Friday, June 05, 2009

ลีซาน-เรื่องย่อละครตามบทโทรทัศน์-ลีซาน(73)-(74)

ลีซาน จอมบัลลังก์พลิกแผ่นดิน 73

องค์ชายมุนโฮออกหัด ทำให้มีผื่นทั่วใบหน้าและมีไข้
สูง บรรดาหมอหลวงถูกเรียกตัวเข้าวังหลวง แต่แล้วองค์ชายมุนโฮก็ต้องเสียชีวิต พระสนมซองซงยอนไม่อยากเชื่อเลยว่าลูกจะจากนางไป นางได้แต่กอดศพลูกชายร้องไห้ด้วยความเศร้าโศกเสียใจ
"ฮือ เซจา ลูกแม่ ไม่นะ ฮือ ไม่จริง ลืมตามาเดี๋ยวนี้ ได้โปรดลุกขึ้นมาพูดกับแม่หน่อย แม่บอกให้ตื่นไง ฮือ ไม่นะ อย่าทิ้งแม่ไปแบบนี้ ลูกแม่ ฮือๆๆ เจ้าไม่รักแม่แล้วหรือ ฮือๆๆ ลูกแม่ ฮือๆๆ ฮือๆๆ ลูกรักของแม่ ฮือๆๆ ลูกแม่ ทำไมทิ้งแม่ไปแบบนี้ ฮือๆๆ"


การจากไปขององค์ชายมุนโฮ สร้างความเสียใจให้กับทุกคนอย่างมาก ทำให้พระมเหสีโยอึยต้องดูแลทั้งพระพันปีเฮคยอง พระสนมซองซงยอน และทรงดูพระสนมซองซงยอนเป็นพิเศษ เพราะกำลังตั้งครรภ์อยู่
หมอหลวงจะมาตรวจครรภ์แต่พระสนมซองซงยอนไม่ยอมให้ตรวจ พอดีพระเจ้าจองโจเสด็จมาและพาออกมาเดินเล่น
"ออกมาเดินแบบนี้จะดีหรือ เจ้าไม่ค่อยสบายนัก ข้าว่าไม่ควรออกมาตากลม"
"หึ ไม่เป็นไรเพคะ หม่อมฉันสบายดี"
"แล้วเมื่อกี้ ทำไมไม่ยอมให้หมอตรวจชีพจรล่ะ ข้าอยู่ข้างนอกเผอิญได้ยิน เจ้าไม่ยอมให้หมอหญิงตรวจชีพจร ใช่หรือเปล่า"
"เอ่อ ฝ่าบาท นั่นเป็นเพราะ"
"ซงยอน จะยังไงก็ช่าง อย่าให้ตัวเองเสียสุขภาพเด็ดขาด เข้าใจที่พูดใช่ไหม"
"หึ เพคะฝ่าบาท หม่อมฉันเข้าใจ ต่อให้ เห็นแก่ลูกในท้อง,หม่อมฉันก็ต้องดูแลตัวเองอย่างดี ฝ่าบาทไม่ต้องทรงเป็นห่วงหรอกเพคะ"
พระสนมซองซงยอนเรียกให้เทซูมาพบ
"มาแล้วหรือ นั่งลงสิ ดูเหมือนว่านานเต็มที ที่เราไม่ได้เจอกันแบบนี้นะ"
"พะยะค่ะ"
"หึ มองอะไร อย่าทำหน้าอย่างงั้นสิ ข้าไม่ได้เป็นไร อย่าห่วงเลย"
"พระสนม"
"เอ่อ จริงๆ แล้วคือ ข้ามีเรื่องบางอย่างจะขอไหว้วานเจ้า"
"ไหว้วานหรือ"
"อึม เจ้าออกไปข้างนอก หาหมอให้ข้าซักคนได้ไหม"
"พระสนม จะหาหมอชาวบ้านหรือพะยะค่ะ"
"อึม ยิ่งเร็วก็ยิ่งดี และพามาพบข้า อย่าให้ใครรู้เด็ดขาด จะทำได้ไหม"
"แต่หม่อมฉันไม่เข้าใจ ในวังมีหมอหลวงมากมายอยู่แล้ว ทำไมต้องหาหมอชาวบ้านอีก"
"เรื่องนี้ ไว้วันหลังข้าค่อยบอกเจ้า เอ่อ อีกอย่าง อยากให้เจ้ารับปากเรื่องหนึ่งด้วย เรื่องนี้ ห้ามไปทูลฝ่าบาท ที่สำคัญ ถ้าข้าไม่อนุญาต เจ้าห้ามถามหมอว่าข้าเป็นอะไร ทำไมต้องให้เขามาพบ หรือว่าข้ามีจุดประสงค์อื่นกันแน่"
"แต่ว่าพระสนม"
"ถือว่าข้า ขอร้องเจ้า ในฐานะเพื่อนเก่าเถอะนะ ถ้ายังไง โปรดรับปากข้า ปิดเป็นความลับได้ไหม รับปากข้ามาเร็ว"
เวลานั้นพระเจ้าจองโจทรงงานอยู่กับชองยายง
"อึ๊บ นี่คืออิฐก้อน ที่ผสมดินแดงแล้วนำไปเผาพะยะค่ะ มีความแข็งแกร่งคงทนเป็นพิเศษ ไว้สำหรับสร้างกำแพงเมือง จะดูสวยงามและมั่นคง"
"แต่การใช้อิฐสร้างบ้าน ในสมัยโกคูรยอก็ไม่ค่อยนิยมแล้วนี่นา" พระเจ้าจองโจตรัส
"แต่ว่าฝ่าบาท ที่ต้าชิงไม่เพียงแต่กำแพงเมืองเท่านั้น แม้แต่บ้านคนก็นิยมสร้างด้วยอิฐพะยะค่ะ"
เชกาเห็นด้วย "นั่นสิพะยะค่ะ ถ้าใช้ก้อนหินนอกจากขนส่งลำบากแล้ว ยังเสียทั้งเงินและเวลาโดยใช่เหตุ"
"ไม่เพียงแค่นี้ ความคงทนก็น้อยกว่า ความสวยงามก็สู้ไม่ได้ด้วย"
"ถึงอย่างงั้นก็เถอะ ด้วยวิทยาการของเรา ยังไม่พอที่จะผลิตก้อนอิฐที่มีความคงทนถาวรนี่นา"
"อ้อ ถ้าไม่ดีจริง หม่อมฉันคงไม่ทูลเชิญมาทอดพระเนตร หม่อมฉันได้สร้างโรงงานที่เมืองซูวอน สามารถแก้ปัญหาที่ฝ่าบาททรงกังวลได้หมดพะยะค่ะ"
เมื่อจะเสด็จเข้าตำหนักทรงกำชับกับพวกเทซูว่า
"คราวก่อนที่มีคนบุกรุกวังหลวง เราแทบจับมือใครดมไม่ได้ แต่เชื่อว่าพวกเขา คงไม่ได้หวังจะฆ่าข้า แต่ต้องการของบางอย่างที่อยู่กับข้ามากกว่า ถ้ารู้ว่าเราจะสร้างเมืองใหม่ พวกเขาต้องมาก่อกวนแน่ ข้าจึงอยากให้พวกเจ้าไปอยู่กับคนทำงานที่นั่น เผื่อมีอะไรน่าสงสัย จะเป็นเบาะแสบ้าง"
"พะยะค่ะฝ่าบาท"
ขณะที่เทซูพาหมอมาให้พระสนมซองซงยอนเรียบร้อย หมอตรวจอาการแล้วตกใจมาก พระสนมซองซงยอนเห็นอาการของหมอก็รู้ทันที
"หึ ก่อนหน้านี้ไม่นาน ข้าคลำเจอก้อนเนื้อที่ใต้อก เลยไปอ่านตำราแพทย์ บวกกับอาการข้างเคียงที่เป็น คล้ายกับโรคเนื้อร้ายไม่มีผิด เลยเชิญท่านมาตรวจให้แน่ใจอีกที เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วง ที่ข้าสันนิษฐาน คงไม่ผิดใช่ไหม"
"ทรงอภัยด้วย พะยะค่ะ ถ้าอย่างงั้น หม่อมฉันขอทูลพระสนมว่า โรคที่ทรงเป็นอยู่ คือเนื้อร้ายจริงๆ พะยะค่ะ อีกทั้งอาการลุกลาม อยู่ในขั้นที่น่าเป็นห่วง หม่อมฉันขอเสนอให้แจ้งสำนั กหมอหลวง เพื่อทำการรักษา"
"อีกนานมั้ย ข้าจะอยู่อีกนานแค่ไหน"
หมอชาวบ้านอึกอัก "เอ่อ"
"ข้ารู้ว่าโรคแบบนี้ เทวดาก็รักษาไม่หาย ฉะนั้นจงบอกมาสั้นๆ ข้าจะมีเวลาอีกเท่าไหร่ หึ บอกให้ข้ารู้ตามตรง ท่านหมอ"
"เอ่อ คือ เรื่องนี้ หม่อมฉันคงไม่อาจให้คำตอบที่แน่ชัดได้ โรคประเภทนี้ แม้จะอยู่ในขั้นรุนแรง แต่หากกินยา ประเภท "อุนแบวอน" หรือว่า "โยยีตัน" อย่างต่อเนื่อง ก็พอจะช่วยประทังได้"
"ไม่ ข้าจะไม่กินยา"
"หา อะไรนะ"
"อุนแบวอนเป็นยาที่มีฤทธิ์แรง คนที่กินมากๆ อาจมีผลกระทบต่อเด็กในครรภ์"
"เอ่อ แต่ว่าพระสนม ถ้าไม่ยอมเสวยยาประเภทนี้"
" เข้าใจผิดแล้ว ที่ข้าเชิญมา ไม่ใช่ให้มาเกลี้ยกล่อมข้า หึ ที่อยากรู้ก็แค่ว่า ถ้าผู้ป่วยที่ไม่รับยาชนิดไหน ปกติจะอยู่ได้นานเท่าไหร่ หึ ท่านตอบมาตามนี้ก็พอ หึ อยู่ได้อีกหลายเดือนจนกว่าจะคลอดลูก เป็นไปได้หรือเปล่า ข้าจะมีความหวังขนาดนั้น ฮือ จะเป็นไปได้มั้ย"
หมอชาวบ้านอึ้ง "พระสนม"
ใน ที่สุดหมอก็บอกว่า "ถ้าสวรรค์เมตตา ไม่ให้อาการกำเริบเร็วนัก ไม่แน่ว่า อาจจะอยู่ถึงวันที่มีประสูติกาล แต่ว่า กว่าจะถึงวันนั้นจะทรงทรมานมาก เพราะทุกวันนี้ อาการเจ็บปวดก็เริ่มมีแล้ว ยิ่งถ้าไม่เสวยโอสถ ใครก็ยากจะต้านทานความเจ็บปวดได้นะพะยะค่ะ"
พอหมอออกมาเทซูก็ถามว่าพระสนมมีเรื่องอะไร พอดีพระสนมซองซงยอนออกมาห้ามไม่ให้หมอบอก แล้วก็ขอร้องเทซูไม่ให้ทูลอะไรกับพระเจ้าจองโจ เทซูจึงนิ่งไป
ชองยายงให้พวกคังซกกีมาช่วยงาน ทำให้พวกเขาเจอหน้าคนร้ายที่หลบหนีไป เขาจับมาคาดคั้นจนรู้ว่าผู้ที่บงการเขาคือมินจูซี แล้วพากันไปตรวจค้นที่บ้านผุกชุน แชซกจูรีบรายงานให้พระหมื่นปีจองซุนทราบทันที พระหมื่นปีจองซุนทรงตกพระทัยมาก
ด้านเทซูก็กลับมาทูลรายงานพระเจ้าจองโจ
"แม้จะตรวจค้นบ้านนั้นจนทั่ว แต่ดูเหมือนนักโทษจะรู้ตัวเลยหนีไปก่อน ทรงอภัยด้วยพะยะค่ะ"
"ถ้าหนีก็คงไปไม่ไกล ส่งทหารไปตามล่าอีก ยังไงก็ต้องจับมาให้ได้ เข้าใจมั้ย"
"พะยะค่ะ น้อมรับพระบัญชา หึ"
พระเจ้าจองโจมีรับสั่งกับแชจีคยอมว่ายังไงก็ต้องจับตัวมินจูซีมายันความผิดของพระหมื่นปีจองซุนให้จงได้
พระสนมซองซงยอนทรงหมดสติไป พอฟื้นขึ้นมาก็ไม่ยอมให้ หมอหลวงตรวจ แม้พระมเหสีโยอึยจะเข้ามาขอร้อง พระสนมซองซงยอนยังขอออกไปอยู่นอกวัง
"พระมเหสีเพคะ หม่อมฉันขอบังอาจ ทูลขออนุญาตซักเรื่องได้ไหม หม่อมฉัน อยากไปอยู่ข้างนอกซักพัก จนกว่าจะถึงกำหนดคลอดได้ไหมเพคะ"
"จะไปอยู่ข้างนอกหรือ"
"ใช่แล้วเพคะ"
พระมเหสีโยอึยสงสารพระสนมซองซงยอนจึงไปทูลพระพันปีเฮคยองให้
"งั้นหรือ นางบอกว่าจะไปอยู่ข้างนอกหรือไง"
"เพคะ เพราะหลังจากเสียลูกไป นางก็แทบไม่มีความสุข จึงขออนุญาตไปอยู่ข้างนอกเพคะ"
"ก็น่าอยู่หรอก เรื่องแบบนี้มันน่าเห็นใจ เอาเถอะ ตามใจนางก็ได้ เผื่อบางทีจะเป็นผลดีต่อลูกในครรภ์ งั้นเจ้าก็ช่วยจัดหาบ้านที่สะดวกสบาย ให้นางไปพักผ่อนเถอะนะ"
"เพคะเสด็จแม่"
ขณะที่เทซูรู้ข่าวพระสนมซองซงยอนหมดสติ แถมยังไม่ให้หมอตรวจ ก็ยิ่งสงสัย เขาจึงกลับไปหาหมอที่พาไปตรวจอาการพระสนมซองซงยอนจนรู้เรื่องโรคเนื้อร้าย
ด้านพระสนมซองซงยอนก็มาทูลลาพระเจ้าจองโจ
"เฮ่อ จะไปอยู่ข้างนอก จำเป็นอย่างงั้นเชียวหรือ"
"หึ ทรงอภัยด้วยเพคะ"
" เพราะคิดถึงลูก เลยไม่อยากอยู่นี่ล่ะสิ ใช่ ขนาดข้ายังเกือบจะแย่ แล้วนับประสาอะไรกับเจ้า ข้ายังหวังให้เจ้าอยู่ในวังอีก คงจะเป็นการฝืนใจมากไป"
"ฝ่าบาท"
"แต่ว่า ทำไมต้องไปถึง "ฮาชอง" ในเมืองก็มีบ้านให้เลือกเยอะแยะ ทำไมต้องไปไกลขนาดนั้น"
"หึ น้องชายหม่อมฉัน ไปอยู่ที่นั่นน่ะเพคะ เลยคิดว่า อยู่กับเขาอาจช่วยให้สบายใจขึ้นบ้าง"
"งั้นหรือ อย่างงี้นี่เอง"
"ยังไงซะ ไม่นานหม่อมฉันคงกลับมา แต่จะคอยส่งข่าวมาถวายอยู่เสมอ แม้แต่ฝ่าบาทเองก็ต้องหมั่นเขียนจดหมาย ให้คนส่งข่าวถึงหม่อมฉันบ้างนะ เพคะ"
"ไม่ล่ะ ข้าจะไปหาเจ้า"
"ฝ่าบาท"
"ตั้ง 4 เดือนเชียวนะ ใครจะยอมจากเจ้าตั้งนานขนาดนั้น ยังไงข้าจะหาเวลาไปเยี่ยมเจ้าให้ได้"
เทซูรีบกลับมาทูลพระเจ้าจองโจ เพื่อยับยั้งไม่ให้พระสนมซองซงยอนเดินทางออกนอกวังหลวง แล้วเทซูก็ตามไปขวางขบวนของพระสนมซองซงยอน
"เทซู"
"หึ เพราะอย่างงี้ใช่ไหม เป็นเพราะเรื่องนี้ ถึงขอให้หม่อมฉันอย่าพูดอะไร ออกมา ฮือ แล้วทรงคิดว่า จะปิดบังทุกคนไปถึงเมื่อไหร่กัน ฮือ จนกว่าพระสนม ฮือ จะ ฮือ จะไปจากโลกนี้หรือ ฮือ และถึงตอนนั้น ฮือ ก็ยังจะปิดฝ่าบาทไม่ให้ ทรงทราบความจริงหรือไง"
พระสนมซองซงยอนร้องไห้ออกมา "ฮือ เทซู"
"ฮือ หันขบวนกลับวังเดี๋ยวนี้"
"เอ่อ เทซู"
"ไม่ได้ยินหรือไง นี่คือพระบัญชาของฝ่าบาท ยังไม่รีบพาพระสนมกลับไปอีก"
เมื่อกลับถึงวังหลวง พระเจ้าจองโจทรงรอพบพระสนมซองซงยอน
"ฝ่าบาท"
" เพราะอะไร ทำไมถึงทำแบบนี้ โรคเนื้อร้ายหรือ ทำไมเจ้าถึง เป็นโรคแบบนี้ได้ ฮือ แถมยังปิดบัง ไม่ให้ข้ารู้อีก โดยการออกจากวัง เจ้าไม่คิดว่า นี่เป็นการโหดร้ายต่อข้าหรือ"
"ฮือ ฝ่าบาท ฮือ หม่อมฉันแค่อยากรักษาลูกไว้ ฮือ จะด้วยวิธีไหนก็ตาม หม่อมฉันก็จะรักษาลูกเอาไว้เพคะ"
"ทำแบบนี้ เจ้าต้องแลกด้วยชีวิตเชียวนะ เพื่อลูกของเรา เจ้าอาจต้องตาย เพื่อจะมีเขางั้นหรือ ลูกจะมีเมื่อไหร่ก็ได้ ทำไมเจ้าถึง"
"ไม่หรอกเพคะ ฮือ หม่อมฉันไม่อาจทำใจได้ หม่อมฉัน ไม่อยากสูญเสียลูกคนนี้ไปอีก"
"ซงยอน"
" ในวันที่ เซจาจากเราไป ฮือ หม่อมฉันได้ฝันถึงเขา เขามาหา ฮือ และบอกหม่อมฉันว่า จะกลับมาอีก หม่อมฉันได้ยินเขาพูด ฮือ เพราะฉะนั้น ลูกคนนี้ ฮือ ต้องเป็นเซจามาเกิดใหม่ ฮือ"
พระเจ้าจองโจทรงอึ้ง "ซงยอน"
"ฮือ มันเป็นโรคที่รักษาไม่หายอยู่แล้ว ฝ่าบาทก็ทรงทราบ หม่อมฉัน ไม่อยากให้ตัวเองมีชีวิตยืนยาว โดยการแลกกับลูก หม่อมฉัน ไม่อยากเป็นแม่ที่ แม้จะแค่ปกป้องลูกตัวเองยังทำไม่ได้เพคะ ฉะนั้น ฮือ ฝ่าบาทโปรดอย่าทรงขัดใจหม่อมฉันอีกเลย ให้หม่อมฉัน อยู่จนกว่าจะคลอดลูกเถอะเพคะ ฮือๆๆ"
"ถ้าอย่างงั้น แล้วข้าจะทำไง เจ้า จะไม่เป็นห่วงข้าบ้างหรือ ถ้าเสียเจ้าไป ข้าจะอยู่ได้ยังไง เจ้าไม่คิดถึงจิตใจข้าใช่ไหม"
"ฮือๆๆ ฝ่าบาท"
" ข้าไม่อาจขาดเจ้าได้ เข้าใจหรือเปล่า ถ้าข้ายังอยู่ ยังไงก็ไม่ให้เจ้าไปก่อน เจ้าต้องกินยาประทังไว้ พรุ่งนี้ ไม่ใช่ ต้องกินยาเดี๋ยวนี้ ข้าจะรักษาเจ้าก่อน เข้าใจมั้ย ฮือ"
"ฝ่าบาทเพคะ ฝ่าบาทๆ ฮือๆๆ ฮือๆๆ ฝ่าบาท ฮือๆๆ"
พระเจ้าจองโจทรงมีรับสั่งกับแชจีคยอมว่า
"ใครที่ไม่ตั้งใจรักษาพระสนม ให้ปลดจากตำแหน่งและไต่สวนเอาผิดด้วย"
"พะยะค่ะ"
" และให้คนไปติดประกาศทั่วเมือง ใครมีวิธีรักษาโรคนี้ก็เสนอมา ไม่ว่าเป็นหมอที่ไหนก็ช่าง ขอเพียงรักษาโรคนี้ได้ ให้มาพบข้าในวังให้หมด เข้าใจมั้ย"
"พะยะค่ะ"
โชบีรู้ข่าวก็รีบไปรายงานพระสนมซองซงยอน
"พระสนม ฝ่าบาทมีรับสั่ง ไม่เพียงระดมความคิดจากหมอหลวง ยังให้ทหารออกไปหาหมอชาวบ้านที่เคยรักษาโรคแบบนี้มาเข้าเฝ้าด้วยเพคะ หึ หม่อมฉันเชื่อว่า พระสนมต้องทรงหายดี พระสนมต้องทรงเข้มแข็ง อย่ายอมแพ้ง่ายๆ นะเพคะ"
"พระสนม พระพันปีเสด็จมาเพคะ"
"เสด็จแม่"
"หึ ซงยอน"
"โรคของหม่อมฉัน ได้ยินว่าเข้าถึงภายในจนไม่อาจเยียวยาได้อีกแล้วเพคะ ไม่ว่าหมอคนไหนก็ตาม คงไม่อาจรักษาได้อีก"
"ซงยอน ทำไมพูดท้อแท้อย่างงั้นล่ะ เจ้าต้องเข้มแข็งไว้ ฝ่าบาทกำลังหาหมอจากทั่วเมืองมา ข้าเชื่อว่า ยังไงต้องมีทางรักษาแน่"
"หม่อมฉันรู้ตัวเองดีเพคะ แต่ว่า ลูกในท้องยังพอมีทางรอดได้ ไม่น่าห่วง ขอเพียงหม่อมฉันไม่กินยาเท่านั้น ไม่แน่ว่า ลูกอาจจะออกมาอย่างปลอดภัยก็ได้เพคะ"
"ซงยอน"
" ฮือ หม่อมฉันจึงอยากทูลขอ ให้เสด็จแม่ ช่วยไปเกลี้ยกล่อมฝ่าบาทให้ที เพื่อให้หม่อมฉันได้รักษาลูกไว้ ขอให้ฝ่าบาท อย่าทรงเสียแรงเปล่าอีกเลยเพคะ"
พระพันปีเฮคยองทรงถอนพระทัย
"ฮือ เสด็จแม่เพคะ ฮือๆๆ ฮือๆๆ"
พระสนมซองซงยอนไม่ยอมกินยา จนพระเจ้าจองโจเสด็จมาและทรงบังคับให้กินด้วยพระองค์เอง
"ถือว่าขอร้องล่ะ ได้โปรด รีบกินยาเข้าไปเร็วเข้า"
"ฮือ ฮือ"
" ข้าขาดเจ้าไม่ได้ ถ้า ถ้าไม่มีเจ้า ข้าแทบไม่อยากอยู่ต่ออีก เจ้าเคย เคยพูดกับข้าว่า จะอยู่กับข้าชั่วชีวิต เจ้าเคย สัญญากับข้าไว้ ชาตินี้จะไม่มีวันทิ้งข้าไป"
"ฮือ ฮือ ฝ่าบาท ฮือๆๆ ฮือ โปรดอย่าทรงทำแบบนี้ ฮือ อย่าทรงเสียพระทัย เพราะเรื่องของหม่อมฉันอีกเลยเพคะ ฮือๆๆ"
"ฮือ อยู่ต่อไป ได้ไหม ถือว่าข้าขอร้องเจ้า อยู่ต่อเพื่อข้าเถอะนะ ฮือ"
"ฮือ ฝ่าบาท ฮือๆๆ ฝ่าบาท ฮือๆๆ ฮือๆๆ ฝ่าบาท ฮือๆๆ"
จบ 73

ลีซาน จอมบัลลังก์พลิกแผ่นดิน 74


พระมเหสีโยอึยและพระพันปีเฮคยองเสด็จไปที่วัด เพื่อขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์โดยหวังว่าอาการป่วยของพระสนมซองซงยอนจะทุเลาขึ้น พระเมตตาของพระมเหสีโยอึยที่มีต่อพระสนมซองซงยอนทำให้พระพันปีเฮคยองทรงตื้นตันพระทัยไม่น้อย
พระสนมซองซงยอนให้เทซูช่วยตามซองซงอูมาพบ
"ทำไมยืนอยู่ล่ะจ๊ะ นั่งเร็วเข้า หึ นึกๆ ดู ข้าช่างไม่เอาไหนจริงๆ เหลือไว้ให้เจ้า มีแต่เรื่องเศร้าโศกเสียใจทั้งนั้น"
"ทำไมรับสั่งอย่างงั้นล่ะพะยะค่ะ หม่อมฉันไม่เข้าใจ ทำไมพระสนมถึงได้ ฮือ"
"ซงอู"
ซองซงอูร้องไห้อย่างไม่อาย "ฮือๆๆ"
"หึ มาเยี่ยมก็ดีแล้ว ร้องไห้ทำไม พี่ไม่ได้เป็นอะไร เจ้าอย่าร้องไห้เลยนะ"
"ฮือ พระสนม"
ทางด้านพระเจ้าจองโจทรงตามหมอข้างนอกมาตรวจ หมอได้แต่มองว่าอาการของพระสนมซองซงยอนยากจะรักษา เพราะปล่อยไว้นานเกินไป ซองซงอูมาขอเข้าเฝ้า
"ฝ่าบาท"
"มาแล้วหรือ"
"พะยะค่ะ"
"ได้พบซงยอนแล้วหรือยัง"
"พบแล้วพะยะค่ะ"
"อาการของนาง นับวันจะยิ่งทรุดหนักลง หมอทุกคนที่มาดู ต่างบอกว่าหมดทางเยียวยาทั้งนั้น แต่ว่าข้าไม่อยากเสียนางไปแบบนี้ จะไม่ยอม ยังไงก็ไม่ยอมเด็ดขาด ถ้าหมอในโชซอนเกินความสามารถ ข้าจะให้หมอที่อื่นมารักษาดู ไม่ว่าใครก็ตาม ขอเพียงรักษานางได้ ข้าจะไม่ปฏิเสธเลย"
"ฝ่าบาท"
"ที่ข้าตามเจ้ามา ก็เพื่อจะปรึกษาเรื่องนี้ คิดว่าเจ้า น่าจะมีความรู้ทางนี้มากกว่า"
"เอ่อ หม่อมฉันมีความรู้ ทรงหมายถึงเรื่องอะไรหรือพะยะค่ะ"
พระเจ้าจองโจคิดจะให้หมอต่างชาติมารักษา นัมซาโชได้ยินก็ตกใจ
"ฝ่าบาท จะให้หมอต่างชาติมารักษาหรือพะยะค่ะ"
"ใช่ เห็นว่าทุกวันนี้ หมอฝรั่งไปทำงานที่ต้าชิงมากมาย และข้าก็รู้มาว่า คนที่มาเผยแพร่นิกายชอนจู มีบางส่วนรู้เรื่องการแพทย์ของชาติตะวันตก"
"เกี่ยวกับการแพทย์ตะวันตก หม่อมฉันก็เคยได้ยินคนร่ำลือเหมือนกัน แต่วิธีรักษาของพวกเขา มักนิยมใช้การผ่าตัด กรีดเฉือนอวัยวะต่างๆ ซึ่งล้วนแต่เป็นวิธีโหดร้ายเกินจะรับได้นะพะยะค่ะ" แชจีคยอมว่า
"ข้าก็รู้ว่าวิธีเหล่านี้ คนทั่วไปมักจะกลัวและไม่เชื่อถือ แต่พวกเขาก็ใช้แนวทางนี้ รักษาโรคร้ายมาหลายชนิดจนหายเป็นปกติไม่ใช่หรือ"
ชองยายงทูลว่า "เรื่องนี้หม่อมฉันก็เคยได้ยินพะยะค่ะ มีการใช้น้ำแข็งทำให้เนื้อชา,หรือใช้ยาระงับความเจ็บปวด จากนั้นก็ตัดเอาชิ้นส่วนที่เป็นเนื้อร้าย ปล่อยให้ร่างกายสมานเอง"
"ถูกต้อง จริงอยู่ เป็นการรักษาที่ค่อนข้างเสี่ยง แต่คราวก่อนมีทูตไปต้าชิง ใต้เท้าชางชุงซกบอกว่า เขาเคยเห็นหมอฝรั่งคนหนึ่งใช้วิธีผ่าตัด รักษาคนที่เป็นเนื้อร้ายให้หายได้"
"แต่ว่าฝ่าบาท แม้จะเคยมีตัวอย่างมา แต่พระสนมเป็นเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงของเรา ถ้าใครรู้ว่ามีการลงมีดกับพระวรกาย หม่อมฉันเกรงว่า เหล่าขุนนางอาจไม่เห็นด้วยก็ได้" นัมซาโชทูลแย้ง
"ยังไงก็ช่างเถอะ ขอเพียงรักษาพระสนมให้หายได้ จะด้วยวิธีไหนก็ไม่เกี่ยงทั้งนั้น"
พระเจ้าจองโจเรียกเทซูมาพบ และทรงมีรับสั่งว่า
"เจ้าไปต้าชิงได้ไหม"
"ฝ่าบาทจะทรงทำอย่างงั้นแน่หรือพะยะค่ะ แม้ว่า หม่อมฉันจะไม่รู้เรื่องการแพทย์ก็จริง แต่ว่า เกี่ยวกับการเฉือนเนื้อ ผ่าตัดร่างกาย มิเสี่ยงไปหน่อยหรือพะยะค่ะ"
"เจ้ากลัวใช่ไหม ใช่ บอกตรงๆ ว่าข้าก็กลัวเหมือนกัน ข้ากลัวที่จะทำอย่างงั้น"
"เอ่อ ฝ่าบาท"
"แต่เทียบกับผ่าตัดแล้ว ข้ายิ่งกลัวว่าเวลาผ่านไปแต่ละ วัน โดยไม่มีประโยชน์ และไม่รู้ว่าวันไหน ซงยอนจะไปจากข้า นี่คือสิ่งที่ข้ากลัวที่สุด ไม่แน่ว่านี่อาจเป็น ความหวังสุดท้าย สำหรับชีวิตนางก็เป็นได้ เพราะฉะนั้น รบกวนเจ้าไปต้าชิงซักครั้ง ถ้าเจอหมอที่เก่ง ก็รีบพามาให้เร็วที่สุด"
ลีชองรู้เรื่องที่พระเจ้าจองโจให้เทซูไปตามหาหมอที่ต้าชิงก็กลับมาเล่าให้ทุกคนฟัง และชวนทุกคนช่วยกันอธิษฐาน ขอให้พระสนมซองซงยอนหายจากโรคร้ายไวๆ
ขณะที่พระสนมซองซงยอนรู้เรื่องก็ห้ามไม่ให้เทซูไป
"รับรองว่าไม่ต้องทรงรอนานนัก หม่อมฉัน จะรีบหาหมอที่เก่งมารักษา"
"อย่าเสียเวลาอีกเลย ได้ยินหรือเปล่า ไม่ต้องไป ทางด้านฝ่าบาท ข้าจะทูลให้เอง"
"พระสนม"
"เป็นการเสียแรงเปล่า เชิญมาก็ไม่มีประโยชน์ เพราะข้า อาการหนักเต็มทีแล้ว"
"ใครว่าอาการหนัก หม่อมฉันไม่ให้รับสั่งอย่างงั้น มันยังไม่สายไป ทุกอย่างยังไม่สายเกินแก้"
"ไม่หรอกเทซู เจ้าก็รู้อยู่แก่ใจ ข้าไม่อยาก ไม่อยากให้ฝ่าบาท ทรงคาดหวังในการรักษาข้าอีก"
"พระสนม"
"ฮือ เข้าใจหรือเปล่า ฝ่าบาทจะทรงเป็นทุกข์ แต่ละครั้งที่ทรงคิดว่ามีทางรักษาข้า มันจะกลายเป็น ภาระที่หนักอึ้งสำหรับพระองค์ ฉะนั้น ถ้าทรงทำพระทัยให้ยอมรับแต่เนิ่ นๆ อาจจะดีกว่า"
"ทำใจอะไร หม่อมฉันยังไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เลย"
"เทซู"
"ทรงลืมแล้วหรือว่า พระสนมมีความสำคัญต่อฝ่าบาทแค่ไหน ตลอดเวลาที่ผ่าน ฝ่าบาททรงอยู่มาได้ยังไง พระสนมไม่รู้บ้างหรือ เพราะมีความมุ่งมั่นที่จะรักษาพระสนม ทำให้ฝ่าบาทมีกำลังพระทัยที่จะอยู่ หม่อมฉันรู้ดีว่า ทุกวันนี้ ที่ฝ่าบาทอยู่มาได้ก็เพราะความเชื่อในส่วนนี้ ถ้าหากให้พระองค์สิ้นหวัง ฝ่าบาทจะทรงเป็นทุกข์แทบอยู่ไม่ได้ด้วยซ้ำ แล้วทำไมพระสนมทรงยอมแพ้ง่ายๆ นัก ทำไมรับสั่งว่า สิ่งที่เราทำเป็นการเสียแรงเปล่า"
"เทซู"
"ฮือ หม่อมฉัน จะรีบออกเดินทางไปต้าชิงเดี๋ยวนี้ จะไม่หยุดพัก ไม่หยุดรอแม้แต่นิดเดียว เป็นตายร้ายดีก็จะพาหมอฝรั่งมารักษาพระสนมให้ได้ ขอแค่ทรงรอหม่อมฉัน อย่าทรงท้อซะก่อน จนกว่าหม่อมฉันจะกลับมา พระสนมต้องทรงเข้มแข็งเอาไว้"
พระสนมซองซงยอนได้แต่ร้องไห้ตื้นตันใจมาก
พระสนมซองซงยอนทรงลุกขึ้นมาเพื่อจะเขียนรูปถวายพระเจ้าจองโจ แม้ว่าทุกคนจะคัดค้าน
"เจ้าบอกว่าไงนะ จะเขียนรูปให้ข้าหรือ"
" เพราะมันเป็น สิ่งที่หม่อมฉันตั้งใจมานานเพคะ กะว่าทุกๆ ปี จะเขียนพระรูปให้ฝ่าบาทหนึ่งรูป เผื่อว่าแม้เวลาจะผ่านไป หม่อมฉันยังมีพระพักตร์ของฝ่าบาท ประทับอยู่ในใจ และจารึกไว้เป็นภาพเขียน ด้วยเหตุนี้ แม้จะรู้ว่าผิดต่อธรรมเนียมของฝ่ายใน ก็อยากให้ฝ่าบาททรงอนุญาตเพคะ"
"แต่ว่า เจ้าจะเขียนรูปได้ยังไง ในเมื่อร่างกายอ่อนแอ ยังจะถือพู่กันไหวหรือ ถ้าอยากเขียนรูปข้าจริงๆ ไว้หายดีก่อนแล้วค่อย"
"ฝ่าบาท หม่อมฉันถือว่านี่คือ กำลังใจที่จะอยู่ต่อเพคะ เหมือนที่ฝ่าบาท ทรงคาดหวังว่ายังไงหม่อมฉันต้องรักษา ได้ หม่อมฉันก็เช่นกัน หวังว่าจะเขียนพระรูปให้ฝ่าบาท หม่อมฉันตั้งใจอย่างงั้นจริงๆ หวังจะให้เสร็จสมบูรณ์ และทุกๆ วัน ได้เห็นพระพักตร์ของฝ่าบาท เพื่อเป็นกำลังใจที่ดี แค่นี้หม่อมฉันก็มีหวัง ที่จะอยู่ต่อไปได้แล้ว"
"ซงยอน"
"หึ ที่สำคัญ อยากให้ทรงรับปากเรื่องหนึ่ง เพื่อเห็นแก่หม่อมฉันด้วย ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฝ่าบาทต้องทรงเข้มแข็ง อยู่ต่อไปเหมือนปกติ เหมือนที่หม่อมฉันได้อยู่กับฝ่าบาท เพราะความมุ่งมั่นที่ไม่เคยเปลี่ยน จึงอยากให้ฝ่าบาท ทรงเห็นแก่ความรักที่หม่อมฉัน มีให้มาอย่างยาวนาน ต้องทรงสัญญาว่าฝ่าบาทจะเข้มแข็ งนะเพคะ ที่สำคัญ ยังมีลูกของเราอีกคน"
"ซงยอน"
"ขอเพียงแค่นี้แหละเพคะ สิ่งที่หม่อมฉันจะขอ ก็มีเพียงแค่นี้ ฮือ จึงอยากให้ฝ่าบาททรงรับปากหม่อมฉัน และต้องทำให้ได้นะเพคะ"
"ได้ ข้ารับปากเจ้า ข้าจะเข้มแข็ง อยู่ต่อไปเหมือนเดิม เมื่อข้าให้สัญญาแล้ว ก็ต้องทำให้ได้"
"ฮือ ฝ่าบาท"
วันต่อมาหมอหลวงมาตรวจอาการของพระสนมซองซงยอน พระมเหสีโยอึยทรงเสด็จมาถาม
"พระสนมเป็นไงบ้าง"
"เอ่อ ชีพจร ดูจะเต้นอ่อนลงพะยะค่ะ เฮ่ย"
"หม่อมฉันไม่เป็นไรหรอกเพคะ พระมเหสีไม่ต้องเป็นห่วง"
"หึ ซงยอน หึ อีกไม่นาน เทซูคงจะพาหมอจากต้าชิงมาได้ เพราะฉะนั้นเจ้าต้องเข้มแข็งไว้นะ ที่แล้วมา เจ้าไม่เพียงเป็นเพื่อนของฝ่าบาท ยังนับว่า เป็นเพื่อนกับข้าด้วย เพราะฉะนั้น ถือว่าเห็นแก่ข้า เจ้าต้องอดทนให้มากล่ะ"
"พระมเหสี"
ทุกคนต่างเฝ้ารอการกลับมาของเทซู ดัลโฮถึงกับออกไปรอที่ชานเมืองพร้อมกับพวกซอจังบูและคังซกกี แล้วไม่นานก็เห็นเทซู ทุกคนดีใจมาก เทซูบอกว่าหมอกำลังตามมา คังซกกีรีบให้เทซูไปเฝ้าพระเจ้าจองโจ
พระเจ้าจองโจทรงดีพระทัยรีบไปหาพระสนมซองซงยอนแต่ปรากฏว่าพระสนมซองซงยอนหายไปจากตำหนัก ทุกคนพากันออกตามหา แล้วพระเจ้าจองโจก็ทรงพบพระสนม
"ซงยอน หึ ซงยอน อึ๊บ ซงยอนๆๆๆ หา ฮือ"
"ฝ่าบาท"
"นี่มันอะไรกัน ไม่สบายแล้วมาเดินแถวนี้ทำไม"
"เพื่อจะหา ของสิ่งนี้เพคะ หึ" พระสนมซองซงยอนทูลแล้วก็สลบไป
" ซงยอน เจ้าเป็นไรไป ซงยอนๆๆ ทุกคนมานี่หน่อย ไปตามหมอหลวงเร็วเข้า ซงยอน เจ้าอย่าเพิ่งหลับนะ เทซูกลับมาแล้ว เขาหาหมอมารักษาเจ้าได้ ได้ยินหรือเปล่า เจ้ามีทางรักษาแล้ว ฮือ"
"หึ ฝ่าบาท"
"ฮือ อดทนอีกหน่อยได้ไหม หมอต้าชิงกำลังจะเดินทางมา เพราะฉะนั้นแข็งใจไว้ แข็งใจอีกหน่อยก็พอแล้ว"
"หึ หึ ทรงอภัยด้วยเพคะ หึ หม่อมฉัน คงต้องจากฝ่าบาท ไปอยู่กับเซจาซะก่อน หึ"
" พูดอะไรอย่างงั้น เจ้าจะไปหรือ เจ้าจะทิ้งข้าลงคอได้ยังไง ไม่มีทาง ข้าไม่ยอมให้เจ้าไป ซงยอน ได้ยินหรือเปล่า อย่านะ ข้าไม่ให้เจ้าไปแบบนี้ ฮือ ข้าไม่ให้เจ้าทิ้งข้าไป ฮือๆๆ"
"หึ อย่าทรงกรรแสงเพคะ หึ อย่าทรงเสียพระทัยเพราะหม่อมฉัน หึ หม่อมฉันจะนำ ความรักของฝ่าบาท ไปในภพหน้า หึ แค่นี้ ก็พอแล้ว" พระสนมซองซงยอนสิ้นลม
"หา ซงยอน ฮือ ซงยอนๆ" พระเจ้าจองโจทรงกรรแสงออกมาทันที)
เทซูเข้ามาก็แทบช็อก "ท่าน ว่าไงนะครับใต้เท้านัม บอกว่าพระสนม สิ้นพระชนม์แล้วหรือ ใต้เท้า"
"เทซู" นัมซาโชสีหน้าเศร้า ซงอูร้องไห้
" ไม่จริง เป็นไปได้ยังไง ทำ ทำไมเร็วขนาดนี้ ฮือ ฮือ ข้า ข้าพาหมอมาได้แล้ว ฮือ จากต้าชิง ฮือ พาหมอจะมารักษาพระสนม ฮือ อีกนิดเดียวเขาก็มาถึงวังหลวง แค่เย็นนี้เท่านั้น แล้วทำไม บอกว่าพระสนมไปแล้ว ท่านจะมาโกหกข้าได้ยังไง"
"เทซู ใจเย็นก่อน"
" ไม่ ไม่จริง ข้าไม่เชื่อหรอก ฮือ พระสนมเคยตรัสว่า จะรอให้ข้ากลับมา บอกว่า นางจะรอข้า รอจนกว่าหมอจะมาถึง ฮือๆๆ ข้าเชื่อว่า นางไม่ผิดคำพูด นางไม่จากไปแบบนี้หรอก ฮือ พระสนมๆ ฮือๆๆ พระสนม ฮือๆๆ ฮือๆๆ"
ทุกคนพากันร้องไห้เสียใจกับการจากไปของพระสนมซองซงยอน โดยเฉพาะพระพันปีเฮคยองทรงเสียพระทัยมาก
"นางเป็นคนดี ไม่นึกว่าจะอายุสั้นขนาดนี้ เมื่อก่อนข้าน่าจะดีต่อนางให้มาก ถ้ารู้ว่าจะเป็นแบบนี้ ข้าน่าจะใส่ใจนาง ให้มากกว่าที่แล้วมา ฮือ"
"พระพันปี"
คนที่ศูนย์ศิลปะก็พากันเสียใจมาก เทซูนั่งคิดถึงพระสนมซองซงยอน
"ถึงข้ามีสิทธิ์แค่มองก็ไม่เป็นไร ขอเพียงแต่ ให้เจ้าอยู่กับฝ่าบาทมีความสุขชั่ว ชีวิตก็พอแล้ว แต่ว่าทำไมเจ้าถึงด่วนจากไปก่อน แล้วต่อไปจะให้ข้า อยู่เพื่ออะไรอีก นับแต่นี้จะไม่ได้เห็นหน้าเจ้า แล้วจะให้ข้ามีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร ฮือ"
นัมซาโชเข้ามาเตือนพระเจ้าจองโจ "ฝ่าบาท ได้เวลาเสด็จแล้วพะยะค่ะ ฝ่าบาท"
"ไปบอกให้พวกเขารออีกหน่อย ข้ายังมีเรื่องบางอยาง จะพูดกับพระสนม"
พระเจ้าจองโจทรงตรัสกับศพของพระสนมซองซงยอนว่า
" เจ้ารู้หรือเปล่า สมัยที่เรายังเด็ก ข้าเคย ปลดสายคาดเอวไปผูกกับแขนเจ้า ในเวลานั้น ใจข้าก็ได้ผูกกับเจ้าด้วย รู้หรือเปล่า เพราะฉะนั้น เมื่อหัวใจข้าอยู่กับเจ้า ก็จงเอามันไปด้วยกัน ตอนนี้ เจ้าคงได้พบลูกแล้ว อยู่บนสวรรค์ ได้เห็นลูกของเราใช่ไหม เจ้า เจ้าเคยบอกว่า จะเก็บข้าไว้ในความทรงจำ งั้นก็รอหน่อยนะ ซักวัน ข้าจะไปหาเจ้า ไปหาลูกของเรา ถึงวันนั้นเมื่อไหร่ เจ้าต้องรอพบข้าด้วยนะ"
ชองยายงไปหาคนผลิตเครื่องปั่นด้าย และสอบถามเกี่ยวและขอลองใช้เครื่องปั่นด้าย พอกลับมาก็ทราบว่าพระเจ้าจองโจทรงมารออยู่
"วันนี้ไปไหนมาอีก"
"เอ่อ ฝ่าบาท"
"เป็นไปไม่ได้ที่เจ้าจะไม่รู้เวลา ไปอยู่ที่ไหนกันแน่"
"ทรงอภัยด้วยพะยะค่ะ เพราะมีเรื่องด่วนบางอย่าง เลยออกไปข้างนอกซักครู่พะยะค่ะ"
"งั้นก็นั่งลง ข้าฟังรายงานจากคนอื่นหมดแล้ว เหลือแต่เจ้าคนเดียว"
"หา เอ่อ"
"ว่าไงล่ะ"
"เอ่อ ทรงอภัยด้วยพะยะค่ะ หม่อมฉันรีบร้อนมาเฝ้า เลยลืมเอารายงานมาด้วย"
"อะไรนะ"
"หม่อมฉันจะรีบไปเอามาเดี๋ยวนี้"
"ไม่ต้องไปก็ได้ งานที่เจ้ารับผิดชอบ ไปดูสถานที่จริงก็เหมือนกัน"
พระเจ้าจองโจเสด็จไปพลางถามชองยายงว่า
"ค่าแรงคนงานที่มาทำงานที่นี่ จ่ายกันยังไง"
"ทั้งช่างหิน ช่างไม้และช่างอิฐ จ่ายวันละ 4 เฟื้อง คนงานทั่วไปวันละ 2 เฟื้องครึ่งพะยะค่ะ เพราะว่าต้องใช้แรงงานที่แตกต่าง,จึงเกณฑ์ชาวบ้านมาช่วยหลากหลายรูปแบบ ใครถนัดอย่างไหนก็ทำอย่างงั้น เพื่อให้งานเดินเร็วพะยะค่ะ"
"ดีมาก ถึงเราจะมีแรงงานประจำ แต่งานบางอย่างก็ไม่เหมาะกับพวกเขา ชาวบ้านยอมสละเวลามาช่วย,ถือว่าทำงานเพื่อบ้านเมือง เราจึงไม่ควรให้เหนื่อยเปล่า"
พระเจ้าจองโจเสด็จไปดูที่ป้อมและตรัสกับเชกาว่า
"ทำไมมีแต่ป้อมนี้ที่ดูคืบหน้าช้านัก เป็นเพราะอะไร"
"เพราะผนังยิ่งสูง การลำเลียงขึ้นไปก็ยิ่งลำบาก ทำให้ต้องใช้เวลาพะยะค่ะ"
"ถ้าเป็นปัญหานี้ ข้าเคยมอบหนังสือ "พัฒนาด้านวิทยาการ" ให้เจ้าไปศึกษาแล้วนี่นา แล้วยังไง จนป่านนี้ยังหาวิธีไม่ได้อีกหรือ"
"เอ่อ คือ มีปัญหานิดหน่อยพะยะค่ะ"
"ปัญหาหรือ"
ชองยายงพามาดูเครื่องชักรอก แชจีคยอมมองแล้วกล่าวว่า
"อ้อ ลักษณะใหญ่กว่าที่คิดไว้นะพะยะค่ะ"
"หม่อมฉันดัดแปลงจากเครื่องชักรอกในอดีตพะยะค่ะ หากใช้เจ้าตัวนี้ จะสามารถยกของหนักขึ้นที่สูงได้อย่างง่ายดาย"
พระเจ้าจองโจทรงพินิจแล้วตรัสว่า "ต่างจากที่เคยเห็นทั่วไป ปกติเครื่องชักรอก ใช้วิธีเหมือนตักน้ำขึ้นจากบ่อ แล้วทำไม ไม่ทำให้รอกอยู่คงที่ล่ะ"
"นั่นเป็นเพราะ รอกที่อยู่คงที่ ต้องใช้แรงงานคนมากกว่าแขวนลอยถึงสองเท่า แต่หากใช้วิธีนี้ แค่ใช้แรงประมาณ 40 ชั่ง จะรับน้ำหนักได้ถึง 2 หมื่น 5 พันชั่งพะยะค่ะ"
"จริงหรือนี่"
"พะยะค่ะ ด้วยเหตุนี้ หม่อมฉันจึงตั้งชื่อเครื่องนี้ใหม่ว่า เป็นเครื่องยกน้ำหนัก"
"แล้วทำไมยังมีปัญหาอีก เท่าที่ฟังดู เจ้าเครื่องนี้น่าจะมีประโยชน์ต่อการก่อสร้างของเราไม่ใช่หรือ"
"เอ่อ นั่นเป็นเพราะ หม่อมฉันขอทูลตรงๆ มันมีการทรงตัวไม่สมดุล จึงใช้ไม่ค่อยดีนัก"
"งั้นหรือ ถ้าจะใช้เครื่องมือตัวนี้ ต้องให้คนดึงเชือกทั้งสองข้างพร้อมกัน ไม่งั้นมันจะเสียสมดุล ทำให้ของตกลงไป"
"ถูกแล้วพะยะค่ะ แต่ว่า เนื่องจากเวลามีน้อย เรา ผูกเชือกทั้งสองด้าน แล้วออกแรงดึงจากตรงกลางได้ไหมพะยะค่ะ"
"ทำแบบนี้ยิ่งไม่ได้ เกิดจับเชือกไม่แน่นหรือทานน้ำหนักไม่ไหวล่ะ มิเท่ากับทำให้คนงานบาดเจ็บหรอกหรือ เรื่องนี้ เกี่ยวพันถึงชีวิตผู้คน ต่อให้ใช้เวลาแค่ไหน ก็ต้องหาวิธีที่ปลอดภัยที่สุด"
"เอ่อ ทรงอภัยด้วยพะยะค่ะ เพราะหม่อมฉันใจร้อน เลยไม่ได้คิดรอบคอบ"
"ไม่เป็นไร ข้าไม่ได้ตำหนิเจ้าหรอก อย่าคิดมากไปเลย"
"ฝ่าบาท"
"ข้าจะให้เวลาอีก 5 วัน พอหรือเปล่า จะหาวิธีแก้ไขได้ไหม"
"ได้พะยะค่ะ หม่อมฉัน จะพยายามทำให้ดีที่สุด"
มินจีซูให้ลูกน้องเฝ้าสังเกตแล้วนำเรื่องนี้ไปบอกแชซกจู จากนั้นแชซกจูก็นำทูลพระหมื่นปีจองซุน
"งานก่อสร้างที่เมืองซูวอนใกล้เสร็จแล้วหรือ งั้นก็แสดงว่าฝ่าบาท เตรียมลับมีดที่คมกริบ เพื่อจะเอามาเล่นงานพวกเรา"
" แล้วจะทำไงดีพะยะค่ะ เรื่องมาถึงขั้นนี้ เราจะนิ่งดูดายได้หรือ นับแต่ปรับโครงสร้างในหน่วยทหาร ทำให้ 5 กองพลแทบไม่มีความสำคัญ เพราะเรื่องนี้ ทำให้แม่ทัพหลายฝ่ายล้วนไม่พอใจต่อฝ่าบาทอย่างมาก"
"แล้วยังไง"
"พระหมื่นปี ให้พวกเขามาเข้าเฝ้าดีมั้ยพะยะค่ะ คนที่ไม่พอใจฝ่าบาท ไม่แน่อาจจะรวมตัว หันมาช่วยเราก็เป็นได้ พระหมื่นปี"
เวลานั้นพระเจ้าจองโจทรงเรียกขุนนางประชุมที่ท้องพระโรง และทรงรับสั่งให้เทซูเฝ้าจับตาดูพวกพระหมื่นปีจองซุน
ที่ประชุมท้องพระโรง ชางแทวูทูลพระเจ้าจองโจว่า
"ฝ่าบาท รับสั่งว่าจะทรงพัฒนาเมืองซูวอน และให้ขุนนางบางส่วนไปอยู่ที่นั่นหรือพะยะค่ะ"
" ใช่ ข้าจะขอประกาศ ให้เมืองซูวอนเป็นเมืองชั้นเอก และป้อมปราการที่สร้างขึ้นใหม่ ให้ชื่อว่า "ฮวาซอง" พวกท่านไม่ต้องคัดค้าน หน่วยงานไหนที่จะถูกย้ายบ้าง ข้าได้คัดเลือกไว้แล้ว อีกสองวันจะบอกให้รู้"
"ฝ่าบาท หม่อมฉันขอทูลว่า เรื่องนี้ไม่สมควรอย่างยิ่งพะยะค่ะ เมืองซูวอน อยู่ไกลจากเมืองหลวง สภาพก็แร้นแค้น ให้ผู้คนไปอยู่ แต่สิ่งปลูกสร้างไม่เพียงพอ แล้วยังจะย้ายหน่วยงานราชการไปอีก แล้ว "ฮันยาง" ซึ่งเป็นเมืองหลวงแต่โบราณจะมีความหมายอะไรอีก"
"ใช่ ฮันยางจะถูกลดความสำคัญลงไป แล้วยังไง ท่านจะบอกว่าทำไม่ได้ใช่ไหม"
แชซกจูอึ้ง "เอ่อ"
"อีกหน่อยซูวอนก็จะเหมือนฮันยาง กลายเป็นศุนย์กลางแห่งใหม่ ข้ามีความเชื่อว่า สิ่งที่ทำทั้งหมด ล้วนเป็นผลดีต่อการพัฒนาประเทศ แล้วทำไมพวกท่านมีแต่คัดค้านท่าเดียว เพราะเสวยสุขอยู่ในเมืองหลวงจนชิน บางคนก็ครอบครองที่ดินมหาศาล ปักหลักจนไม่อยากไปไหนแล้วใช่ไหม"
"ฝ่าบาท"
"รอให้ป้อมปราการสร้างเสร็จก่อน ข้าจะบอกให้ชาวบ้านโยกย้าย เพราะที่นั่น จะมีทุกอย่างไว้รองรับการเริ่มต้นชีวิตใหม่ และข้าจะให้จัดงานฉลองวันประสูติของพระพันปีที่ป้อมฮวาซอง รวมถึงเซ่นไหว้พระวิญญาณของเสด็จพ่อด้วย และยังมีอีกเรื่อง ที่ข้าขอบอกไว้ก่อน ต่อให้ใครมาถวายฎีกาท่วมหัว หรือจะกดดันหน้าตำหนักก็ช่าง ความตั้งใจของข้าก็จะไม่มีวันเปลี่ยน จงรับรู้ไว้ด้วย"
แชซกจูส่งข่าวให้พระหมื่นปีจองซุนทราบ พระหมื่นปีจองซุนสั่งให้แม่ทัพ 5 กองพลมาพบคืนนี้ เพราะในจดหมายแชซกจูบอกว่า
"ตอนนี้ ทางเลือกสำหรับพวกเรา มีแค่ทางเดียวเท่านั้น และทุกคนคงรู้ว่า นี่เป็นทางที่ยากเย็นแสนเข็ญแค่ไหน ในเมื่อฝ่าบาททรงบีบให้เราจนตรอก เราก็ต้องให้พระองค์ ได้รับการตอบแทนในสิ่งเดียวกัน"
ขณะที่พระเจ้าจองโจทรงคิดถึงคำพูดสุดท้ายของพระสนมซองซงยอนที่ให้พระองค์ทรงเข้มแข็ง
" ใช่ สิ่งที่รับปากเจ้า ข้าไม่เคยลืม ข้าจะอยู่ต่อไปแน่นอน จนถึงวาระสุดท้าย แห่งการเป็นพระราชา ข้าจะทำหน้าที่ของข้า เพื่อราษฎรอย่างดีที่สุด"
เทซูกลับมาทูลรายงานพระเจ้าจองโจว่า
"คนที่ไปชุมนุม ไม่เพียงแต่พวกขุนนางเก่า ยังมีแม่ทัพ ลีซกจอง และเจ้าเมือง โนแทจู ด้วยพะยะค่ะ"
พระเจ้าจองโจทรงพยักหน้าเข้าใจ "อึม"
"จะทรงทำไงดีพะยะค่ะ ถือโอกาสนี้กวาดล้างพวกเขา"
" อย่าเพิ่ง นี่ยังไม่ใช่เวลา ลำพังแค่ไปชุนนุมอยู่ข้างนอก เอาผิดพวกเขาไม่ได้หรอก ถ้าจะให้ดี เราต้องรอให้โอกาสสุกงอมกว่านี้ คิดว่าทุกอย่าง น่าจะจบที่เมืองซูวอน พวกเขาต้องวางแผน เล่นงานข้าที่ป้อม "ฮวาซอง" แน่ และข้าก็จะอยู่นั่น รอพวกเขา รอให้มาอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา"
จบ 74

โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ และก็ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาอ่านค่ะ

เครดิต : www.oknation.net/blog/lakorn


Related Posts



18 comments:

Anonymous said...

ทำไมนางเอกต้องตายด้วยเนี่ย ฮือๆๆๆ เส้าๆ

Anonymous said...

น่าเศร้าจังทำไมนางเอกต้องอายุสั้นด้วย สงสารจังกว่าจะได้เป็นพระสนมคู่กับพระเอกไม่นานก็ตาย อยากให้อยู่นาน ๆ จังกำลังสนุกเลย ขอบคุณมากนะค่ะที่เสียสละเวลามาพิมพ์ให้อ่าน จะรอตอนต่อไปค่ะ

nooch on 6/05/2009 said...

เศร้ามากๆๆๆ

Anonymous said...

สงสารซงยอนมากๆเลย เศร้า

Anonymous said...

เรื่องที่แล้ว พระมเหสี โชวา ก็ตาย มาเรื่องนี้ ซงยอน ก็ตายอีก เศร้าจัง คนดีตายหมด แล้วยัยพระหมื่นปีจองชุนสารเลว ไม่เห็นตายสักที ลอยหน้าลอยตาอยู่นั่นแหล่ะ

ดร.อนิรุตน์

Thepkanith on 6/06/2009 said...

ขอบคุณมากเลยครับ ที่มีบทละครมาให้อ่าน ตอนนี้ไม่ต้องตามดูในทีวีแล้ว เมื่อก่อนขยับไปไหนไม่ได้เลย

ขอบคุณจริงๆ นะครับ

Anonymous said...

ฮือๆ อยากให้จบแบบ Happy Ending แทนได้มั๊ยย

Prakob on 6/07/2009 said...

ทำไมยัยแก่หมื่นปีหนังย่นไม่เป็นราเม็งตายก่อน ทำไมต้องเป็นซงยอน แล้วลูกในท้องก็ตายด้วยสิ ไม่เห็นพูดถึงเลย แตในประวัติศาสตร์ ซงยอนมีลูก 2 คนนี่นา

Anonymous said...

ตอนต่อไปขอเร็วกว่านี้หน่อยนะคะ

ใจจะขาดแล้ววววววววว

แค่ตอนนี้ยังรับไม่ได้เลยที่นางเอกต้องตายยยยยย

โธ่พ่อคุณจะอยู่ยังไงหล่ะเนี่ยยยยย

เศร้าสุด ๆ ๆ ๆ ๆ

Anonymous said...

ขอบคุณมากค่ะดิฉันติดตามมาตลอด หวังว่าคงจะได้อ่านตอนต่อไปเร็วๆนี้นะคะ ถ้าไม่มีเรื่องให่อ่านแบบนี้ต้องแย่แน่ๆค่ะ เพราะดิฉันต้องดูแลลูกน้อย อาศัยเวลาลูกหลับก็เข้ามาอ่าน

Anonymous said...

สงสารพระสนมจัง อ่านตอนนี้แล้วแอบร้องไห้ไปด้วย นี่ถ้าดูในทีวีคงยิ่งแทบพูดอะไรไม่ถูกเลย สงสารฝ่าบาทด้วย

Anonymous said...

ฮือๆๆ สงสารซงยอนจังเลย ทำไมต้องเป็นอย่างนี้ด้วยง่ะ จะติดตามตอนต่อไปนะคะ ขอบคุณ คุณลิลี่มั้กๆค่ะ

Anonymous said...

ขอบคุณมากๆค่ะที่มีเรื่องย่อให้อ่าน ตอนต่อไปน่าจะให้พระมเหสีมีพระโอรสนะ

Anonymous said...

ผมเป็นคนนึงที่ติดละครเรื่องนี้มากๆเลย

ดูกันทั้งครอบครัวเลยครับ

ขอบคุณมากๆที่มาแบ่งปันความสุขให้กับทุกๆคน

ละครสนุกมากๆเลย แล้วคุณก็มีน้ำใจมากๆเลย

ขอให้มีความสุขมากๆนะครับ จาก Web Master

Anonymous said...

ขอบคุณมากที่มีบทละครให้อ่านก่อนทีวี

ฟ้าเล็ก said...

ตั้งแต่ดิฉันอ่านหนังสือนิยายมา น้อยครั้งที่จะน้ำตาไหลแต่พออ่านลีซานแล้ว ยอมรับว่าทนไม่ไหวจริงๆ ร้องไห้มากๆ เศร้าสุดๆ อยากอ่านตอนต่อไปมากๆ เข้ามาเปิดดูทุกวันเลย ขอบคุณคุณลิลลี่มากนะค่ะที่เสียสละเวลาพิมพ์ลีซานให้อ่าน คนดีนี่ตายจัง คนชั่วยัยพระหมื่นปีไม่รู้อยู่ทำมัย อยู่แล้วต้องการอะไรอีก แก่มากแล้วตายได้แล้ว...จากฟ้าเล็ก

Anonymous said...

สงสาร พระราชา กับพระสนม อ่านแล้วน้ำตาซึมเลย

เศร้ามากมาย

Anonymous said...

ขอบคุณมากนะคะ

 

Recommended Product

  • ads
  • ads
  • ads
  • ads
  • ads
  • ads
  • ads
  • ads

My Blog List

Read Lakorn Copyright © 2009 Shopping Bag is Designed by Ipietoon Sponsored by Online Business Journal