Friday, September 26, 2008

เรื่องย่อละครตามบทโทรทัศน์ - คิมชูซอน (46)

คิมชูซอน 46

พระอัยยิกาจองฮีทรงตกพระทัย "ใครบอกว่าพระมเหสีกำลังจะคลอด
ได้ยินว่าอีกสองเดือนถึงจะครบกำหนดไม่ใช่หรือ ทำไมกลายเป็นผิดเวลาซะล่ะ"
พระพันปียินซูทูลว่า "เห็นว่าเวลานี้ ได้เตรียมห้องคลอดอยู่ที่ตำหนัก ชา-คยอง
รองรับการประสูติอย่างพร้อมเพรียง ขอทรงวางพระทัยเพคะ" "เฮ่อ ขอให้นางกับลูก
ปลอดภัยทั้งคู่ด้วยเถอะ นะโมอมิตตะพุทธ" พระเจ้าซองจงเสด็จมา "เสด็จย่า
ได้ยินว่าพอออกจากตำหนักพระพันปี นางก็เจ็บท้องทันที ตอนอยู่ที่ตำหนักนั้น
เกิดอะไรขึ้นหรือพ่ะย่ะค่ะ" "นี่ไม่ใช่เวลาจะมาถกว่าเกิดอะไรขึ้นที่ตำหนักของข้า
รอให้นางคลอดลูกออกมาซะก่อน ข้าจะบอกให้เจ้ากับพระอัยยิกาได้รู้ว่า
วันนี้มีเหตุการณ์ร้ายแรงอะไรเกิดขึ้นบ้าง" "นั่นสิ
ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือเอาใจช่วยให้นางคลอดลูกอย่างปลอดภัยซะก่อน ชางซังกุง
ข้าจะไปอารามหลวง ภาวนาขอให้พระมเหสีมีประสูติกาลอย่างราบรื่น
ช่วยไปเตรียมการให้หน่อยซิ"



พระอัยยิกาจองฮีเสด็จออกไป พระมเหสีโซฮวาทรงเจ็บพระครรภ์ ทำให้พระตำหนักโกลาหล
คิมชูซอนเห็นองค์ชายวอนจาเสด็จมา "องค์ชาย ทำไมเสด็จมาถึงนี่ล่ะพ่ะย่ะค่ะ"
"ข้าเป็นห่วงเสด็จแม่ก็เลยมาดูหน่อย ถ้าเสด็จแม่ทรงเป็นไรไป ข้าจะทำไงดี" "หึ
พระมเหสีทรงเป็นคนเข้มแข็ง ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ หรอกพ่ะย่ะค่ะ
รับรองว่าการประสูติคราวนี้ต้องทรงปลอดภัยแน่" "เจ้าพูดจริงหรือเปล่า ฮือ"
"จริงพ่ะย่ะค่ะ ทรงเชื่อหม่อมฉันได้" องค์ชายน้อยทรงกรรแสง "ฮือๆๆ ฮือๆๆ" "หึ
องค์ชาย คนที่จะเป็นพระราชาแห่งโชซอนในอนาคต ห้ามกรรแสงง่ายๆ นะพ่ะย่ะค่ะ"
"ถ้าใครเป็นพระราชาจะห้ามร้องไห้งั้นหรือ" "น้ำตาของพระราชา
ควรจะมีไว้หลั่งเพื่อราษฎร เมื่อเห็นความทุกข์ยากของพวกเขาพ่ะย่ะค่ะ" "ก็ได้
ต่อไปข้าจะไม่ร้องไห้อีก ฮือ" คิมชูซอนคิด "องค์ชายต้องทรงเข้มแข็ง
ถึงจะเป็นที่พึ่งของพระมเหสีได้นะพ่ะย่ะค่ะ"
ไม่นานนักพระมเหสีโซฮวาก็ทรงมีพระประสูติการองค์ชาย ยางซองยุนทูลพระอัยยิกาจองฮี
พระพันปียินซูและพระเจ้าซองจง "พระมเหสีทรงเสียพระโลหิตจากการประสูติมากไป
ทำให้พระวรกายอ่อนแอ กว่าครรภ์แรก แต่คิดว่าหากได้รับการบำรุงอย่างดี
ไม่นานคงจะทรงแข็งแรงดังเดิมพ่ะย่ะค่ะ" "อ้อ งั้นก็ค่อยยังชั่วหน่อย"
พระอัยยิกาจองฮีทรงโล่งพระทัย "แต่ว่า หม่อมฉันจะขอทูลอีกนิด
เนื่องจากเป็นการประสูติก่อนกำหนด ทำให้องค์ชายรองทรงอ่อนแอมาก
จำต้องดูแลประคบประหงมอย่างดีพ่ะย่ะค่ะ" "ไปหาซังกุงแม่นมซักคนที่มีน้ำนมเยอะๆ
ให้คอยป้อนองค์ชายรองตลอดเวลา ส่วนใต้เท้ายางก็รับหน้าที่ดูแลพระมเหสี
ให้นางแข็งแรงไวๆ" พระอัยยิกาจองฮีทรงสั่งการ "รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ" "หึ
นางมีลูกชายอีกคน ราชวงศ์ของเราก็ยิ่งมั่นคงขึ้น
นับแต่นี้ฝ่าบาทจะได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจบริหารราชกิจอย่างเต็มที่
ถือเป็นเรื่องน่ายินดีนัก" พระอัยยิกาจองฮีตรัส พระเจ้าซองจงน้อมรับ
"ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ" "วันเกิดของลูกเจ้าถือเป็นวันดีของบ้านเมือง
ให้กำหนดวันเฉลิมฉลอง และประกาศข่าวดีให้ราษฎรได้รู้กันทั่ว จะได้ร่วมยินดีด้วย"
"หม่อมฉัน จะไปหารือกับเหล่าขุนนางก่อน ค่อยกำหนดวันพ่ะย่ะค่ะ"
พระพันปียินซูตรัสแย้งว่า "หม่อมฉันว่าถ้าจะฉลอง ช่วงนี้ยังเร็วไปหน่อยเพคะ"
"ช่วงนี้เร็วเกินไปหรือ หมายความว่าไงน่ะ" "องค์ชายคนนี้ เนื่องจากคลอดก่อนกำหนด
ทำให้สุขภาพอ่อนแอ เพื่อความไม่ประมาท น่าจะให้ผ่านซักเดือนจนแข็งแรงดีแล้ว
ค่อยประกาศให้รู้กันทั่ว และมีงานฉลองก็ได้เพคะ" "หม่อมฉันเห็นว่า
เสด็จแม่รับสั่งถูกแล้วพ่ะย่ะค่ะ" "ในเมื่อพวกเจ้าเห็นพ้องต้องกัน
ข้าก็ไม่คัดค้านหรอกนะ หึๆๆ" โชชิคยอมเรียกคิมชูซอนมาพบ
ถึงเรื่องค้นพบสารหนูในพระตำหนักพระมเหสีโซฮวา
คิมชูซอนเชื่อว่าจะต้องมีคนคิดร้ายต่อพระมเหสีโซฮวาอย่างแน่นอนถึงได้นำสารหนูไปซุกซ่อนไว้ที่พระตำหนักของพระนาง
โชชิคยอมย้อนถามว่าคิมชูซอนคิดว่าเป็นใคร และทำเพื่อจุดประสงค์อะไร
"เรื่องนี้ข้าก็ไม่ทราบเหมือนกัน แต่เชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิด
น่าจะเกี่ยวข้องกับมหาดเล็กชองและคุณหนูซอยองไม่มากก็น้อย" "เห็นบอกว่าเรื่องนี้
เป็นรับสั่งของพระพันปีที่ให้ตรวจค้นเอง แล้วเจ้าไปสงสัยคนอื่น
มันจะเชื่อได้หรือเปล่า" "ท่านพ่อ ขอเวลาให้ข้าไต่สวนหน่อยเถอะครับ
ข้าเชื่อว่ามีวิธี สาวถึงผู้บงการที่คิดปองร้ายพระมเหสี จับมาให้ท่านลงโทษให้ได้"
"หึ ก็ได้ แต่ว่า ถ้าเจ้าไม่สามารถสืบอะไรได้ ต่อไป
ก็ไม่ควรหลับหูหลับตาปกป้องพระมเหสีอีก ข้าไม่อยากให้ลูกชาย ไปพัวพันกับคดีนี้
จนพลอยติดร่างแห ถูกลงโทษไปด้วยน่ะนะ" "ข้ารับรองว่า จะสืบหาความจริงให้ได้ครับ"
พระเจ้าซองจงเสด็จไปเยี่ยมพระมเหสียุนโซฮวาเพียงครู่เดียว ก็เสด็จกลับ
ทำให้พระมเหสียุนโซฮวาคิดมาก "ฝ่าบาทเพคะ ทำไมถึงได้ทรงเปลี่ยนไปขนาดนี้ ทำไมฝ่าบาท
ไม่เอื้อมพระหัตถ์มาจับมือหม่อมฉันเป็นการปลอบใจบ้าง หรือว่า
ฝ่าบาทไม่ทรงรักหม่อมฉันอีกแล้วหรือเพคะ ฮือ"
ใต้เท้าซังตังและบรรดาขุนนางในราชสำนักต่างพากันทูลแสดงความยินดีต่อพระเจ้าซองจง
ที่มีทายาทสืบราชบัลลังก์
พระเจ้าซองจงทรงมีรับสั่งว่าในเวลานี้ควรเห็นแก่พสกนิกรที่ทุกข์ยากเป็นสำคัญ
ด้วยเหตุนี้พระเจ้าซองจง
จึงไม่ทรงยินดีต่อการมีพระประสูติการองค์ชายของพระมเหสีโซฮวาสักเท่าใดนัก
พระพันปียินซูเสด็จมาหาพระเจ้าซองจงและบอกเรื่องพบสารหนูที่ตำหนักของพระมเหสียุนโซฮวา
"อะไรนะ สารหนูหรือ ทำไมอยู่ในตำหนักของนางได้ล่ะ" "หึ และยังมีไอ้นี่อีก"
"เป็นเชือกไว้ทำอะไรหรือพ่ะย่ะค่ะ" "เอาไว้ผูกตัวตุ๊กตา
สำหรับทำคุณไสยเพื่อสาปแช่งข้า มันอยู่รวมกับสารหนูห่อนี้
อยู่ในตำหนักกลางแล้วถูกมหาดเล็กรื้อค้นออกมา จากที่ข้าให้คนไปไต่สวนลับๆ
เชื่อว่าชุงจอน อาจเป็นคนวางยาทำให้สนมชองแท้งลูก โดยไม่มีใครรู้"
"เป็นไปไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ หม่อมฉันไม่เชื่อว่านางจะทำเรื่องแบบนี้" "ฝ่าบาท
ผู้หญิงที่ไม่รู้จักบังคับจิตใจ ปล่อยให้ความหึงเข้าครอบงำ
นางจะสามารถทำได้ทุกอย่าง ไม่ว่าร้ายแรงขนาดไหน เมื่อก่อนนางเคยหึงหวงออลูตง
จนข่วนหน้าเจ้าเป็นรอยแผล แถมยังให้คิมชูซอนจับตาดูความเคลื่อนไหวของเจ้า
เรื่องพวกนี้เจ้าลืมหมดแล้วหรือไง" "เสด็จแม่ หม่อมฉัน อยากฟังชุงจอนอธิบายก่อน
ถึงจะเชื่อว่าจริงหรือไม่จริง" "บอกแล้วว่าของพวกนี้ได้จากตำหนักของนาง
ทำไมเจ้ายังไม่เชื่อ ยังจะปกป้องผู้หญิงคนนี้อีก หึ ถึงเวลา
ที่จะปลดนางออกจากตำแหน่งได้แล้ว" "เสด็จแม่ ทำไมรับสั่งแบบนี้ล่ะพ่ะย่ะค่ะ"
"สารหนูมันเป็นยาพิษนะ น่ากลัวกว่าทำคุณไสยหรือทำให้สนมคนหนึ่งแท้งลูกด้วยซ้ำ
ดีไม่ดีเราสองคนอาจถูกนางเล่นงาน พร้อมจะตายเมื่อไหร่ก็ได้
เพราะฉะนั้นเจ้ายังคิดว่า จะปล่อยให้นางเหิมเกริมได้อีกหรือ
รีบตัดสินใจเร็วเข้าเถอะ" คิมชูซอนพยายามสืบหาความจริง
และรู้ว่าฮุงบีไม่สบายลางานเป็นเดือน คิมชูซอนบอกให้เพื่อนๆ
ช่วยจับตาดูชองฮันซูและสนมออม และตามหาฮุงบีด้วย
โชชิคยอมทูลรายงานพระเจ้าซองจงเรื่องงานอยู่ แต่สังเกตเห็นว่าพระองค์ทรงเหม่อลอย
จึงทูลถามว่าทรงคิดเรื่องอะไรอยู่ "พระพันปีบอกข้าว่า น่าจะเปลี่ยนตำแหน่งมเหสีใหม่
แม้ว่าหลังๆ มานี้ ความสัมพันธ์ระหว่างข้ากับชุงจอนจะไม่ค่อยดี
แต่นางก็เป็นหญิงคนแรกที่ข้ารัก ซึ่งท่านก็รู้ดีไม่ใช่หรือ"
"สาเหตุเพราะเจอสารหนูในตำหนักกลางใช่ไหมพ่ะย่ะค่ะ" "อึม เสด็จแม่ทรงเชื่อมั่นว่า
เพราะชุงจอนเกิดความหึงหวง เลยคิดจะเอาชีวิตข้า หรือไม่ก็พระพันปี
โดยการเตรียมสารหนูไว้ก่อน เผื่อใช้ในวันหลัง แต่ถึงนางจะมีสารพิษไว้ในครอบครองจริง
จะให้ข้าสั่งปลดนางคงไม่ได้หรอก ใต้เท้าโช ความคิดของพระพันปียืนกรานแบบนี้
ข้าจะทำไงดี" พระพันปียินซูทรงมีรับสั่งให้ใต้เท้าซังตังเข้าเฝ้า
พระนางทรงปรึกษาหารือถึงการปลดพระมเหสีโซฮวา ขอให้ใต้เท้าซังตังเป็นหัวแรงใหญ่
ใต้เท้าซังตังแสร้งทำเป็นตกใจ
เมื่อรู้ว่าพระพันปียินซูทรงมีพระราชประสงค์ที่จะปลดพระมเหสีโซฮวา
"แต่ทรงเชื่อมั่นว่า เรื่องทั้งหมดเป็นเพราะพระมเหสี เป็นผู้บงการหรือพ่ะย่ะค่ะ"
"เราได้พบหลักฐาน ที่อยู่ในตำหนักของนางเอง" "แต่ว่า พระมเหสีทรงเป็น
พระมารดาขององค์ชายวอนจา และเพิ่งประสูติพระโอรสอีกองค์ไปหมาดๆ การจะถอดถอน
อาจไม่ใช่เรื่องง่ายนัก" "ถึงต้องเชิญท่านมาหารือ
เพื่อขอกำลังจากเหล่าขุนนางช่วยสนับสนุนไงล่ะ หึ ต่อให้มเหสีองค์นี้
ทำความผิดแค่ไหนก็ตาม พระอัยยิกาหวังจะให้ราชสำนักอยู่อย่างสงบ
ยังไงคงไม่มีวันเห็นชอบที่จะให้ปลดนางออก ฝ่าบาทก็เหมือนกัน
จะไม่ยอมขับไล่ผู้หญิงที่เคยรักให้ออกจากวังง่ายๆ แต่ถ้าใต้เท้ายอมช่วยข้าอีกแรง
เราจะสามารถเกลี้ยกล่อมให้ฝ่าบาท รวมถึงพระอัยยิกาให้เปลี่ยนใจได้
เรื่องนี้ยังไงข้าก็ต้องทำให้สำเร็จ" "ว่าแต่พระพันปี ยืนกรานจะปลดพระมเหสี
โดยไม่ฟังเสียงคัดค้านของฝ่าบาท รวมถึงพระอัยยิกาด้วย
สาเหตุเพราะอะไรหรือพ่ะย่ะค่ะ" "ข้าไม่อาจอยู่นิ่งเฉยปล่อยให้บ้านเมืองหายนะ
เพียงเพราะความใจแคบของผู้หญิงคนหนึ่ง แม้ว่านางจะเป็นพระมเหสีก็ตาม ใต้เท้าซังตัง
ไม่ทราบว่าเรื่องนี้ ท่านพอช่วยข้าได้หรือเปล่า" "อาศัยกำลังของขุนนาง
ไม่อาจทำให้ฝ่าบาททรงเชื่อฟังได้หรอกพ่ะย่ะค่ะ" "ถ้าอย่างงั้น ตามความเห็นของท่าน
เราต้องให้ใครมาช่วยอีก" "ใช้เรื่องยุบกรมมหาดเล็ก ไปต่อรองกับโชชิคยอม
รับรองเขาจะทำให้ฝ่าบาททรงอ่อนข้อได้แน่นอน" ใต้เท้าซังตังกระหยิ่มยิ้มย่อง
เมื่อเห็นว่าพระพันปียินซูทรงมีพระราชประสงค์เช่นเดียวกับที่ตนคิดไว้
คิมชูซอนไปหาวอฮา และบอกให้ช่วยตรวจดูโอรสองค์ที่สองของพระเจ้าซองจง
และทำพิธีอธิษฐานขอพรให้ทรงแข็งแรง พระพันปียินซูเรียกโชชิคยอมมาพบ
สอบถามเรื่องการปฏิรูปกรมมหาดเล็ก ก่อนจะบอกว่า "คราวก่อนที่ท่านเคยบอกว่า
จะมีการปลดจากตำแหน่งและคืนเบี้ยหวัดให้ทางการ รวมทั้งคืนทรัพย์สินที่มีอยู่
ที่แท้เป็นการพูดเล่นหรอกหรือ ข้ายังนึกว่าจะได้เห็นกรมมหาดเล็กเปลี่ยนโฉม
มีอะไรใหม่ๆ มาเสนอบ้าง สุดท้ายก็แค่ขายผ้าเอาหน้ารอด ไม่ได้ทำอะไรจริงจังเลย"
"แต่แผนปรับโครงสร้างใหม่นี้ ฝ่าบาททรงเห็นชอบด้วย" "ฝ่าบาทเห็นชอบยังไง
ข้าไม่รับรู้ แต่กรมมหาดเล็กต้องถูกยุบแน่ ยังมีคิมชูซอนอีกคน
ที่ชอบประจบสอพลอพระมเหสี สอดรู้สอดเห็น ถ้าสืบได้ว่าเขามีความผิดจริง
ซักวันคงได้ไล่ออกจากวังแน่ ถึงตอนนั้นอย่าว่าแต่ท่านเลย
แม้แต่หัวหน้ามหาดเล็กคนอื่นๆ ก็จะไม่ได้อยู่เป็นสุขด้วย
ไม่เชื่อก็กลับไปคิดดูให้ดีละกัน" โชชิคยอมกลับออกมาก็เรียกชองฮันซูมาพบและต่อว่า
"ชองฮันซู เพราะเจ้ารวมหัวกับซอยองไปยุยงพระพันปี ทำให้พวกเราเดือดร้อน
มหาดเล็กทั้งหมดอาจจะถูกไล่ออก เจ้ายังไม่รู้อีกหรือ" "ใต้เท้า เข้าใจผิดมังครับ
สิ่งที่ข้าทำทุกอย่างเพื่อปกป้องกรมมหาดเล็กไว้ ที่รับคำสั่งจากพระพันปี
ก็เป็นไปตามหน้าที่เท่านั้น" "หึๆๆ ฮันซู นึกว่าที่เจ้าโกหกอยู่อย่างงี้
จะสามารถตบตาข้าได้หรือ ข้าเพียงแต่ไม่รู้ว่า
ที่เจ้าทำให้พระพันปีทรงบาดหมางกับพระมเหสี มีจุดประสงค์เพื่ออะไรกัน
แต่ถ้าแผนชั่วของเจ้า มีผลกระทบต่อกรมมหาดเล็กละก้อ จงจำไว้ว่า เจ้าจะตายเป็นคนแรก"
"ใต้เท้า" "ชองฮันซูที่ข้ารู้จัก
ไม่น่าจะเป็นคนที่ยอมให้ผู้หญิงเจ้าเล่ห์บงการชีวิตตามใจชอบได้ หรือว่าข้าดูผิดไป
ภาษิตว่าใครเรียนผูกต้องเรียนแก้ ไม่ว่าในใจเจ้าจะคิดยังไงก็ตาม
นั่นก็เป็นปัญหาของเจ้า ซึ่งต้องไปแก้ปมเอาเอง ฉะนั้น ถ้าแก้ได้ดี
ข้าจะไม่เอาเรื่องกับเจ้าอีก" กึมพยอมองแล้วอดถามโชชิคยอมไม่ได้ว่า "ใต้เท้า
เมื่อรู้ว่าชองฮันซูเป็นต้นตอของปัญหาที่เกิด ทำไมยังปล่อยให้ไปง่ายๆ ล่ะครับ"
"ทุกอย่างในโลกนี้ เราไม่ควรมองในแง่เดียว ความมืดมิดและสกปรก
จะทำให้เห็นแสงสว่างที่บริสุทธิ์ กรมมหาดเล็กก็เหมือนกัน ถ้าจะให้ยืนหยัดต่อไป
ก็ต้องอาศัยคนอย่างเขานี่แหละ" พระพันปียินซูทูลเรื่องการปลดพระมเหสี
เพราะพบสารหนูให้พระอัยยิกาจองฮีฟัง ทรงตกพระทัย "หา อะไรกันนี่
มีเรื่องแบบนี้จริงหรือ ทำไมชุงจอนทำเรื่องน่ากลัวขนาดนี้ได้ มีเหตุผลอะไรน่ะ"
"อาจเพราะความหึงหวงกระมังเพคะ เมื่อก่อน นางเคยออกจากวังโดยพละการเพื่อไปพบออลูตง
แถมยังจับนางเข้าวังเพื่อไต่สวนตามใจชอบ และยังทะเลาะกับฝ่าบาทจนข่วนหน้าเข้าให้อีก
ทั้งหมดนี้ ล้วนเกิดจากความใจแคบของนางซึ่งเป็นที่รู้กันอยู่แล้ว" "เฮ่อ
มันเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อจริงๆ" "เสด็จแม่เพคะ เราจำเป็นต้องปลดนางออก
เพื่อรักษาเกียรติและเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมานะเพคะ" "แต่ว่า
เราจะปลดแม่บังเกิดเกล้าแท้ๆ ของวอนจาได้ลงคอเชียวหรือ" "ก็เพราะเป็นแม่ของวอนจา
เราถึงยิ่งต้องถอดถอนให้เร็วที่สุดเพคะ" "อะไรนะ" "ไม่งั้นรอจนวอนจาได้เป็นรัชทายาท
ความโอหังของนางคงจะยิ่งกำเริบ ไม่เห็นใครอยู่ในสายตา
ไม่พอใจใครก็พร้อมจะเล่นงานได้หมด พระอัยยิกาเพคะ ผู้หญิงคนนี้
ถึงอยู่ต่อก็ไม่เป็นผลดีต่อลูก มีแต่ยิ่งเป็นผลร้ายต่อโอรสทั้งสองมากกว่า
ซึ่งสารหนู ก็คือหลักฐานที่ดีที่สุด ถ้าคราวนี้หม่อมฉันไม่โชคดีค้นเจอซะก่อน
แทบไม่อยากคิดเลยว่าอีกหน่อย จะเกิดอะไรที่น่ากลัวขึ้นในวังอีก" "เฮ่อ แต่ว่า
นี่เป็นเรื่องที่ไม่เคยมีมาก่อน หรือจะให้ลดขั้นเป็นสนมชั่วคราว รอให้สำนึกได้แล้ว
ค่อยเป็นมเหสีใหม่จะดีมั้ย" "ด้วยความมีนิสัยแข็งกร้าวอย่างนาง
คงยากจะยอมรับความผิดที่ตัวเองได้ก่อไว้ หม่อมฉันเชื่อว่าแทนที่นางจะรู้สำนึก
กลับยิ่งผูกใจเจ็บต่อพระอัยยิกา และสุดท้ายจะมาเล่นงานเราสองคนด้วยซ้ำ
เพราะฉะนั้นเสด็จแม่เพคะ ถือว่าหม่อมฉันขอร้อง โปรดทรงไตร่ตรองให้ดี
แล้วค่อยตัดสินพระทัยเถอะ" พระอัยยิกาจองฮีทรงหนักพระทัยยิ่งนัก
คิมชูซอนรู้ว่าพระพันปียินซูทูลพระอัยยิกาจองฮีแล้วก็รีบมาเข้าเฝ้าพระเจ้าซองจง
และถามพระองค์ว่าทำไมไม่ช่วยพระมเหสีบ้าง "ชูซอน เห็นบอกว่าเรื่องสารหนู
ไปพบเจอที่ตำหนักกลางต่อหน้าเจ้าด้วยนี่นะ" "นั่นเพราะมีคนให้ร้ายพระมเหสีต่างหาก
และคนที่จะยืนยันความบริสุทธิ์ของพระนางได้ ก็มีแต่ฝ่าบาทองค์เดียวพ่ะยะค่ะ" "หึ
ถ้าเรื่องเกิดจากการถูกใส่ร้ายจริง
นั่นก็เป็นเพราะปกตินางชอบสร้างศัตรูมากกว่าผูกมิตร
ถ้านางไม่ยอมรับว่าตัวเองมีปัญหาด้านนี้ ถึงข้าจะออกหน้าปกป้องยังไง
นางก็ไม่มีวันพ้นข้อกล่าวหาได้หรอก" "ฝ่าบาท ไม่ว่าจะทรงคิดยังไงก็ตาม ขออย่างเดียว
อย่าทรงทอดทิ้งพระมเหสีได้ไหมพ่ะย่ะค่ะ"
โชชิคยอมคุยกับใต้เท้าซังตังว่าจะร่วมมือกับพระพันปียินซูสั่งยุบกรมมหาดเล็กไม่มีการผ่อนผันจริงหรือ
"ถ้าจะให้กรมมหาดเล็กอยู่รอด ก็มีแค่ทางเดียว คือทำตามข้อเสนอของข้า
ร่วมมือกับเราในการปลดพระมเหสี ออกจากตำแหน่งซะ" "ใต้เท้า
ท่านจะถอดถอนพระมเหสีองค์นี้เพื่ออะไรกันอีก ในเมื่อตอนนี้
ท่านก็ไม่มีลูกสาวพอที่จะดำรงตำแหน่งแทนได้แล้วนี่นา" "การเมืองน่ะ
มันต้องคิดให้ไกลและมองให้กว้าง แม้ว่าข้า จะไม่ได้อยู่อีกนานนัก
แต่ครอบครัวและลูกหลาน ยังต้องรับใช้ราชสำนักไปอีกหลายชั่วคน
ฉะนั้นจึงต้องวางรากฐานให้แน่นก่อน" "ข้าว่าจริงๆ เป้าหมายของท่าน
ไม่ได้อยู่ที่พระมเหสีหรอก แต่เป็นองค์ชายวอนจา มากกว่าใช่มั้ย" "เรื่องนี้
เป็นเรื่องของอนาคต แต่ตอนนี้สำคัญคือปลดพระมเหสีก่อน
มันเป็นความประสงค์ของพระพันปีด้วย ท่านไม่ให้ความร่วมมือก็ช่าง แต่มหาดเล็ก
อีกไม่นานจะกลายเป็นคนที่ว่างงานทั้งหมด" "หึๆๆ นี่แปลว่า ใต้เท้า
กำลังจะขู่ข้างั้นหรือ" "ข้ากำลังเปิดโอกาสให้ท่านต่างหาก ชอบทางไหนก็เลือกเอา
จะให้ปลดพระมเหสีดีกว่า หรืออยากให้ลูกบุญธรรมถูกไล่ออก รวมถึงกรมมหาดเล็กโดนยุบ
ก็เชิญเลือกเอาละกัน แต่จะไม่มีหนทางที่สาม"
คิมชูซอนมาพบโชชิคยอมที่อยู่แต่บ้านของโอซังกุง
เขาขอให้สั่งจับชองฮันซูกับซอยงที่ร่วมมือกันให้ร้ายพระมเหสียุนโซฮวา
โชชิคยอมตอบกลับไปว่าคงช่วยไม่ได้ โดยให้เหตุผลว่า "ถ้าข้าสั่งจับชองฮันซู
ก็เท่ากับยอมรับว่า เรื่องวุ่นวายที่เกิดในวัง
มีส่วนเกี่ยวข้องกับกรมมหาดเล็กของเรา ถ้าเป็นอย่างงั้น พวกเรามีหวังโดนสอบทั้งหมด"
"ความหมายของท่านคือ ความอยู่รอดของกรมมหาดเล็ก
สำคัญกว่าเรื่องของพระมเหสีงั้นหรือครับ" "เจ้า
เคยรับปากข้าว่าจะหาหลักฐานมายันไงล่ะ ขอเพียงหาได้ พระมเหสีก็จะปลอดภัย"
"ข้าจะพยายาม หาหลักฐาน มาพิสูจน์ให้ได้ ถ้าถึงตอนนั้นจริง
ท่านพ่อกรุณาอย่าบิดพลิ้ว เอาเรื่องอื่นมาอ้างอีกน่ะครับ" ซอยองมาลาชองฮันซู
และบอกว่าทันทีที่สนมออมได้เป็นพระมเหสี จะกลับมา
และนางกับชองฮันซูก็จะมีผลงานจากพระมเหสีองค์ใหม่
จากนั้นซอยองยังชวนชองฮันซูดื่มฉลอง แต่กลับถูกชองฮันซูวางยา
"ต่อไปข้าจะไม่ให้หญิงเจ้าเล่ห์อย่างเจ้า มาบงการชีวิตอีก" ซอยองตกใจ "ว่าไงนะ โอ๊ะ
โอย" "ดูท่าพิษในตัวเจ้าคงกระจายไปทั่วร่างแล้ว อาจทำให้เคลื่อนไหวไม่สะดวกอีก" "หึ
เจ้าทำอะไรข้า บอกมาเดี๋ยวนี้นะ ฮือ เพราะเจ้าใช่ไหม วางยาในเหล้าข้าหรือ"
ซอยองเห็นฮุงบีก็รู้ทันที ฮุงบีรีบหนีไป "โอ๊ะ โอย ฮือ นังตัวดี อย่าเพิ่งไป"
"ถ้าจะโทษต้องโทษที่เจ้าหลงลำพอง ไม่เกี่ยวกับฮุงบีหรอก" ชองฮันซูว่า "ฮือ ฮือ
เสียทีข้าเคยช่วยชีวิตเจ้า ทำไมทำกับข้าแบบนี้ โอ๊ะ" "สมัยก่อนที่เจ้ายอมช่วยข้า
ก็เพื่อหลอกใช้ข้าต่อ หรือไม่ ก็เป็นบันไดสำหรับการไต่เต้าของเจ้า ข้าก็เหมือนกัน
เพื่อต้องการบรรลุเป้าหมาย เลยต้องแกล้งเชื่อฟังเจ้ามาตลอด
เหมือนที่เจ้าฆ่าพ่อบุญธรรมของข้าเพื่อแก้แค้นให้พ่อแม่ ตอนนี้
ข้าก็ต้องฆ่าเจ้าเพื่อแก้แค้นให้พ่อบุญธรรม อย่าถือสาเลยนะ" "ฮือ ไม่นะ เดี๋ยวก่อน
ได้โปรด มหาดเล็กชอง โปรดช่วยข้าหน่อยได้ไหม ฮือ ในลิ้นชักนั่น มียาถอนพิษ ช่วย
เอามา ให้ข้ากินหน่อยเถอะ ฮือๆๆ" "ถ้าเจ้าอยู่ต่อไป
ซักวันคนจะรู้ว่าเรื่องคุณไสยในวังเป็นฝีมือของใคร ข้าช่วยเจ้าไม่ได้หรอก" "ฮือ
ไม่นะ ไม่ ข้าจะไม่ยอมตายแบบนี้ กว่าจะกรุยทาง จนใกล้จะเห็นผลสำเร็จอยู่แล้ว ฮือ
ข้ายังไม่ได้เสพสุขเลย ได้โปรดเถอะ ช่วยข้าที ฮือๆ โอ๊ะ ฮือๆ โอย มหาดเล็กชอง ฮือ
ช่วยข้าด้วย ฮือ ข้าจะไม่ยอมตายง่ายๆ ฮือ ฮือ" ฮุงบีตกใจกลัว
ชองฮันซูรีบบอกให้นางหาที่ซ่อนตัวรอทุกอย่างสงบแล้วค่อยกลับมา
คิมชูซอนบุกมาหาชองฮันซูและถามว่าซอยองหายตัวไปไหน
ชองฮันซูบอกว่าไปถือศีลที่วัดมิวเอียงชั่วชีวิตและไม่ขอกลับ
แถมยังบอกอีกว่าคิมชูซอนไม่สามารถช่วยพระมเหสีได้
พระมเหสียุนโซฮวาไม่เห็นหน้าองค์ชายน้อยวอนจาหลายวัน จึงถามนาซังกุง
นางบอกว่าพระพันปียินซูสั่งห้ามไม่ให้มา
พระมเหสียุนโซฮวาจึงไปคุกเข่าที่หน้าพระตำหนักของพระพันปียินซู "ชุงจอน
ข้าเคยบอกแล้วว่าจนกว่าจะมีการตัดสินโทษ ให้อยู่แต่ในตำหนัก
แล้วทำไมยังกล้าขัดคำสั่งข้าอีก" "พระพันปีเพคะ
ทำไมมีรับสั่งห้ามไม่ให้วอนจามาพบหม่อมฉัน เพราะอะไรหรือเพคะ
ทำไมต้องทรงพรากลูกไปจากหม่อมฉัน มีเหตุผลอะไรหรือเพคะ" "ข้าทำเพื่อปกป้องวอนจา
ถึงได้มีคำสั่งแบบนี้ เจ้าอย่าพูดมากดีกว่า" "ปกป้องลูกโดยการไม่ให้พบแม่
นี่คือเหตุผลที่ฟังขึ้นแล้วหรือเพคะ
รับสั่งเหมือนกับว่าหม่อมฉันเป็นคนไม่ดีที่จะทำร้ายลูกอย่างงั้นแหละ"
"เพราะมีการพบสารหนูในตำหนักของเจ้า ที่สำคัญ
หลายฝ่ายสงสัยว่าตอนวอนจาเพิ่งเกิดใหม่ๆ เจ้าเคยวางยาให้ลูกกิน
เพื่อจะได้พ้นข้อกล่าวหา และหวังว่าได้ขึ้นถึงตำแหน่งพระมเหสี
แม้จะไม่มีหลักฐานก็ตาม แต่ใครจะรู้ว่าอนาคต เจ้าจะทำอะไรแผลงๆ
ถึงขนาดปองร้ายต่อลูกหรือเปล่า ข้าเลยต้องป้องกันไว้ก่อน" "พระพันปีเพคะ
ต่อให้พระนางไม่ทรงเมตตา เอาผิดคนที่ปรักปรำให้ร้ายหม่อมฉัน
ไม่อยากล้างมลทินให้หม่อมฉันพ้นผิดก็ไม่เป็นไร
แต่ทำไมกลับเอาเรื่องทั้งหมดมาลงที่หม่อมฉันคนเดียวล่ะเพคะ ทรงทำให้หม่อมฉัน
กลายเป็นคนบาป มีผลดีอะไรหรือเพคะ" "สรุปแล้วใครคิดร้ายต่อใคร ใครวางแผนกันแน่
ใหม่ๆ ข้าก็คิดว่า คงมีใครไม่หวังดีต่อเจ้าเลยวางแผนให้ร้ายมาตลอด
แต่เท่าที่ดูมาจนวันนี้ นิสัยเจ้านั้น ช่างเป็นคนที่
เอะอะก็ถือความคิดตัวเองเป็นใหญ่ แถมยังยะโสโอหัง เข้มงวดต่อบ่าวไพร่ ใจแคบริษยา
หึงหวงไม่เข้าเรื่อง ทำให้ผู้คนหมดความศรัทธา
ซ้ำร้ายยังกล้าข่วนพระพักตร์ของฝ่าบาทจนเป็นแผล
แบบนี้ยังไม่ใช่ความผิดใหญ่หลวงอีกหรือ ถึงขั้นนี้ยังไม่รู้จักสำนึกผิด
ชอบนึกว่าตัวเองวิเศษนักหนา ทำอะไรถูกไปหมด
ซ้ำยังมาต่อว่าต่อขานแม่สามีอย่างข้าอีก" "พระพันปีก็เหมือนกัน
ไม่เคยเห็นหม่อมฉันเป็นสะใภ้ของพระนาง ไม่เคยเมตตาหม่อมฉันและมองในแง่ดีบ้าง"
พระพันปียินซูทรงโกรธ "อะไรนะ" "ตั้งแต่ที่หม่อมฉันเป็นสนม
พระพันปีก็ทรงไม่พอพระทัย
เมื่อเห็นฝ่าบาทโปรดปรานหม่อมฉันก็พยายามจะหาวิธีขับไล่ออกจากวัง
มาวันนี้ก็เพราะว่า ฝ่าบาทไม่โปรดปรานหม่อมฉันเหมือนแต่ก่อนอีก
พระพันปีเลยจะหาเรื่องไล่ออกอีกครั้ง หม่อมฉัน
มีความเชื่อว่าพระพันปีน่าจะมีความยุติธรรม จึงให้ความเคารพเทิดทูนมาตลอด
ไม่ว่ารับสั่งอะไร หม่อมฉันก็ทำตามเสมอ และคิดว่าแม้จะทรงเข้าพระทัยผิด
ซักวันความจริงคงจะกระจ่างขึ้นเอง หม่อมฉันจึงบอกตัวเองเสมอว่า
อย่าได้โกรธเคืองพระพันปี แต่แล้ว วันนี้หม่อมฉันไม่อาจทนได้อีกแล้วเพคะ"
"หมายความว่า เจ้าจะเป็นศัตรูกับพระพันปีอย่างข้าหรือยังไง" "หม่อมฉัน
เป็นมเหสีแห่งโชซอนและแม่ขององค์ชายวอนจา เพียงแค่ค้นพบสารหนูและเชือกในตำหนัก
คงไม่อาจเป็นเหตุผลให้พระพันปีทรงถอดถอนหม่อมฉันได้หรอกเพคะ
หม่อมฉันจะสืบหาความจริงด้วยตัวเอง เพื่อจับคนที่ใส่ร้ายมาลงโทษให้ได้
ยืนยันความบริสุทธิ์ของหม่อมฉัน เพื่อที่ว่าต่อไปพระพันปี
จะได้ไม่มีข้ออ้างมาสงสัยหม่อมฉันอีก และจะได้เลิกกล่าวหา
ต้องหันมาขอโทษหม่อมฉันแทนมากกว่าเพคะ" "เฮอะ ทีแรกข้ายังนึกว่า
บางทีเมื่อเจ้าคลอดลูกก่อนกำหนด อาจทำให้สำนึกในความผิดที่ก่อไว้
รู้จักปรับปรุงนิสัยซะบ้าง แต่ตอนนี้ดูแล้ว
เจ้ายังเต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้ายไม่หยุด เห็นข้าเป็นหัวหลักหัวตอ
นิสัยของแม่เป็นแบบนี้แล้ว ยังจะหวังให้ลูก โตขึ้นป็นพระราชาที่ดีได้ยังไง
จงรู้ตัวไว้บ้าง ก่อนที่จะเที่ยวตำหนิคนอื่น ช่วยพิจารณาตัวเองให้ถ่องแท้ก่อนเถอะ"
"พระพันปีเพคะ" "หึ แน่จริงก็ลองมาต่อกรกับข้าดูสิ ข้าพร้อมจะรับมือเจ้า
ไม่ว่าจะมาในรูปไหน" พระมเหสียุนโซฮวากล่าวอะไรไม่ออกได้แต่ร้องไห้เสียใจ
พระอัยยิกาจองฮีทรงทราบก็ถามพระพันปียินซู "ได้ยินว่าเจ้า
ไม่ให้วอนจาไปพบแม่ที่ตำหนัก ไม่คิดว่าใจร้ายไปหน่อยหรือ" "หม่อมฉันทำแบบนี้
เพื่อปกป้องว่าที่พระราชาของเราในอนาคตเพคะ" "แต่ว่า
แม้จะพบสารหนูในตำหนักกลางก็จริง ก็ไม่แน่ว่าจะเป็นฝีมือชุงจอนที่คิดปองร้ายคนอื่น
ข้อนี้เจ้าต้องคิดให้รอบคอบหน่อยนะ" "จนป่านนี้ นางยังไม่ยอมรับความผิดที่ตัวเองทำ
ซ้ำยังแสดงความก้าวร้าว เถียงคำไม่ตกฟาก พอหม่อมฉันตักเตือน
ก็ใช้คำพูดอาฆาตมาโต้ตอบ เพราะฉะนั้น คราวนี้หม่อมฉันจะไม่มีวันให้อภัยนางอีกเพคะ"
โบดึ๊กสงสารพระมเหสียุนโซฮวา เจอชองฮันซูจึงปรับทุกข์ให้ฟัง
และถามว่าพอมีวิธีช่วยบ้างมั้ย ชองฮันซูบอกว่าพอมีแต่โบดึ๊กต้องทำตามที่เขาสั่ง
โบดึ๊กยินดี ชองฮันซูบอกให้โบดึ๊กไปบอกพระพันปียินซูว่าเป็นคนนำสารหนูไปวางไว้เอง
เพื่อเตรียมจะฆ่าหนูที่อยู่ในตำหนัก พระพันปียินซูทรงอึ้งไป
พระเจ้าซองจงเสด็จมาเยี่ยมพระมเหสียุนโซฮวาและตรัสว่า
"หมู่นี้เพราะเรื่องการปลดเจ้า ทำให้พระพันปีและพระอัยยิกา
กำลังหารืออย่างหนักหน่วงอยู่ แต่ว่าไม่ว่าเสด็จแม่จะทรงตัดสินพระทัยยังไง
ข้าก็จะปกป้องเจ้าเสมอ หึ ชุงจอน ถึงเวลาที่จะพูดความจริงได้แล้ว
ที่เจ้าทำคุณไสยต่อพระพันปี และปองร้ายสนมคนอื่น เพื่ออะไรกันแน่
เพียงเพราะความหึงหวงอย่างเดียวจริงหรือ" "แปลว่าแม้แต่ฝ่าบาท
ก็ไม่เชื่อความบริสุทธิ์ของหม่อมฉันแล้วหรือเพคะ"
"ขนาดมีการพบหลักฐานในตำหนักของเจ้า แล้วทำไมยังยืนกรานปฏิเสธอีก
ขอเพียงพูดความจริงออกมา ไม่ว่าใครผิดใครถูกก็ช่าง ข้าจะหาวิธีช่วยเจ้า
ไม่ให้ถูกปลดแน่นอน" "ถ้าฝ่าบาททรงเชื่อเหมือนคนอื่นว่าหม่อมฉันผิดจริง
หม่อมฉันก็ขอทูลว่า นับแต่นี้จะไม่มีอะไรทูลให้ฝ่าบาททรงทราบอีกแล้ว" "หึ
ขอเพียงเจ้ายอมรับความผิดที่ก่อ ข้าก็จะให้อภัยทันที เพราะเป็นหญิงที่ข้ารัก
และเป็นแม่ของวอนจาด้วย แต่ทำไมเจ้าต้องปากแข็งขนาดนี้" "หม่อมฉัน
มีความเชื่อมั่นมาตลอดว่า
เพราะฝ่าบาทเคยรับสั่งว่าหม่อมฉันเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ทรงรัก
ทำให้อยู่มาจนทุกวันนี้ ไม่ว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคแค่ไหน หม่อมฉันก็ไม่เคยนึกกลัว
ตั้งแต่มาเป็นสนมของฝ่าบาท จนถึงตำแหน่งพระมเหสี ฝ่าบาททรงมีสนมอีกมากมาย
พระพันปีทรงมองหม่อมฉันในแง่ร้าย หรือแม้แต่พักก่อน
ฝ่าบาทรับสั่งว่ารักออลูตงไม่น้อยกว่าหม่อมฉัน หม่อมฉันก็ยังยึดมั่นในสัจจะ
อยู่เคียงข้างฝ่าบาทเสมอ
แต่ว่าสิ่งที่หม่อมฉันทนไม่ได้คือความระแวงและไม่เชื่อมั่นของฝ่าบาท
แล้วหม่อมฉันจะอยู่ในตำหนักกลางนี้เพื่ออะไรกันอีก สู้ให้ฝ่าบาทปลดหม่อมฉันดีกว่า
แล้วขับออกจากวังซะเดี๋ยวนี้" "ชุงจอน ทำไมเจ้าไม่เข้าใจความหมายของข้าบ้าง
ยังจะเพ้อเจ้ออะไรก็ไม่รู้" "ฝ่าบาทเพคะ
ที่จริงฝ่าบาททรงหมดเยื่อใยต่อหม่อมฉันไปนานแล้ว
ยังจะมาพูดว่าหม่อมฉันเป็นหญิงคนเดียว ที่ทรงมีความรักให้
เป็นการตบตาคนอื่นทำไมอีกเพคะ" "ชุงจอน" "ถ้าเป็นคนที่รักกันจริง
ขณะที่หม่อมฉันเจ็บปวดและมีความทุกข์ ฝ่าบาทน่าจะอยู่เคียงข้างหม่อมฉันสิเพคะ
แต่นี่กลับกลายเป็นว่า ฝ่าบาทไม่ทรงเห็นความจริงใจของหม่อมฉันซักนิด
ในเมื่อพระทัยของฝ่าบาทไม่ได้อยู่ที่หม่อมฉันอีก ของสิ่งนี้
สำหรับหม่อมฉันคงไม่มีความหมายอะไรอีกแล้ว" พระมเหสียุนโซฮวาถวายคืนหยกครึ่งซีก
"ชุงจอน เจ้าแน่ใจแล้วหรือว่า จะปฏิเสธความรักของข้าจริงน่ะ"
"คนที่มองไม่เห็นความรักที่เรามีต่อกัน คือฝ่าบาทต่างหากล่ะเพคะ
แล้วทำไมกลับมาโทษหม่อมฉันคนเดียวล่ะ" "ถ้าข้าเอาป้ายหยกครึ่งซีกนี้กลับมา
ก็แปลว่าที่ข้าเคยบอกว่าเจ้าเป็นหญิงคนเดียวที่รัก ก็จะถอนคำพูดด้วย
ถ้าเป็นอย่างงั้นจริง เจ้าคิดว่าไม่เสียใจแน่นะ ข้าขอถามเจ้าอีกครั้ง เจ้าคิดว่า
ทำแบบนี้ ไม่มีวันเสียใจแน่หรือเปล่า" "ในเมื่อพระทัยของฝ่าบาท
ไม่ได้อยู่ที่หม่อมฉันแล้ว หม่อมฉันจะเก็บสิ่งแทนใจไว้เพื่ออะไรอีกล่ะเพคะ หม่อมฉัน
จะไม่มีวันเสียใจแน่นอน" พระเจ้าซองจงทรงกริ้วมมากเมื่อทรงสดับเช่นนั้น
"ในเมื่อเจ้าเองก็หมดใจต่อข้า ก็คงไม่มีสิทธิ์ ที่จะเก็บหยกชิ้นนี้ไว้เหมือนกัน"

จบตอนที่ 46

โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ และก็ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาอ่านค่ะ

เครดิต : www.oknation.net/blog/lakorn

Related Posts



6 comments:

Chanipat said...

สนุกมากเลยค่ะ
แทบรอตอนต่อไปไม่ไหวแล้ว เอามาลงเร็วๆ นะคะ

Anonymous said...

ขอบคุณค่ะที่นำมาลงให้อ่านแต่อยากอ่านมากกว่านี้หากได้จะดีมาก

Anonymous said...

อยากอ่านอีกเยอะๆเอามาลงอีกเร็วๆนะ ถำลังถึงตอนสำคัญเลย พรุ่งนี้จะมาลงอีกไหม จะรออ่านนะคะ ขอบคุณนะคะ

Anonymous said...

สมน้ำหน้าที่ตอนจบนังพระพันปี โดนหลานฆ่าตาย แก้แค้นให้กับแม่ สม ชิส์ เชิ่ดใส่ แต่ที่โกรธมากนังซอยองตายง่ายไปหรือเปล่า จริงๆมันน่าจะตายให้อัปรีย์กว่านี้ ต่ำที่สุดค่ะคุณขา กรี๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ อร๊ายยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

Anonymous said...

ขอบคุณนะคะ รออ่านอยู่ทุกวันเลยค่ะ ชอบเรื่องนี้มากๆเลย

Anonymous said...

อยากอ่านตอนจบค่ะสนุกมากเลยอย่างนี้ต้องอ่านต่อ

 

Recommended Product

  • ads
  • ads
  • ads
  • ads
  • ads
  • ads
  • ads
  • ads

My Blog List

Read Lakorn Copyright © 2009 Shopping Bag is Designed by Ipietoon Sponsored by Online Business Journal