวพรรณหาไม่ได้อีกแล้ว ท่านซังกา ตอนนี้ข้าแทบไม่มีอะไรเหลือ นอกจากเสื้อผ้าที่ใส่ติดตัวชุดเดียว ถ้าท่านยอมให้ความช่วยเหลือละก้อ"
"เอาเงินไป 500 ตำลึงพอมั้ย เด็กคนนั้นไม่ต้องมาให้ข้าหรอก เอาเงินไปลงทุนทำอะไรก็ไป"
"หึ ช่วยบอกหน่อยว่าข้าต้องตอบแทนอะไรท่านบ้าง"
" จับแฮเมียงมาให้ข้า ตอนนี้อ๋องเทโซข้ามแดนมาแล้ว แม้แต่เมือง "พยองซอง" และ "พยองวอน" ก็ถูกพวกเขายึดหมด ถ้าจะให้เหตุการณ์ยุติโดยเร็ว ก็ต้องส่งตัวองค์ชายแฮเมียงไปให้อ๋องเทโซโดยเร็วที่สุด นี่คือทางแก้ปัญหาที่ฝ่ายพูยอเสนอมา คิดว่าเจ้า น่าจะรู้ดีกว่าใครว่าองค์ชายแฮเมียงไปซ่อนตัวอยู่ไหนสินะ ขอเพียงจับตัวเขามาได้ ข้าจะช่วยให้เจ้าเป็นเศรษฐีอีกครั้ง หือ"
มาวังไปที่ถ้ำ พบกับเฮยา และบอกว่าจะมาพบองค์ชายแฮเมียง แต่เฮยาบอกว่า
"องค์ชายอะไรกัน จะหาองค์ชาย ทำไมมาแถวนี้"
" อย่าพูดแบบนี้ซี่ ข้าคือมาวังนะ เป็นคนที่รู้จักองค์ชายมานานยิ่งกว่าเจ้าซะอีก ไม่มีใครตามมาหรอก อย่าห่วงไปเลย ข้ามีเรื่องด่วนจะทูล รีบพาไปเร็วเข้า"
เฮยาเข้าไปก็พบจดหมายขององค์ชายแฮเมียง
" ข้าไม่อยากเอาตัวรอดคนเดียว โดยผลักภาระให้คนอื่นรับแทน มันเป็นสิ่งที่ข้าก่อไว้ ข้าก็ควรรับผิดชอบเอง ถ้าอีกหน่อยข้าเป็นไรไป ช่วยดูแลมูยุลด้วย ขอเพียงขจัดมลทินที่ติดตัวเขามาแต่เกิดได้ เด็กคนนี้ อนาคตจะเป็นพระราชาของเรา เพราะฉะนั้น เจ้าต้องดูแลเขาดีๆ"
เฮยาร้องไห้ "ข้า นอกจากคำว่าขอโทษแล้ว คงไม่กล้าพูดอะไรอีก ตลอดเวลา ในใจข้า มีแต่เจ้าคนเดียวเท่านั้น"
เฮยาร้องไห้ มูยุลเข้ามาหาเฮยา และถามว่า
"หัวหน้าครับ หึ องค์ชายอยู่ไหนน่ะ หึ หัวหน้า หึ"
มาโนรีบถามอย่างร้อนใจ "หัวหน้า เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าครับ"
"ป่านนี้องค์ชาย หึ กลับไปเมืองหลวงแล้ว"
พระราชายูริทรงเห็นองค์ชายแฮเมียงก็รับสั่งว่า
"รู้อยู่ว่าทุกคนจะให้เจ้ารับผิดชอบเรื่องนี้ แล้วกลับมาทำไม"
"หม่อมฉัน ทำให้เสด็จพ่อและบ้านเมือง เผชิญกับวิกฤติใหญ่หลวง จึงจะขอมอบชีวิต เป็นการชดเชย"
"โลกนี้จะมีพ่อคนไหน เอาลูกในไส้เป็นเกราะคุ้มกันให้ตัวเองปลอดภัย จะมีพ่อคนไหนเอาตัวรอดโดยให้ลูกตายแทนมีมั้ย"
"ฮือ โปรดทิ้งหม่อมฉัน แล้วปกป้องราษฎรไว้เถอะ"
"ข้าเคยทิ้งพี่ชายกับน้องเจ้าไปแล้ว ยังจะให้ทิ้งเจ้าอีกคนหรือ ข้าทำไม่ได้"
"เสด็จพ่อ"
" จากที่เคยอัปยศอดสู ถูกหยามเหยียดว่าเป็นคนอ่อนแอ ข้าแอบหวังว่าซักวันหนึ่ง จะได้แก้แค้นอ๋องเทโซอย่างสาสม แต่หากไม่สามารถทำได้ อนาคต เชื่อว่าเจ้าคงกลับมาแก้แค้นให้ข้าเอง"
"ถ้าไม่ทรงทิ้งหม่อมฉัน ราษฎรก็จะรับเคราะห์แทน โปรดทิ้งหม่อมฉันดีกว่า"
" อย่าโง่หน่อยเลย เมื่อเป็นรัชทายาทแล้ว นึกจะตายก็ตายได้ง่ายๆ หรือ เจ้าต้องอยู่ต่อไป ปัญหาทุกอย่างข้าจะรับผิดชอบให้ ถ้าการตายของข้าสามารถช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้น เจ้าก็ช่วยแก้แค้นให้ข้าละกัน"
องค์ชายแฮเมียงทรงร้องไห้ "ฮือ เสด็จพ่อ ฮือๆๆ ฮือๆๆ"
มูยุล มหาบุรุษพิชิตแผ่นดิน จบ 6

โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ และก็ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาอ่านค่ะ

เครดิต : www.oknation.net/blog/lakorn

Readlakorn เว็บเรื่องย่อละครรายตอนตามบทโทรทัศน์เกาหลี

Related Posts



1 comments:

Hapi on 7/14/2009 said...

hello... hapi blogging... have a nice day! just visiting here....

 

Recommended Product

  • ads
  • ads
  • ads
  • ads
  • ads
  • ads
  • ads
  • ads

My Blog List

Read Lakorn Copyright © 2009 Shopping Bag is Designed by Ipietoon Sponsored by Online Business Journal